เขาตั้งใจกักขังเธอเอาไว้..ด้วยคำว่าบุญคุณ ที่ตอบแทนทั้งชีวิต..ก็ไม่มีวันหมด
เขาตั้งใจกักขังเธอเอาไว้..ด้วยคำว่าบุญคุณ ที่ตอบแทนทั้งชีวิต..ก็ไม่มีวันหมด
เสียงลมหายใจหอบกระชั้นดังฝ่าความมืดมิดจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดในค่ำคืนที่หนาวเหน็บ อวัยวะเบื้องต่ำกระทบผืนดินแตกระแหงในจังหวะถี่รัว
เด็กสาวอายุเพียง 18 ปี ผมเผ้ารุงรัง เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวผสมกับหยาดน้ำตาที่เอ่อนองเต็มใบหน้าเปรอะเปื้อนมอมแมมแทบดูไม่ได้
เธอเม้มปากแน่นกลั้นเสียงสะอื้นจากความเจ็บปวดที่ได้รับบริเวณฝ่าเท้าเปลือยเปล่าที่แตกยับจากการวิ่งหนีใครบางคนอย่างไม่คิดชีวิต
แสงสว่างเป็นดวงๆ ลอยอยู่ด้านหน้าไม่ไกลจากจุดที่เธออยู่นัก จึงกลั้นใจฝืนทนต่อความเจ็บแสบปวดแปลบแล้วใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งทะยานไปข้างหน้าตามแสงไฟที่ลอดผ่านแนวพุ่มไม้นั้น
อีกนิด อีกเพียงนิด ในที่สุด..เธอพุ่งตัวพ้นแนวพุ่มไม้ขนาดใหญ่ แสงไฟบนท้องถนนสว่างวาบขึ้นตรงหน้าพร้อมกับเสียงห้ามล้อดังสนั่น
คนตัวบางที่น้ำตาไหลอาบแก้มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขาเรียวไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขยับไปไหนอีกแล้ว จึงยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาบังแสงไฟ ก่อนความสว่างวาบนั้นจะถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดราวกับเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ไม่มีผิดพร้อมๆ กับสติสัมปชัญญะสุดท้ายของสาวน้อยผู้แสนโชคร้ายนี้จะวูบดับลงไป
“เห้ยยยยย”
ชายหนุ่มหล่อเหลาเรือนร่างใหญ่โตที่อยู่เบื้องหลังพวงมาลัยรถยนต์คันหรูราคาแพงที่การันตีสมรรถนะในการขับขี่ร้องลั่น เมื่ออยู่ๆ ก็มีผู้หญิงตัวบางๆ วิ่งทะเล่อทะล่าออกมายืนขวางหน้ารถของเขาในระยะไม่ไกลนัก
เขาเหยียบเบรกและประคองพวงมาลัยเพื่อหักหลบไปอีกเลนหนึ่งของถนนขนาดเล็กนอกเมือง โชคดีเหลือเกินที่เวลานี้ไม่มีการสัญจรขวักไขว่เหมือนช่วงหัวค่ำจึงไม่มีรถสวนมาให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ
รถยนต์สัญชาติยุโรปสมรรถนะดีเยี่ยมหยุดตัวเองลงได้หลังจากต้องไถลเปลี่ยนเลนไปไกล ผู้ชายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วรีบมองกระจกหลังเพื่อดูว่าผู้หญิงที่เห็นเมื่อครู่ยังมีตัวตนอยู่ไหม ก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นถนน จึงรีบขับรถกลับมาอยู่ในเลนปกติของตัวเองแล้วขยับเข้าจอดชิดริมขอบทาง ก่อนจะรีบวิ่งไปดูคนที่นอนอยู่กับพื้นถนนนั้นอย่างรวดเร็ว
“คุณ คุณครับ คุณ”
เขากวาดสายตามองหาร่องรอยบาดแผลแล้วคลำหาชีพจรก็พบว่าเธอยังมีสัญญาณชีพปกติ และไม่มีร่องรอยการถูกเฉี่ยวชน คาดว่าน่าจะตกใจจนเป็นลมเสียมากกว่า
ดวงตาคมกริบกวาดมองโดยรอบบริเวณอีกครั้ง ก็ไม่อาจทำใจเย็นโทรเรียกรถโรงพยาบาลมารับผู้หญิงคนนี้ได้ เพราะบริเวณนี้คือถนนเลี่ยงเมืองที่ค่อนข้างเปลี่ยว ไม่มีบ้านผู้คน จึงไม่ใช่เรื่องปกติเลยที่จะมีผู้หญิงไม่ใส่รองเท้าวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาจากชายป่าข้างทางจนเกือบจะโดนรถชนแบบนี้
เมื่อประเมินจากสถานการณ์แล้วว่าน่าจะมีอันตรายมากกว่าปลอดภัย จึงรีบอุ้มผู้หญิงตัวบางที่ร่างกายเบาดุจปุยนุ่นเข้าไปในรถของตัวเองแล้วรีบขับออกจากบริเวณนี้ด้วยความรวดเร็วทันที
ดวงตากลมโตค่อยๆ เปิดปรือขึ้นมาทีละนิด จนเบิกกว้างแล้วลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจสุดขีด
“กรี๊ดดดดดดด”
นี่คือเสียงแรกที่เล็ดลอดออกมาหลังจากเหตุการณ์เฉียดตายที่ผ่านมาทั้งหมด
คนตัวบางหลับหูหลับตากรีดร้องและนั่งกอดเข่าตัวสั่นสะท้าน ประตูห้องพักถูกเปิดเข้ามาพร้อมด้วยชายหนุ่มในชุดกาวน์พุ่งตัวมากอดกระชับเธอเอาไว้
“ไม่ต้องร้อง ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว”
สาวน้อยที่ดูแสนเปราะบางราวตุ๊กตากระเบื้องค่อยๆ ขยับตัวออกมาจากอ้อมกอด มองเขาด้วยดวงตาสั่นระริกดั่งนกน้อยหลงทางดูน่าสงสารจนใจแกร่งกระตุกวูบ
“ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว จำเบอร์โทรของครอบครัวได้ไหม ฉันจะโทรให้มารับเธอกลับบ้าน”
“มะ ไม่ค่ะ คุณหมออย่าบอกใครนะคะ หนูขอร้อง”
คนตัวบางละล่ำละลักปฏิเสธความหวังดีของหมอหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร โชคดีเหลือเกินที่เธอไม่มีเอกสารแสดงตัวใดๆ ติดอยู่กับตัวเลย ไม่อย่างนั้น ป่านนี้คนใจร้ายนั่น ต้องมาลากเธอกลับไปขายชายแดนอีกรอบแน่ๆ
“ทำไม มีอะไร บอกฉันได้นะ ฉันเป็นคนที่เธอวิ่งมาตัดหน้ารถเมื่อคืนนี้และเป็นคนพาเธอมารักษาเอง เธอไว้ใจฉันได้ ฉันจะไม่ทำร้ายเธอ หรืออยากให้ฉันแจ้งความเรียกตำรวจมาร่วมรับฟังปัญหาของเธอด้วยก็ได้”
“มะ ไม่ต้องค่ะคุณหมอ หนะ หนู หนูไม่ต้องการกลับไปอยู่ที่บ้านอีก ขอร้อง อย่าบอกคนที่บ้านหนูเลยนะคะว่าหนูอยู่ที่นี่”
“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ”
คนตัวบางห่อไหล่ลู่ลงจนน่าสงสาร เธอมองเขาด้วยแววตาลังเล ไม่แน่ใจว่าจะไว้ใจชายแปลกหน้าคนนี้ได้หรือเปล่า แม้ว่าเขาจะคือคนที่ช่วยชีวิตของเธอก็ตามที
“บอกฉันได้ แล้วเธอจะปลอดภัย ฉันสัญญา”
เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ แล้วพรั่งพรูเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของเธอฟัง
“หนูหนีออกมา น้าจิน แม่เลี้ยงของหนู ขายหนูให้กับเจ้าของบ่อนที่น้าจินติดหนี้ มันกำลังจะเอาหนูไปขายที่ชายแดน แต่หนูหนีออกมาจากรถตอนที่พวกมันลงไปฉี่ข้างทาง”
“ถึงว่า เธอวิ่งออกมาที่ถนนทั้งๆ ที่ไม่มีรองเท้า รู้ไหมเท้าเธอแตกยับเลย แล้วพ่อของเธอล่ะ เขาอาจจะไปแจ้งความแล้วก็ได้นะ”
“พ่อหนูเสียไปหลายเดือนแล้วค่ะ พอพ่อเสีย แม่เลี้ยงก็ติดการพนัน”
“แจ้งความไหม ฉันจัดการให้”
“ไม่ค่ะ คุณหมอไม่รู้หรอก ว่าเจ้าของบ่อนนั่นมีอิทธิพลขนาดไหน ถึงแม้เขาจะไม่เคยเห็นหน้าหนู แต่ถ้าเขารู้ว่าหนูแจ้งความ เขาต้องตามมาฆ่าหนูแน่ๆ หนูต้องการให้คนพวกนั้นคิดว่าหนูตายหรือหายสาบสูญไปแล้ว หนูจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ ไม่กลับไปเจอหน้าคนพวกนั้นอีก”
“แล้วเธอจะทำอะไร มีญาติพี่น้องคนอื่นอีกหรอ”
“มะ ไม่มีค่ะ หนูไม่มีใครแล้ว”
คนตัวบางก้มหน้าลง ความสะเทือนใจกลั่นออกมาเป็นหยาดน้ำตาใสๆ ไหลอาบใบหน้านวลที่ต่างจากเด็กมอมแมมเมื่อคืนราวฟ้ากับดิน
หมอหนุ่มรูปหล่อถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความสงสารคนตัวบางที่มีชะตาแสนอาภัพ มือใหญ่ทั้งสองข้างจับใบหน้าเรียวๆ นั้นให้เงยหน้าขึ้นมามองเขา แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหยาดน้ำตานั้นจนแห้งสนิท
ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตากลมโตหวานฉ่ำ คิ้วถูกกันแต่งเป็นทรงสวย จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงเรื่อ ผิวพรรณขาวผ่องราวน้ำนม เรือนร่างบอบบางแต่อวบอิ่มไปด้วยวัยสาวที่เขาได้เห็นมาแล้วเพียงชั่ววินาที เมื่อคืนตอนที่เหล่านางพยาบาลตรวจร่างกายของเธออย่างรีบเร่งก่อนที่หมอผู้หญิงที่ถูกตามตัวอย่างเร่งด่วนจะมาถึง จึงหมดหน้าที่ของหมอผู้ชายอย่างเขา
เขายืนรอหมอผู้หญิงตรวจร่างกายของเธออย่างละเอียดทุกซอกทุกมุมอยู่ด้านหลังผ้าม่าน ใจแกร่งเต้นระทึกระหว่างรอลุ้นผลการตรวจร่างกายบอบบางขาวโพลนนั้น
แล้วก็ต้องลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อหมอที่ทำการรักษาเดินออกมารายงานผลว่าเธอตกใจจนช็อกและเป็นลมหมดสติไป แถมร่างกายยังอ่อนเพลีย มีแผลแตกที่เท้า ส่วนร่างกายส่วนอื่นๆ ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไรและที่สำคัญไม่มีร่องรอยการถูกล่วงละเมิด
“ไม่มีใคร ก็อยู่กับฉัน ฉันจะดูแลเธอเอง”
“คุณหมอ..”
“ฉันชื่อน่านฟ้า เรียกหมอน่านก็ได้ แล้วเธอล่ะชื่ออะไร อายุเท่าไหร่”
น่านฟ้า อธิพัฒน์โภคิน หมอหนุ่มวัย 30 ปี เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งนี้ส่งยิ้มอบอุ่นให้ลูกนกปีกหักตรงหน้า
คนตัวบางมองสบตากับชายหนุ่มรูปหล่อที่กำลังส่งยิ้มอ่อนให้กับเธอด้วยหัวใจเต้นระรัว ใบหน้าขาวสะอาด ดวงตาคมกริบสีดำขลับ คิ้วเข้มดกดำ จมูกโด่งจัด ริมฝีปากหยักได้รูปสีแดงสดราวกับผลเชอร์รี่ คางเหลี่ยมกำลังดีรับกับสันกรามโค้งมน ผมรองทรงไถข้างสั้นแสกกลางปล่อยปลายผมลงมาปรกหน้าผาก ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาด เขามีรูปร่างสูงใหญ่ผิวพรรณขาวจัดเนียนละเอียดราวผิวเด็กยิ่งทำให้เขาดูหล่อเหลากร้าวใจ
“หนูชื่อมะลิ อายุ 18 ปีค่ะ”
มะลิ ชื่อช่างเหมาะสมกับตัว ผิวพรรณที่ขาวผ่องหอมกรุ่นด้วยวัยสาวของเธอ แถมท่าทางบอบบางราวกับกลีบของดอกมะลินั่นช่างเหมาะสมกับเจ้าของชื่อจริงๆ
“ว่าไง ตกลงจะไปอยู่กับฉันไหม มะลิ ฉันจะส่งเธอเรียนเอง”
“แล้วครอบครัวหมอน่านไม่ว่าเอาหรอคะ หนู..”
“คิดมาก ไม่มีใครว่าอะไรหรอก พ่อกับแม่ฉันใจดี”
สาวน้อยครุ่นคิดอีกครั้ง เพราะไม่อยากที่จะเป็นภาระของใคร แต่จะให้เด็กอายุ 18 อย่างเธอที่ไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้วมีชีวิตรอดในสังคมต่อไป มันเป็นไปไม่ได้เลย
“ก็ได้ค่ะ หนูจะไปอยู่บ้านหมอ ขอบคุณมากนะคะ ถ้ามีอะไรที่หนูตอบแทนหมอได้ขอให้หมอรีบบอกมาเลยค่ะ หนูยอมทำทุกอย่าง”
“ทุกอย่างเลยหรอ”
คนหล่อเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาที่มองสบกับสาวน้อยสว่างวาบขึ้นชั่ววินาที ก่อนจะมอดดับลงเป็นปกติดังเดิมโดยที่เธอไม่ทันได้เห็น
“ค่ะ ทุกอย่าง เพราะหมอช่วยชีวิตหนูเอาไว้ ไม่อย่างนั้นหนูอาจจะถูกพวกมันฆ่าตาย หรือไม่ก็ถูกส่งไปขายกลายเป็นโสเภณีที่ชายแดน หนูติดหนี้บุญคุณหมอ ต่อให้ยากเย็นแค่ไหน ถ้าหมอต้องการ หนูก็จะทำให้ค่ะ”
“หึหึ เอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออกว่าต้องการอะไร ไว้ถ้านึกได้ จะบอกเธอแล้วกันนะ”
“ค่ะ ขอบคุณหมอมากค่ะ”
สาวน้อยตัวบางยิ้มหวาน ก่อนจะพนมมือก้มลงไหว้ผู้มีพระคุณอย่างนอบน้อมสวยงามตามที่คนเป็นพ่อได้สั่งสอนมา มันน่าเอ็นดูจนหมอหนุ่มต้องส่งมือไปลูบศีรษะทุยนั้นเบาๆ
“อุ๊ย ขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าหมอจะอยู่ในห้อง”
นางพยาบาลสาวสวยเดินเข้าห้องมาพร้อมเสื้อผ้าคนไข้ชุดใหม่และรถเข็นใส่อาหาร
“อืม พอดีผมมาดูคนไข้น่ะ ยังไงฝากด้วยแล้วกันนะครับ ผมมีไปดูคนไข้ห้องอื่นอีก ฉันไปก่อนนะมะลิ เดี๋ยวค่ำๆ จะแวะมาดูอีกรอบ”
“ขอบคุณมากค่ะ หมอน่าน”
ความเข้าใจผิดทำให้เขามีค่ำคืนอันเร่าร้อนกับเธอ..เขาจะถือว่าเธอเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าเธอจะไม่เต็มใจก็ตาม และของที่เป็นของเขา จะไม่มีวันปล่อยให้ใครหน้าไหนได้เชยชมทั้งนั้น อย่าฝันจะเป็นอิสระ
จำเอาไว้ว่าผัวของเธอชื่อ “เหนือเมฆ” หลังจากนี้ ถ้าเธอไปอ่อยผู้ชายหน้าไหนอีก..ฉันเอาเธอตายแน่
เธอ..เป็นของต้องห้ามสำหรับเขา..คุณหนูผู้เอาแต่ใจ ลูกสาวเจ้านายผู้มีพระคุณ เขา..เป็นของร้อนสำหรับเธอ อยู่ใกล้แล้วมันร้อนรุ่ม บอดี้การ์ดหน้าโหดที่ขัดใจเธอไปเสียทุกอย่าง และแม้ว่าบอดี้การ์ดอย่างเขา จะอยากขย้ำเธอให้จมเขี้ยวสักเท่าไร แต่ก็ทำได้เพียงอดทน..จนกว่าจะถึงวันที่เขา..คู่ควร
ยัยเด็กขาดสารอาหารคนนี้หรอ คือลูกสาวคนใหม่ของแม่.. เด็กอะไร ขวางหูขวางตาชะมัด เจอหน้ากันเอาแต่ก้มหน้าหลบตา แต่ทำไมยัยเด็กนี่ถึงสวยวันสวยคืน..ถ้าเขาจะแอบกินเด็กของแม่..จะผิดไหม
ในขณะที่เขาเฝ้ารักสตรีผู้นั้น ทว่าในขณะเดียวกันนางก็เฝ้ารอความรักจากเขาอย่างมีความหวัง 'ความรักทำให้คนโง่งม' คำกล่าวนี้ช่างเหมาะสมกับนางยิ่ง หรือชั่วชีวิตนี้ของนางจะเป็นได้เพียงอากาศ วนเวียนอยู่รอบกายแต่กลับไร้ค่าไม่มีตัวตน "พระองค์จะหันมาเหลียวแลหม่อมฉันบ้างได้หรือไม่ หม่อมฉันก็มีหัวใจไม่ต่างจากผู้อื่นเช่นกัน"
เพราะการบนบาลครั้งนั้นทำให้เธอต้องรีบหาสามีเพื่อผลิตลูกไม่อย่างนั้นเธอก็จะต้องเจอกับสิ่งลี้ลับและผู้โชคดีที่จะเป็นพ่อของลูกของเธอก็ดันรุ่นราวคราวพ่อเธอจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร..... ...................................///............................... ทุกคนเชื่อในเรื่องการผิดคำพูดในการบนบานศาลกล่าวกันหรือเปล่า... เรื่องราวที่ไรท์จะเขียนในนิยายเป็นเรื่องที่นางเอกของเราเคยบนบานเอาไว้และเมื่อสิ่งที่บนประสบผลสำเร็จนางเอกของเราก็จะต้องแต่งงานกับผู้ชายคนแรกหลังตื่นเช้าของอีกวันและผู้ชายคนนั้นก็คือ...พระเอกของเราเองค่า.. แต่..แต่..แต่..ว่า...พ่อพระเอกของเราไม่ได้จะยอมง่ายๆเพราะว่านางเอกดันอายุอ่อนกว่าเขายี่สิบกว่าปีเรียกว่ารุ่นลูกยังได้ แต่หากพระเอกของเราไม่ยอมแม่นางเอกของเราก็ต้องตื๊อให้ยอมจนได้... เพราะว่า... เธอ... ไม่อยากจะเจอเรื่องซวยๆอีกต่อไป.. ความสนุกของเรื่องนี้จะเกิดจากความโก๊ะๆเปิ่นๆของนางเอกแถมความลี้ลับที่นางเอกต้องเจอ...มันสร้างความเดือดร้อนให้เธอมากมายจนพระเอกของเราต้องคอยปกป้องนางเอกของเราอยู่ตลอด...นานวันเข้าทั้งสองก็...(คิดกันเอาเอง อิๆๆ) เรื่องราวจะเป็นอย่างไร...ติดตามกันได้ในเรื่อง เสี่ยงรักสัจอธิษฐาน.. ได้เลยนะคะ.. เนื้อหาชื่อคนหรือสถานที่ในนิยายล้วนเกิดจากจินตนาการไม่ได้มีเจตนาอ้างอิงถึงใครหรือสิ่งใดขอทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
เมื่อนางย้อนยุคกลายเป็นพระชายาคังที่ถูกขังอยู่ในโรงขังคนบ้า เพิ่งมาถึงฉินเซิงก็กำจัดคนสองคนที่ต้องการทำร้ายนาง นางบุกเข้าไปในงานแต่งงานของคู่รักชั่วชาสองคนนั้นในชุดแดง นางหยิ่งผยองและยั่วยุ ทำให้ชายชั่วโกรธจนกัดฟันแน่นแต่กลับทำอะไรไม่ได้ และหญิงร้ายนั้นก็เกลียดชังอย่างมากทว่าเอาคืนไม่ได้ ท่านอ๋องจิ้นได้เห็นสถานการณ์ทั้งหมดนี้ เขาโค้งงอริมฝีปาก สตรีนางนี้ช่างแตกต่างจากคนอื่นจริงๆ ถูกใจเหลือเกิน เขาจะเอาชนะใจนางและให้ชีวิตที่ดีแกนาง
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว
กู้ชิงเฉิงเชื่อมั่นมาตลอดว่าตราบใดที่เธอประพฤติตัวดี สักวันหนึ่ง เธอก็จะสามารถชนะใจมู่ถิงเซียวให้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเสิ่นถัง รักแรกที่เขาคิดถึงมาตลอดกลับมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กู้ชิงเฉิงเป็นคนว่าง่ายสอนง่ายจริงๆ เธอจัดงานแต่งงานด้วยคนเดียว และนอนคนเดียวในห้องผ่าตัดเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน มีข่าวลือว่าเธอบ้าไปแล้ว อันที่จริงเธอบ้าไปแล้วจริงๆ ที่รักใครสักคนอย่างไม่ละอายขนาดนี้ ต่อมา ทุกคนลือกันว่า กู้ชิงเฉิงป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต มู่ถิงเซียวถึงสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง "ฉันไม่ปล่อยให้เธอตาย" แต่เธอกลับยิ้มอย่างนิ่งๆ ว่า "ดีจังเลย ฉันเป็นอิสระแล้ว" ใช่แล้ว ไม่ต้องการกู้ชิงเฉิงอีกแล้ว"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY