© 2018-now MeghaBook
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
ซ่งชิงอวี่รักลู่เหยี่ยนจือ รักจนใครๆ ก็รู้หมด รักอย่างไร้ค่าเหมือนธุลี แม้ว่าในใจของลู่เหยี่ยนจือมีแต่คนรักเก่าก็ตาม แม้ว่าเขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละปีไปกับคนรักเก่าที่ต่างประเทศ แม้ว่าคนรักเก่าจะตั้งครรภ์ลูกของลู่เหยี่ยนจือแล้ว ซ่งชิงอวี่ก็ยังคงขอแต่งงานกับลู่เหยี่ยนจือ แต่ในวันไปจดทะเบียนเพราะคนรักเก่ากลับมา ลู่เหยี่ยนจือก็ไม่ปรากฏตัวที่ที่ว่าการอำเภอ หลังจากรักลู่เหยี่ยนจือมาเจ็ดปี ซ่งชิงอวี่ก็หมดหวังสิ้นเชิง เธอได้บล็อกลู่เหยี่ยนจือแล้วหันหลังออกจากเมืองที่ลู่เหยี่ยนจืออยู่ ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดว่าสักวันหนึ่งยังไงซ่งชิงอวี่ก็จะกลับมา จนกระทั่งเขาเห็นซ่งชิงอวี่จดทะเบียนสมรสกับชายอื่นที่หน้าที่ว่าการอำเภอ! คุณลู่ผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับเสียสติไปเลย! ต่อมา ใครๆ ก็มักเห็นคุณลู่ผู้ยิ่งใหญ่ วิ่งตามหลังซ่งชิงอวี่อย่างไร้ศักดิ์ศรี “ชิงอวี่ ขอโทษนะ ผมผิดไปแล้ว ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ!” และสิ่งที่ตอบกลับเขาคือ เสียงที่ไม่พอใจของผู้หญิงคนหนึ่ง “คุณจะหยุดก่อกวนได้ไหม ฉันมีครอบครัวแล้ว!”
ฉันติดอยู่ในห้องที่ไฟกำลังลุกไหม้ ควันดำหนาทึบทำให้ฉันสำลักจนแทบขาดใจ ฉันใช้แรงเฮือกสุดท้ายโทรหาสามีที่แต่งงานกันมาสามปีเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับตวาดด้วยความรำคาญว่าฉันกำลังเล่นบ้าอะไรเพื่อเรียกร้องความสนใจ แล้วตัดสายทิ้งไปทันที เพียงเพราะได้ยินเสียงบ่นว่าหายใจไม่ออกของนางเอกสาวที่เขาแอบควงอยู่ ในขณะที่ฉันต้องเอาเก้าอี้ทุบกระจกหนีตายจนแขนถูกไฟลวก หน้าจอโทรศัพท์กลับเด้งแจ้งเตือนข่าวบันเทิงด่วน ภาพสามีของฉันกำลังประคองผู้หญิงคนนั้นเข้าโรงพยาบาลกลางดึกด้วยสายตาห่วงใยสุดซึ้งปรากฏหราอยู่บนนั้น ตลอดสามปีที่ฉันยอมทิ้งอนาคตนักเขียนบทชื่อดังมาเป็นภรรยาในเงามืด คอยดูแลเขาทุกอย่าง แต่ในนาทีความเป็นความตาย เขากลับเลือกที่จะปล่อยให้ฉันถูกไฟคลอกตาย เพียงเพราะผู้หญิงคนนั้นเวียนหัว ฉันมองแผลไฟลวกที่แขนแล้วได้แต่สมเพชความโง่เขลาของตัวเอง ฉันยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อความรักที่ไม่มีอยู่จริง เป็นแค่ของเล่นที่เขาพร้อมจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ฉันถอดแหวนแต่งงานที่เปื้อนเขม่าควันทิ้ง ร่างหนังสือสัญญาหย่าพร้อมเซ็นชื่ออย่างไม่ลังเล ก่อนจะโอนเงินแปดหลักคืนให้เขาเป็นค่าอาหารและที่พักตลอดสามปีที่ผ่านมา "การแต่งงานที่น่าสมเพชนี้... มันจบลงแล้ว" ฉันลากกระเป๋าออกจากคฤหาสน์หลังนั้น บล็อกเบอร์เขาทุกช่องทาง แล้วกลับคืนสู่วงการบันเทิงในฐานะตัวแม่ที่ทุกคนต้องการตัว และครั้งนี้ ฉันจะทวงทุกอย่างที่เป็นของฉันคืนมา
ฉินเฉี่ยนใช้ชีวิตอยู่ข้างกายลู่ซีซิงโดยไม่มีสถานะใดๆ มานานถึงห้าปี แต่สุดท้ายสิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือข่าวการหมั้นหมายของเขากับคนอื่น เธอเลือกที่จะจากไปอย่างเงียบๆ แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ซีอีโอที่ดูเหมือนจะไม่เคยมีใจให้เรื่องรักใคร่ กลับตามหาเธออย่างบ้าคลั่งนานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน เมื่อได้พบกันอีกครั้ง เธอปรากฏตัวอย่างน่าทึ่ง และข้างกายมีใครบางคนเคียงข้างอยู่ ขณะที่ชายหนุ่มเสียใจจนแทบบ้า พยายามพร่ำบอกความรักที่มาช้าเกินไป “อาเฉี่ยน กลับมาหาฉันเถอะ ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ” เธอกลับตอบเขาด้วยรอยยิ้มดูแคลน “แต่ฉันไม่ต้องการหรอกนะ!” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแฝงด้วยความประชดประชัน ลำคอของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย เขายกมือขึ้นปิดดวงตาเย็นชาของเธอไว้ “เด็กดี อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลย ฉันทนไม่ไหว...”
วันครบรอบแต่งงานปีที่สาม สามีแสนดีจัดดินเนอร์สุดโรแมนติกและยื่นแก้วไวน์ให้ฉัน แต่พอรู้สึกตัวอีกที ฉันกลับตื่นขึ้นมาด้วยสภาพเปลือยเปล่าและบอบช้ำบนเตียงโรงแรมหรู โดยมีแผ่นหลังของผู้ชายแปลกหน้านอนอยู่ข้างๆ แหวนแต่งงานที่เป็นของดูต่างหน้าชิ้นเดียวของแม่หายไป ฉันลากร่างกายที่แสนอัปยศกลับบ้านเพื่อเค้นความจริง แต่กลับพบว่าสามีเป็นคนวางยาฉันเอง แถมเขายังแอบซื้อคอนโดหรูไว้ซุก 'เมียน้อย' ที่เป็นนักร้องดาวรุ่ง เขาประกาศหน้าด้านๆ ว่าเมียน้อยกำลังท้อง และขู่บีบไม่ให้ฉันหย่าโดยเอาความอยู่รอดของบริษัทพ่อฉันมาเป็นข้อต่อรอง หนำซ้ำในงานเลี้ยงของตระกูล นังเมียน้อยยังจงใจแกล้งล้มตกบันไดเพื่อใส่ร้ายฉัน จนสามีพุ่งเข้ามาง้างมือจะตบหน้าฉันต่อหน้าแขกเหรื่อมากมาย ฉันถูกคนที่รักที่สุดทรยศและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี แต่สิ่งที่ทำให้ฉันช็อกยิ่งกว่า คือตอนที่พยายามตามหาแหวนของแม่ที่หายไป พนักงานโรงแรมแจ้งว่า แขกวีไอพีที่เก็บแหวนได้ต้องการให้ฉันชดใช้เงินห้าหมื่นบาท เป็นค่าแจ็กเก็ตสั่งตัดที่ฉันทำเลอะในคืนนั้น และผู้ชายที่นอนกับฉันคืนนั้น... คือ 'อธิวัฒน์' ทายาทสายตรงผู้ทรงอิทธิพล และเป็นพี่ชายต่างแม่ที่สามีฉันเกลียดชังและหวาดกลัวที่สุด ฉันกดบล็อกเบอร์ของสามีสารเลวทิ้งทันทีโดยไม่ลังเล ในเมื่อพวกมันกล้าผลักฉันลงนรก ฉันก็จะจับมือกับศัตรูตัวฉกาจของเขา... แล้วกลับมาเหยียบพวกมันให้จมดินไปพร้อมกัน
เรื่องราวความรักที่มาพร้อมกับการแข่งขันที่วัดด้วยความเร็ว แผ่นหลังขาวเนียนของ ‘แพรธิมา’ สะดุดสายตาของนักแข่งรถผู้ร้อนแรงอย่าง ‘รณภูมิ’ จนต้องตามหัวใจที่เรียกร้องให้เข้าไปรู้จักจนเกิดเป็นความรัก แต่แล้วแพรธิมากลับกลายมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญในสนามความเร็ว ซึ่งจะมีเพียงหนึ่งเดียวที่เท่านั้นสำหรับคำว่าแชมป์++++ “พะ...พอแล้วนะเชน” แพรธิมารวบรวมคำพูดเอ่ยห้ามเขา แค่นี้เธอก็ร้อนไปทั้งตัวแล้ว ล่องลอยไปไกลอย่างลืมตัว แต่ก็กลัวว่าจะมีคนเข้ามาเห็นด้วย แต่รณภูมิกลับไม่ฟังเสียงชายหนุ่มเอนตัวแพรธิมาลงไปนอนกับโซฟา ก่อนจะจูบเธอตั้งแต่เอวคอดขึ้นสูงถึงหน้าอก จับมือทั้งสองข้างที่หญิงสาวพยายามเอามาปิดหน้าอกอวบๆ ให้ออกห่าง ก่อนจะจับเธอนอนคว่ำเพื่อจะจูบแผ่นหลัง“อีกนิดนะครับ” รณภูมิเอ่ยบอกชิดใบหูเล็กๆ ก่อนจะจูบลงไปบนท้ายทอยเธอ จากนั้นก็จูบต่ำลงไปเรื่อยตามกระดูกสันหลังแพรธิมาสะดุ้งรับทุกครั้งที่ชายหนุ่มสัมผัสถูกผิวกาย มันวาบหวิว จั๊กจี้มากจนเธอต้องกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น มือทั้งสองข้างขย้ำขยี้หมอนอิง พยายามเก็บเสียงร้องของความสุขไว้ถึงที่สุด รณภูมิจูบแผ่นหลังขาวเนียนของแพรธิมาทุกจุดอย่างหลงใหล จูบ ขบเม้ม ต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึงขอบกางเกง อยากสัมผัสต่ำลงไปกว่านี้แต่อดใจไว้ก่อน ชายหนุ่มหยุดการประทำทุกอย่างก่อนจะขึ้นไปนอนกับแพรธิมาบนโซฟารั้งตัวเธอเข้ามากอด ก่อนจะจูบให้เธอหายใจหายคอไม่ออกอีกครั้ง “พอแล้วครับ” ชายหนุ่มถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ทั้งๆ ที่เขามีความต้องการเธอมากจน ปวดหนึบทรมานไปทุกจุดโดยเฉพาะส่วนกลางลำตัว แต่รณภูมิก็เลือกที่จะหยุดเพียงแค่นี้ แพรธิมานอนหายใจหอบเหนื่อยในอ้อมกอดชายหนุ่ม ประสบการณ์ครั้งนี้มันทำให้เธอแทบบ้า ไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะทำให้เธอล่องลอยไปไกลขนาดนี้ได้ ความรู้สึกประหลาดๆ วาบหวิว รู้สึกเสียวท้องน้อยมากอยากบอกให้เขาหยุดแต่ร่างกายกลับยอมให้เขาสัมผัสไม่หยุด++++
ซ่งชิงอวี่รักลู่เหยี่ยนจือ รักจนใครๆ ก็รู้หมด รักอย่างไร้ค่าเหมือนธุลี แม้ว่าในใจของลู่เหยี่ยนจือมีแต่คนรักเก่าก็ตาม แม้ว่าเขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละปีไปกับคนรักเก่าที่ต่างประเทศ แม้ว่าคนรักเก่าจะตั้งครรภ์ลูกของลู่เหยี่ยนจือแล้ว ซ่งชิงอวี่ก็ยังคงขอแต่งงานกับลู่เหยี่ยนจือ แต่ในวันไปจดทะเบียนเพราะคนรักเก่ากลับมา ลู่เหยี่ยนจือก็ไม่ปรากฏตัวที่ที่ว่าการอำเภอ หลังจากรักลู่เหยี่ยนจือมาเจ็ดปี ซ่งชิงอวี่ก็หมดหวังสิ้นเชิง เธอได้บล็อกลู่เหยี่ยนจือแล้วหันหลังออกจากเมืองที่ลู่เหยี่ยนจืออยู่ ลู่เหยี่ยนจือไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดว่าสักวันหนึ่งยังไงซ่งชิงอวี่ก็จะกลับมา จนกระทั่งเขาเห็นซ่งชิงอวี่จดทะเบียนสมรสกับชายอื่นที่หน้าที่ว่าการอำเภอ! คุณลู่ผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับเสียสติไปเลย! ต่อมา ใครๆ ก็มักเห็นคุณลู่ผู้ยิ่งใหญ่ วิ่งตามหลังซ่งชิงอวี่อย่างไร้ศักดิ์ศรี “ชิงอวี่ ขอโทษนะ ผมผิดไปแล้ว ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ!” และสิ่งที่ตอบกลับเขาคือ เสียงที่ไม่พอใจของผู้หญิงคนหนึ่ง “คุณจะหยุดก่อกวนได้ไหม ฉันมีครอบครัวแล้ว!”
“แหวนไปไหน” “คะ” หญิงสาวรีบหดมือหนีในทันที “พี่ถามว่าแหวนไปไหน” คริษฐ์ยังย้ำคำถามเดิมแล้วจ้องหน้าคู่หมั้นสาวแบบไม่พอใจ “คืออยู่ที่ออฟฟิศมันต้องล้างแก้วกาแฟบ่อย ๆ รุ้งก็เลยถอดเก็บเอาไว้ค่ะกลัวมันจะสึกเสียก่อน” คำตอบของหญิงสาวค่อยทำให้คริษฐ์รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ถ้าถอดออกพี่จะถือว่ารุ้งขอถอนหมั้นพี่นะ” “ก็ไม่ได้ถอนสักหน่อย แค่ถอดเก็บเอาไว้เฉย ๆ” “งั้นก็ใส่เสียสิ เดี๋ยวนี้เลย” คริษฐ์ถลึงตาใส่แกมบังคับ “ใส่ก็ใส่ค่ะ” คนพูดตัดพ้อเล็กน้อย แล้วหันไปหยิบกระเป๋าด้านข้างมาเปิดเพื่อหยิบแหวนหมั้นของตนออกมาสวมใส่ จากนั้นก็หันหลังมือให้เขาดู “พอใจหรือยังคะ” “ดี” “ว่าแต่พี่คริษฐ์มานั่งรอรุ้งทำไมคะ มีธุระสำคัญหรือเปล่า” หญิงสาววกมาหาคำถามแรกที่เธออยากรู้ แต่เขาดันจุดประเด็นเรื่องแหวนขึ้นมาแทรกเสียก่อน “แม่ให้พี่มาหาคู่หมั้นตัวเองบ้าง” ฟังเขาพูดแล้วรุ้งพรายชักเครียดขึ้นมาหน่อย ๆ “ถ้าคุณป้าพิมพ์ไม่บอกพี่คริษฐ์ก็คงไม่มาหารุ้งใช่ไหมคะ” “แล้วทำไมรุ้งถึงไม่ไปหาพี่เองบ้างล่ะ” “ก็รุ้งกลัวพี่คริษฐ์รำคาญ” บทสนทนาสิ้นสุดลงด้วยความเงียบด้วยกันทั้งสองฝ่าย คริษฐ์ถอนหายใจเบา ๆ ส่วนรุ้งพรายก็ก้มหน้าต่ำลง ทำไมถึงได้รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก “พี่ไลน์หาอ่านแล้วทำไมไม่ตอบ” คริษฐ์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนหลังจากเงียบมาเกือบหนึ่งนาที “พอดีรุ้งมาอ่านตอนดึกแล้วไม่อยากรบกวนพี่คริษฐ์ค่ะ” “ตอบมาสักคำก็ยังดี อย่าทำเหมือนพี่ไม่มีตัวตนนะรุ้ง จำเอาไว้ด้วยว่าพี่เป็นคู่หมั้นของรุ้ง” “มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้นะคะพี่คริษฐ์” “อะไรกันที่ว่าไม่น่าจะเป็นแบบนี้” “รุ้งว่าเราถอนหมั้นกันดีกว่าไหมคะ ดูพี่คริษฐ์อึดอัดกับการหมั้นของเราเหลือเกิน ขนาดจะมาหารุ้งก็ต้องให้คุณป้าพิมพ์บังคับมาเลย” “แม่ไม่ได้บังคับพี่” “ไม่บังคับก็เหมือนบังคับนั่นแหละค่ะ ตั้งแต่ตอนเด็กแล้วพี่ คริษฐ์แทบไม่เคยขัดใจคุณป้าพิมพ์ได้เลย ถ้ามันเหนื่อยและยุ่งยากมากรุ้งขอถอนหมั้นไปเลยก็ได้ค่ะ” รุ้งพรายดึงแหวนออกจากนิ้วนางข้างซ้าย แล้ววางแหมะอยู่ตรงหน้าของเขา คริษฐ์มองแหวนมองคนแล้วอารมณ์ของเขาก็เดือดดาลขึ้น บทจะอยากได้ก็วิ่งตามติดเป็นเงา บทจะสลัดทิ้งก็ง่าย ๆ แบบนี้เหรอรุ้งพราย “ใส่กลับไปเดี๋ยวนี้” ชายหนุ่มแทบจะกัดฟันพูดออกมา “ไม่ค่ะ อ๊ะ! พี่คริษฐ์จะทำอะไรรุ้งไม่ใส่” รุ้งพรายถูกคริษฐ์กระชากมือมาแล้วจัดการสวมแหวนกลับที่เดิม “ใส่แล้วห้ามถอด ห้ามทำให้แม่พี่เสียใจรู้ไหม” “พี่คริษฐ์!” (รักร้ายจอมทระนง)
หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง
ได้ข่าวว่าเจ้าเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่ทำให้ครอบครัวลี่ล่มสลาย ถูกขับไล่ออกจากประเทศไปหลายปี… ตอนนี้กลับมาแล้ว คืนนั้น หลี่ เย่ถิงจับเอวเธอแน่นแล้วกดเธอเข้ากับมุมกำแพงอย่างแรง ดวงตาเย็นเยียบมืดลึก “ฉันอนุญาตเธอตั้งแต่เมื่อไหร่?” เฉียวเว่ยยี่ยิ้มเย้ยเย็น “คุณหลี่ คำคนมันน่ากลัวนะคะ เราสองคนจบกันไปนานแล้ว กรุณารักษามารยาทด้วยค่ะ” วันถัดมา เหล่าบรรดาผู้มีอำนาจทั่วทั้งเมืองจิงก็ได้รับบัตรแดงคำเตือนจากครอบครัวลี่ทันทีว่า “คุณนายรองของพวกเราอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก ไม่ชอบได้ยินคำซุบซิบนินทา” พวกคนที่นั่งรอให้เฉียวเว่ยยี่ตกต่ำแล้วหนีไปแบบหมดรูป ??? พวกคุณไปจดทะเบียนกันตั้งแต่เมื่อไหร่?
สิบปีเต็มที่ฉันแอบรักภาคิน วงศ์วรานนท์ ผู้ปกครองของฉัน หลังจากครอบครัวของฉันล้มละลาย เขาก็รับฉันไปดูแลและเลี้ยงดูฉันจนโต เขาคือโลกทั้งใบของฉัน ในวันเกิดอายุสิบแปดปี ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อสารภาพรักกับเขา แต่ปฏิกิริยาของเขากลับเป็นความเกรี้ยวกราดอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาปัดเค้กวันเกิดของฉันตกพื้นแล้วคำรามลั่น “สติแตกไปแล้วเหรอ? ฉันเป็นผู้ปกครองเธอนะ!” จากนั้นเขาก็ฉีกภาพวาดที่ฉันใช้เวลาวาดเป็นปีเพื่อเป็นคำสารภาพรักของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี เพียงไม่กี่วันต่อมา เขาก็พาโคลอี้ คู่หมั้นของเขากลับมาบ้าน ผู้ชายที่เคยสัญญาว่าจะรอฉันโต ที่เคยเรียกฉันว่าดวงดาวที่สว่างไสวที่สุดของเขา ได้หายไปแล้ว ความรักที่ร้อนแรงและสิ้นหวังตลอดสิบปีของฉันทำได้เพียงแผดเผาตัวเอง คนที่ควรจะปกป้องฉันกลับกลายเป็นคนที่ทำร้ายฉันเจ็บปวดที่สุด ฉันก้มมองจดหมายตอบรับจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในมือ ฉันต้องไปจากที่นี่ ฉันต้องถอนรากถอนโคนเขาออกจากหัวใจ ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของพ่อ “พ่อคะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เอวาตัดสินใจแล้ว เอวาอยากไปอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ ค่ะ”
ตลอดระยะเวลาสามปีที่หยุยเอินแต่งงานกับฝู้ถิงหย่วน เธอพยายามทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด เธอคิดว่าความอ่อนโยนของตนจะสามารถละลายใจที่เย็นชาของฝู้ถิงหย่วนได้ แต่ต่อมาเธอก็รู้ตัวว่าไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน ผู้ชายคนนี้ก็ไม่มีวันจะตกหลุมรักเธอได้ ด้วยความสิ้นหวังของเธอ สุดท้ายเธอตัดสินใจที่จะยุติการแต่งงานครั้งนี้ ในสายตาของฝู้ถิงหย่วน หยุยเอิน ภรรยาของเขาเป็นผู้หญิงที่โง่ ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง แต่เขาก็คิดไม่ถึงว่าภรรยาของเขาจะกล้าโยนใบหย่าใส่เขาต่อหน้าคนมากมายในงานเลี้ยงวันครบรอบฝู้ซื่อ กรุ๊ป หลังจากหย่าร้าง ทุกคนต่างคิดว่าพวกเขาจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป แต่เรื่องราวระหว่างทั้งสองคงไม่ได้จบลงอย่างง่าย ๆ แบบนี้ หยุยเอินได้รับรางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และคนที่เป็นผู้มอบถ้วยรางวัลให้กับเธอก็คือฝู้ถิงหย่วน หยุยเอินคิดไม่ถึงว่าผู้ชายที่สูงส่งและแสนเย็นชาคนนี้จะลดตัวลงอ้อนวอนเธอต่อหน้าผู้ชมทั้งหมด"หยุยเอิน ก่อนหน้านี้คือผมผิดเอง ขอโอกาสให้ผมอีกครั้งได้ไหม"หยุยเอินยิ้มด้วยความมั่นใจ"ขอโทษนะคุณฝู้ ตอนนี้ฉันสนใจแต่เรื่องงาน"ชายหนุ่มคว้ามือเธอไว้ ดวยตานั้นเต็มไปด้วยความผิดหวัง หยุยเอินสบัดมือเขาและเดินจากไปโดยปราศจากความลังเลใด ๆ
ฉันสงสัยว่าสามีของฉันใส่ยาให้ฉัน ลูกของฉันไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของฉัน และคนดูแลบ้านของฉันถูกจ้างมาเพื่อสอดแนมฉัน! นี่คือทางตันที่ไม่มีทางแก้ ต้องยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อความรอด!
ซ่งเซียงทำสิ่งที่น่าอายที่สุดในชีวิต คือการเป็น "เลขานุการส่วนตัว" ให้กับเหยียนลี่หานนานถึงห้าปี เธอมอบทุกสิ่งให้เขา แต่ผู้ชายที่น่ารังเกียจกลับบอกว่าเบื่อ แล้วส่งเธอไปอยู่ในที่ที่ห่างไกลไม่มีใครสนใจ ชีวิตที่ถูกส่งไปอยู่ที่ห่างไกลนั้นไม่ง่าย แต่โชคดีที่เคราะห์ร้ายได้ผ่านพ้นไป เมื่อซ่งเซียงมาถึงระดับล่าง ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปวดหลังปวดขาก็หายเป็นปลิดทิ้ง เธอจึงอดทนทำงานหนักจนประสบความสำเร็จ มีหนุ่มน้อยมาไล่ตาม ผู้ใหญ่ใจดีมอบผลงานให้ พ่อที่ไม่เคยพบหน้าเป็นมหาเศรษฐีใกล้ตาย พยักหน้าก็ได้รับมรดก ชีวิตมีขึ้นมีลงอยู่เสมอ เหยียนลี่หานคนโชคร้ายแน่ๆ! ในงานเลี้ยงเหยียนลี่หานถือแก้วไวน์ มองไปที่อดีตเลขานุการที่ไม่ได้เจอหลายวันด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย "ยังคิดถึงฉันจนต้องมาที่งานเลี้ยงนี้ใช่ไหม?" ซ่งเซียงยิ้มเยาะ "คุณเหยียน ฉันไม่ได้เชิญคุณนะ" เหยียนลี่หานตอบ "เธอคิดอะไรอยู่?"
ในวงการทุกคนรู้กันดีว่า สวี่ซู่เหมือนกับน้าสาวของเธอ เป็นหญิงที่มีเสน่ห์ร้าย ไม่เพียงแค่ยั่วยวนสามีของคนอื่น แต่ยังแสดงท่าทีสูงส่งตลอดเวลา แต่คืนที่บ้าคลั่งผ่านไป เธอกลับแต่งงานกับกู้หยู่ซู หนุ่มเจ้าสำราญที่มีอำนาจในครอบครัวกู้ ใครๆ ก็บอกว่า กู้หยู่ซูจะมองเห็นคุณค่าในตัวเธอได้อย่างไร? แม้แต่สวี่ซู่เองก็ยังคิดว่า ทั้งสองเพียงแค่ต้องการประโยชน์จากกันและกัน จนกระทั่งในงานเลี้ยงงานหนึ่ง ทุกคนได้เห็นกับตาว่าหนุ่มที่ไม่แคร์สิ่งใดนั้นมีน้ำตาคลอเบ้า จับข้อมือของสวี่ซู่ไว้ “สวี่ซู่ คุณช่วยรักผมให้มากขึ้นได้ไหม?” ที่แท้เขาได้วางแผนมานานแล้ว
ลั่วหว่านเมาจนหมดท่าในงานหมั้นของแฟนเก่า และไปสนิทสนมกับพี่ชายของแฟนเก่า ชื่อชียั่นโจว เธอยังพูดว่า “ถ้าเป็นภรรยาคุณไม่ได้ ก็จะเป็นพี่สาวของคุณ” ชียั่นโจวพูดว่า “ฝันไปเถอะ” แต่ร่างกายเขากลับตอบสนองไปแล้ว พวกเขาตกลงกันว่าจะอยู่ด้วยกันแบบไม่ผูกพันทางใจ แต่เมื่อเห็นผู้ชายคนอื่นพยายามเข้าหาเธอ เขาก็เริ่มทนไม่ไหว และเธอก็เริ่มมีความคิดที่ไม่ควรมี เมื่อเขาคอยปกป้องเธอทุกวิถีทาง เมื่อความรักครั้งก่อนกลับมา ชียั่นโจวก็ค่อยๆเสียการควบคุม ส่วนลั่วหว่านก็นอนไม่หลับทุกคืน วันนั้น ชียั่นโจวเสนอยกเลิกความสัมพันธ์ ลั่วหว่านไม่ร้องไห้หรือโวยวาย และออกไปอย่างมีศักดิ์ศรี แต่ในงานหมั้นของลั่วหว่าน ชียั่นโจวควบคุมตัวเองไม่ได้และคว้ามือเธอไว้ “หว่านหว่าน ฉันเป็นคนที่เริ่มต้นกับเธอก่อน เธอเป็นของฉัน! เธอจะแต่งงานกับคนอื่นได้ยังไง?” ลั่วหว่านยิ้มเบาๆ “คุณชี การแต่งงานไม่ใช่เรื่องของใครมาก่อนใคร”
ก่อนจะหย่า เธอทำให้เขาสะอิดสะเอียนจนทานอาหารไม่ลง มู่หน่วนหน่วนใช้เวลาสามปีก็ไม่สามารถเปิดใจของเขาได้ แต่กลับทำให้ตัวเองเจ็บปวด วินาทีที่ตัดสินใจปล่อยมือ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าท้องฟ้าเปิดก็จะมองเห็นดวงจันทร์ จากนี้ไป ในสายตาของเธอมีเพียงเรื่องงานเท่านั้น แต่ เมื่อเธอปรากฏตัวในฐานะประธานร่วมของบริษัท ฟู่จิ้นเชินก็ตกใจทันที เดี๋ยวนะ ยังมี? ทนายมือหนึ่งด้วยเหรอ? แฮกเกอร์มือหนึ่ง? ดีไซเนอร์มือหนึ่ง? ฟู่จิ้นเชินควบคุมตัวเองไม่ได้อีก บีบเธอไปจนติดมุมกำแพง ขบฟันถามขึ้นว่า “เธอ เธอยังจะหลอกฉันไปอีกเท่าไหร่? ” มู่หน่วนหน่วนผลักเขาออกไปทันที “คุณคิดว่าคุณเป็นใครกัน? ” เธอคิดว่าเขาด่าไล่เธอออกไป แต่กลับไม่คิดว่าเขาจะคิดถึงเธอทั้งวันทั้งคืน ไล่ตามจีบเธอด้วยวิธีมากมาย “ที่รัก เรากลับมาแต่งงานกันอีกครั้งเถอะ” “ที่รัก ผมผิดไปแล้ว” “ที่รัก คุณคือคนที่ผมรักที่สุด” มู่หน่วนหน่วนหัวเราะ มองเขาแล้วพูดออกมาทีละคำ “ฟู่จิ้นเชิน ความรักที่มาช้ามันก็ไร้ค่ายิ่งกว่าหญ้า”
ห้าปีก่อน เขาจากไปโดยไม่บอกกล่าว เพียงเพราะอยากให้ตัวเองคู่ควรกับเธอ ห้าปีต่อมา เขากลับมาพร้อมพรสวรรค์อันเหนือชั้นและเกียรติยศท่วมท้น ทว่าเมื่อกลับมา เขากลับพบว่าตัวเองมีลูกสาวเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน
GOOGLE PLAY