เพราะความใจดีทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย หลังจากที่ยื่นมือเข้าไปช่วยนายน้อยแห่งตระกูลยากูซ่า
เพราะความใจดีทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย หลังจากที่ยื่นมือเข้าไปช่วยนายน้อยแห่งตระกูลยากูซ่า
ตึก! ตึก! ตึก!
โยชิโอกะ ริว พาส่วนสูง185ซม.เปิดประตูเดินออกมาจากห้องนอนส่วนตัวชั้นสองภายในเพนท์เฮ้าส์ ที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นเหมือนกับบ้านเมืองที่เขาจากมา
ริวเป็นนายน้อยของตระกูลโยชิโอกะที่ถูกส่งมาประจำการอยู่ที่เมืองไทย เนื่องจากธุรกิจของตระกูลกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากการรุกรานของยากูซ่าต่างแก๊งที่เริ่มเข้ามายึดครองในเขตของประเทศแผ่นดินแม่
ที่ครอบครัวเขาขยายธุรกิจมาที่เมืองไทยหลังจากที่พ่อกับแม่ของเขาแต่งงานและมีบุตรชายคนแรกนั่นก็คือพี่ชายของเขา
และริวนายน้อยแห่งตระกูลโยชิโอกะที่มีเลือดครึ่งหนึ่งในตัวเป็นคนไทยเป็นลูกชายคนสุดท้องของตระกูล ที่ตัดสินใจอาสามาดูแลธุรกิจที่ไทยแทนพี่ชายที่ต้องการอยู่กับครอบครัวที่ญี่ปุ่นมากกว่าที่จะเดินทางมาดูธุรกิจที่ไทย
เนื่องจากลูกชายคนแรกหรือหลานชายคนแรกของตระกูลโยชิโอกะกำลังจะลืมตาดูโลกนี้ในอีก1เดือนข้างหน้า
ริวจึงอาสามาแทนพี่ชายท่ามกลางเสียงคัดคานของเหมือนฝันผู้เป็นมารดา ที่ออกจะเป็นห่วงลูกชายคนเล็กอย่างริวแบบออกหน้าออกตา
แต่ยังไงเสียก็ต้องจำใจยอมเพราะมันเป็นความประสงค์ของเจ้าตัวเธอจึงไม่กลัาจะขัดถึงแม้จะแอบไม่ชอบใจนักก็ตาม
ริวเกิดในต้นตระกูลยากูซ่าที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ต้นตระกูลของเขาชื่อเสียงโด่งดังในประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับหนึ่ง
เขาถูกฝึกมาอย่างดีจากผู้เป็นพ่ออย่างอิชิโร่ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการต่อสู้อย่างดาบหรือปืนซึ่งเขาไม่เป็นสองรองใคร แต่ที่ริวเก่งและดูจะชอบเป็นพิเศษคือการต่อยมวยเขาถึงขั้นมีสนามมวยเอาไว้ฝึกซ้อมกับลูกน้อง เพื่อคลายเครียดในวันที่เขาอยากออกกำลังกายหรือพักผ่อนสมอง
อย่างที่บอกต้นตระกูลของริวเป็นยากูซ่า เขาถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดของตระกูลรองจากพี่ชาย ที่ทำหน้าที่ดูแลต้นตระกูลและสืบทอดกิจการอยู่ที่ญี่ปุ่น
ริวในวัย29ปีเขาได้อิทธิพลการใช้ชีวิตมาจากพ่อและพี่ชายมาพอสมควร ใครๆก็รู้ว่ายากูซ่าน่ากลัวเพียงใดและริวก็เป็นแบบนั้นเพียงแค่เขาตวัดสายตาดุใส่ใคร คนๆนั้นก็ถึงกลับกลัวจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่เว้นแม้แต่ลูกน้องของเขาเองที่ต่างพากันกลัวนายน้อยแห่งตระกูลโยชิโอกะด้วยเช่นกัน
และอย่างที่รู้ๆกันริวเป็นนายน้อยของตระกูลโยชิโอกะผู้คนภายนอกมองเขาว่าเป็นคนโหดเหี้ยม เย็นชา บางครั้งดูน่าเกรงขามมากกว่าผู้เป็นพ่อและพี่ชาย และริวเองก็เป็นแบบนั้นตามคำที่เขาว่ากัน นั้นจึงทำให้เขาครองตัวเป็นโสดมาถึงทุกวันนี้ ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนกล้าเข้าใกล้เขาแม้แต่น้อย
ถึงแม้เขาจะมีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลายังกะนายแบบ แต่ความหน้ากล้วของริวก็ถูกปิดทับความอ่อนโยนที่อยู่ภายใน จึงไม่มีผู้หญิงคนไหนได้สัมผัสความอ่อนโยนของเขา จะมีเพียงแค่เหมือนฝันผู้เป็นมารดาเท่านั้นที่ได้สัมผัสความอ่อนโยนที่อยู่ภายในตัวของริว
ตัวเขาเองไม่ใช่ว่าไม่อยากจะมีแฟน เขาเองก็อยากมีคนรักเหมือนกับพ่อและพี่ชาย และก็อยากมีตัวเล็กๆเอาไว้สืบทอดตระกูล แต่เขาเองก็ยังไม่เจอคนที่ถูกใจและทำให้เขาหวั่นไหวใจเต้นแรงได้เลยสักคน
แต่เขาก็ตั้งใจเอาไว้แล้วเมื่อเมื่อไหร่ที่เขาได้เจอคนๆนั้นคนที่ทำให้เขาใจเต้นแรงได้ เขาจะไม่รีรอที่จะคว้าเธอมาแนบกายถึงแม้เขาจะไม่เคยจีบผู้หญิงคนไหนเลยก็ตาม แต่มันก็คงไม่ยากเกินความสามารถของเขา
มีอย่างหนึ่งที่ริวกังวลคือการจะมาเป็นแฟนยากูซ่าอย่างเขามันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้หญิงคนนั้นอาจจะต้องเจอบททดสอบอย่างที่แม่ของเขาและไอโกะพี่สะใภ้ต้องเจอ
ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รักเขามากพอหลังจากจบบทสอบแล้วเธอกับเขาก็ต้องจบความสัมพันธ์กัน
ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดไปรเวทเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำสวมเข้ากับชุดกางเกงยีนส์ขายาวสีดำเดินลงมาจากชั้น2ของเพนท์เฮ้าส์ ดวงตาคมเข้มสีน้ำตาลตวัดสายตามองลูกน้องที่พากันจัดแถวรอรับผู้เป็นนายอย่างเป็นระเบียบ
ฟุโดมือขวาของเจ้านายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดก้มหัวเคารพผู้เป็นนายตามด้วยลูกน้องคนอื่นๆ ตามจริงแล้วยังขาดไดจิผู้ที่เป็นมือซ้ายของริวอีกคน แต่ทันทีที่ย่างกรายมาถึงเมืองไทยเขาก็ได้รับคำสั่งจากริวให้แฝงตัวเข้าไปในบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของตัวเอง เพื่อสืบหาหนอนบ่อนไส้ที่มันขายข้อมูลของบริษัทให้กับแก๊งยากูซ่าคู่อริ
และนี่ก็เป็นสาเหตุให้นายน้อยแห่งตระกูลต้องมาประเทศไทยแบบลับๆก่อนถึงกำหนดการอีก2อาทิตย์
"นายจะรับอาหารเช้าเลยหรือเปล่าครับ?" ฟูโดเอ่ยทักทายผู้เป็นนายด้วยภาษาญี่ปุ่นอย่างลืมตัว ทำให้ริวตวัดสายตาดุไปที่ฟุโดมือขวาของเขาทันที
"กูเคยบอกกับมึงว่ายังไง?" น้ำเสียงเข้มถูกเปล่งออกไปด้วยประโยคตำหนิ
ก่อนมาที่ไทยเขาได้กำชับกับลูกน้องคนสนิทอย่างฟุโดและไดจิรวมถึงลูกน้องคนอื่นที่จะติดตามมาให้ใช้ภาษาไทยเป็นการสื่อสารเพราะเขาเองก็อาจจะต้องดูแลธุรกิจที่ไทยไปอีกนาน
"ผมขอโทษครับนาย" เมื่อรู้ว่าผิดฟุโดรีบก้มหัวขอโทษผู้เป็นนายทันที
"จำไว้ให้ขึ้นใจแล้วอย่าผิดอีก กูไม่ค่อยชอบ"
"ครับ" เป็นอีกครั้งที่ฟุโดก้มหัวขอโทษผู้เป็นนายก่อนจะเอ่ยถามประโยคต่อมา... "นายจะรับอาหารเช้าเลยไหมครับ?"
"ขอแค่กาแฟก็พอ" จบประโยคเขาก็เดินผ่านลูกน้องนับสิบตรงไปยังห้องทำงาน เพื่อที่จะศึกษาเอกสารคร่าวๆเกี่ยวกับบริษัทของตัวเอง
ธุรกิจของตระกูลโยชิโอกะที่ริวต้องมาดูแลเบื้องหน้าเป็นธุรกิจสีขาวอย่างเช่นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ บริษัทผลิตอาหารแช่แข็งและอย่างอื่นอีกมากมาย แต่ทว่าเบื้องหลังคือธุรกิจผิดกฎหมายล้วนๆที่สร้างรายได้ให้กับตระกูลเขาอย่างมหาศาลอย่างเช่น คาสิโน คลับและอาวุธเถื่อน
ครืด~ครืด~
โทรศัพท์เครื่องหรูกำลังแผดเสียงดังลั่นภายใต้ความเงียบในห้องทำงานที่ตกแต่งไปด้วยโทนสีดำ มีดาบซามูไรวางอยู่ด้านหลังสร้างความน่าเกรงขามให้คนที่อยู่ในห้อง
ริวละสายตาจากเอกสารตรงหน้าใช้ปลายนิ้วยกขึ้นมาดันกรอบแว่นสายตา ก่อนที่จะเอนหลังพิงไปกับเก้าอี้ผ่อนลมหายใจออกช้าๆล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดรับ โดยที่ฟุโดที่นั่งอ่านเอกสารอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องทำเพียงก้มอ่านเอกสารแบบเงียบๆไม่ได้ปรายตาขึ้นมามองเจ้านายหนุ่ม
"คิดถึงแม่จังเลยครับ" น้ำเสียงนุ่มถูกพ่นออกมาก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นไปนวดคลึงขมับของตัวเองเบาๆ
"(อย่ามาอ้อนหน่อยเลยลูกชาย ถ้าคิดถึงแม่จริงริวคงไม่ทิ้งแม่ไปอยู่ที่ไทยหรอก)" น้ำเสียงประชดประชันปนน้อยใจถูกส่งออกมาจากปลายสายแบบไม่จริงจังมากนัก
"ไม่เอาครับคนสวยของริว อย่างอนริวเลยนะ" น้ำเสียงอ้อนๆถูกเปล่งออกมาทำให้ปลายสายอย่างเหมือนฝันถึงกับใจอ่อนยวบกับน้ำเสียงอ้อนๆของลูกชายคนเล็ก
นี่ถ้าอยู่ใกล้ๆเธอคงจะพุ่งตรงมาฟัดแก้มลูกชายอย่างที่ชอบทำ
"(อย่ามาพูดเลยริว ถึงจะทำเสียงอ้อนๆใส่แม่แบบนี้ แต่แม่ก็ไม่ยอมใจอ่อนให้หรอกนะ จะงอนจนกว่าริวจะกลับมาจากไทยนั่นแหละ)"
"หึหึ..." ปากหนากระตุกยิ้มหัวเราะในลำคอกับประโยคของผู้เป็นแม่
"(แล้วนี่ทำอะไรอยู่ลูกกินอาหารเช้าหรือยัง ที่ไทยกี่โมงแล้วเนี่ยแม่ยังไม่ได้ดูเวลาเลย?)"
"ผมกินกาแฟไปแล้วครับ ตอนนี้ที่ไทยประมาณ9โมงเช้า"
"(แล้วนี่ไดจิกับคุโดไปไหนทำไมลูกถึงได้กินแค่กาแฟแก้วเดียว หรือแม่ต้องตามลูกไปอยู่ที่ไทยกับลูกดีไหม?)"
"ถามพ่อหรือยังครับว่าจะให้แม่มาหรือเปล่า?" นายน้อยของบ้านถามออกมาอย่างอารมณ์ดี เขารู้ดีว่าพ่อของเขาติดแม่ของเขาหนักมาก เรียกได้ว่าเป็นพวกคลั่งรักเมียเลยก็ว่าได้
ไม่ต่างจากพี่ชายของเขาเองก็เหมือนกันภายนอกกลัวจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ แต่พอใด้อยู่กับเมียก็ดูเป็นแมวน้อยออกจะคลั่งรักหนักมาก ซึ่งเขาเองก็คิดว่าตัวเองคงจะเป็นแบบนั้น
"(ถ้าแม่จะไปซะอย่างพ่อของลูกก็ขัดขวางอะไรแม่ไม่ได้หรอกนะ เอาล่ะริวหาอะไรกินด้วยนะอย่าทำให้แม่เป็นห่วง)"
"ครับ...เดี๋ยวผมจะให้ฟุโดยกอาหารมาให้ แม่ไม่ต้องห่วง"
"(จ๊ะ...ลูกชาย แค่นี้ก่อนนะลูกแม่ต้องวางแล้ว ต้องไปดูไอโกะซะหน่อยได้ยินว่าเจ้าตัวเล็กดิ้นแรงเลยเมื่อเช้านี้)"
"ครับแม่"
"(ก่อนวางสายแม่จะบอกอะไรให้นะริว สาวไทยสวยๆเยอะนะหาที่ถูกใจสักคนสิ แม่อยากได้ลูกสะใภ้เป็นคนไทยนะ)"
"คงไม่มีหรอกครับแม่ ใครๆก็ต่างกลัวผม"
"(อย่าลืมนะริวที่นั่นเมืองไทยไม่มีใครรู้ว่าลูกเป็นยากูซ่าผู้โหดเหี้ยมหรอก แม่เคยได้ยินว่าไม่ไกลจากเพนท์เฮ้าส์ของลูกมีมหาลัยด้วยนะ ช่วงเย็นออกไปดูสาวๆสิเผื่อจะถูกใจใครสักคน)"
"ไว้ผมจะคิดดูครับแม่"
"(จ๊ะ...แค่นี้ก่อนนะริว)"
"ครับ" สิ้นสุดคำพูดริวก็กดตัดสายก่อนจะวางโทรศัพท์บนโต๊ะทำงาน เลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัยเมื่อเห็นฟุโดมองเขาเหมือนจะพูดอะไร
"มึงมีอะไร?"
"เป็นอย่างที่นายหญิงใหญ่พูดครับ สาวไทยสวยจริงๆ" พูดจบเขาก็ยกยิ้มให้กับผู้เป็นนายไม่ได้กลัวใบหน้าที่เย็นชาของริว เพราะทั้งเขาและฟุโดถูกเลี้ยงควบคู่กันมากับนายน้อยของตระกูลโยชิโอกะ ลับตาลูกน้องพวกเขาก็เหมือนเพื่อนมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง
"มึงแอบฟัง" มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ก่อนที่จะพ่นควันขาวออกมาจากปากและจมูก
"มันได้ยินเองครับ"
"ไร้สาระ ออกไปยกอาหารเช้ามาให้กู"
"ครับ"
ติณภพตั้งใจจะรับเลี้ยงเด็กสาวคนหนึ่งเอาไว้ตามเจตนารมณ์ของตัวเองนั่นก็คือตอบแทนผู้มีพระคุณ เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะเลี้ยงเอาไว้ที่กินเอง แต่ทว่านานวันเข้าความคิดของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป
ลินินจำใจต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ยอมเป็นคู่นอนของคนที่ใจร้ายใจใจดำอย่างสิงหราช เพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงเธอมา
กี่ครั้งแล้วที่เฮียทำร้ายหนู กี่ครั้งแล้วที่หนูยกโทษให้กับเฮีย ฮึก...ฮือ ครั้งนี้มันไม่ได้จริงๆเฮียทำร้ายหนูหนักเกินไปแล้ว
เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
เซี่ยอวี๋อันชอบเฟิงจี้หานตั้งแต่เด็ก งานแต่งงานที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อมานานถึงสามปี แต่เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน เขากลับพารักแรกกลับ เซี่ยอวี๋อันรู้ดีว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ความรักที่เกิดจากการอยู่ด้วยกันนานๆ การเคารพกันและกัน ทุกอย่างก็แค่การเสแสร้งเท่านั้น เธอตัดสินใจปล่อยมือ ปล่อยเขาไป ในขณะเดียวกันก็ปล่อยตัวเองไปด้วย แต่เมื่อเธอยื่นเอกสารหย่าให้ เขากลับคลั่ง "เซี่ยอวี๋อัน ทำหน้าที่คุณนายเฟิงให้ดี ไม่ต้องคิดเรื่องหย่าเลย" เซี่ยอวี๋อันหัวเราะ "เฟิงจี้หาน ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว รวมถึงนายด้วย"
หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
ตระกูลซูล่มสลาย จวนเจิ้นกั๋วทั้งตระกูลถูกประหารชีวิตในคืนเดียว ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งถูกน้องสาวหลอกใช้ ถูกชายเจ้าชู้เล่นตลก ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งใช้ชีวิตอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่แคว้นเป่ยเหลียงสิบกว่าปี แต่กลับถูกกล่าวหาว่าคบคิดกับศัตรู คนทั้งแคว้นเซิ่งถังต่างก็ด่าทอยกใหญ่ ชาติก่อน… ซูเฉิงอิ้งต้องยืนมองน้องสาวกับรักแรกของตนสนิทสนมกัน ครองโลก ส่วนตัวเองกลับโดนประหารชีวิต เลือดสาดตะวัน เมื่อตื่นขึ้นอีกครั้ง… ซูเฉิงอิ้งถือดาบกลับมา ฟาดแรก… ตัดสายเลือด ฟันน้องสาวอกตัญญู ฟาดที่สอง… ตัดความรัก ฟันรักแรกที่หน้าเนื้อใจเสือ ฟาดที่สาม… ตัดคำพูด ฟันทุกเสียงนินทาของเป่ยเหลียงที่บิดเบือนความจริง ฟาดที่สี่… ตงฟางไป๋เยว่ “หรือว่าฮูหยินอยากจะฆ่าสามีผู้นี้ด้วยหรือ” ซูเฉิงอิ้ง“หุบปาก…”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY