เรื่องนี้มีแต่ของกิน ผู้ช่วยแม่ครัวของเรากำลังจะกุมหัวใจฮ่องเต้หนุ่มหล่อด้วยสิ โอ้แม่เจ้า เจอฮ่องเต้สายซึนเสียด้วยพร้อมกับเรื่องเข้าใจผิดมากมาย
เรื่องนี้มีแต่ของกิน ผู้ช่วยแม่ครัวของเรากำลังจะกุมหัวใจฮ่องเต้หนุ่มหล่อด้วยสิ โอ้แม่เจ้า เจอฮ่องเต้สายซึนเสียด้วยพร้อมกับเรื่องเข้าใจผิดมากมาย
“เรื่องมันมีอยู่ว่า ช่างเถอะ ไม่อยากจะเล่าเลยเล่าแล้วมันยาวและเจ็บปวด
เอาเป็นว่าฉันที่เคยเป็นผู้ช่วยแม่ครัวย้ำว่าผู้ช่วยแม่ครัวไม่ได้เป็นช๊งเป็นเชฟอะไรกับเขาหรอก
ก็แค่ผู้ช่วยแม่ครัวในร้านอาหารแต่ต้องทำทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ ขัดห้องน้ำ ล้างจาน และทำอาหารแทนแม่ครัว แต่เขาดันเรียกว่าเป็นคนปรุงเพราะวันไหนที่แม่หัวหน้าแม่ครัวไม่มา อี่ศรีคนนี้แหละจะต้องทำทุกงาน ตั้งแต่หั่นผักยันปรุง
“ก็คิดว่าช่วยๆ กัน”
เจ้าของร้านพูดเมื่อวันสุดท้ายของปี ที่แม่ครัวแกดันกลับบ้านที่ต่างจังหวัดไม่บอกไม่กล่าวสักคำ เราจึงต้องใช้คำว่าช่วยๆ กันตั้งแต่เช้า
อีศรีไพรคนนี้ก็เลยต้องทำทุกตำแหน่งในร้าน จน..จนในที่สุดฉันก็ได้พัก ดื่มสุราในคืนข้ามปีพร้อมกับน้องๆเด็กเสิร์ฟในร้านที่แอบรินสารพัดสุราที่ลูกค้าดื่มไม่หมด มาลงขวดเก็บไว้ ผลจากสุราที่เรียกว่า หลาสยกษัตรย์ผสมกันทำเอาร่างกายที่อ่อนล้ามาทั้งวันทิ้งตัวหล่นตุ๊บในท่าตะแคงข้างลงบนพื้นกระเบื้องในท่านั่ง
โลกหมุนติ้วสีฟ้าขาวเหลือง แดง ม่วง น้ำเงิน ส้ม ชมพูแสงสว่างวาบ
แล้วมาหล่นตุ๊บอีกทีที่ไหนสักแห่ง
“$@#*+&&¢£¥%”
จูนแป็บ…เขาพูดอะไรกัน สะบัดศีรษะไปมา
“เร็วเข้า ฝ่าบาทเพิ่งจะกวาดเครื่องเสวยลงพื้นจนหมดพวกเจ้าขืนช้าเกรงว่าเอาคอไปพาดไว้ที่ลานประหาร”เสียงเข้มของใครบางคนแค่ฟังน้ำเสียงก็รุ้แล้วว่าวางอำนาจแค่ไหน
อ่อภาษาจีน ทำไมพูดภาษาจีน แล้วที่นี่ที่ไหนอย่าถามโง่ๆ ออกไปนะศรีไพร
อืมคงเป็นฝันแหละ จะต้องเป็นฝันแน่ๆ ก็ดันดื่มเสียเกือบหมดขวด ซีวาส รีกัล ผสมกับแบล็ค เรด และอื่นๆบลาๆๆหอมละมุนเหนื่อยๆ ฟาดเสียเต็มพิกัด แล้วดื่มแบบซ๊อตด้วยสิ
“คุณหนูเข่อชิง รีบลุกมาช่วยกันอย่ามัวแต่ฝันกลางวันคิดว่าตัวเป็นคุณหนูบ้านใหญ่“คุณหนู!ใครกันคือคุณหนู อย่าบอกนะว่าศรีไพรมาเป็นคุณหนูบ้านใหญ่
เสียงป้าตื้อที่พูดไม่พูดเปล่าเดินมาดึงหูศรีไพรให้ติดมือไปด้วย อ้าวนั่นประชดหรอกหรือ
”ปล่อยนะ”
ปากพูดตามองรอบๆตัว นี่มันห้องครัว แต่ทำไมใหญ่โตมโหราฬขนาดนี้ นางในห้องเครื่องที่ต่างนั่งกุมขมับเพราะกลัวจะถูกลงทัณฑ์ในเมื่อฮ่องเต้ไม่ยอมเสวยอะไรเลยทุกอย่างจึงมาลงที่ห้องเครื่อง
”หือข้าล่ะเกลียดความเสแสร้งของเจ้าจริงแม่นางน้อยเข่อชิง วางท่าราวกับคุณหนูกลางวันแอบงีบ กลางคืนนอนแต่หัวค่ำ คนอื่นเขากลุ้มใจแต่เจ้ากลับหลับได้สบายๆ”
ฟาดมือลงบนแผ่นหลังเสียงดังตุ๊บตั๊บ
“ยอมแล้ว ยอมแล้ว”เจ็บจัง! ศรีไพรรีบลุกขึ้นมามนั่งตากลม
”ไปช่วยกันปรุงอาหาร หลายวันมานี้ไม่มีอาหารชนิดใดที่ฝ่าบาทยอมเสวย หัวหน้าห้องเครื่องจึงให้พวกเราลองปรุงอาหารถวาย ทุกคนในห้องเครื่องจะต้องปรุงเครื่องเสวยแล้วลองนำไปถวายฝ่าบาท วันนี้ถึงคิวเจ้าแล้วเข่อชิง“
”หา ทำอาหารอีกแล้วหรือ”เบ้ปากด้วยความเบื่อหน่าย
“เจ้าจะทำอาหารชนิดไหนเลือกเอาจะของคาวรึของหวาน หากฝ่าบาททรงยอมเสวยจึงได้ไปต่อแต่หากฝ่าบาทกวาดเครื่องเสวยของเจ้าทิ้งไปนั่นเท่ากับว่าพวกเราซวยแล้วเข่อชิงเหลือเพียงเจ้ากับ เฟยฟางสองคนเท่านั้นที่จะช่วยพวกเราไม่เช่นนั้นคงต้องหอบห่อผ้ากลับไปทำนาไร่”
“ยายแก่ แกพูดง่ายไปแล้ว หากวันนี้ฝ่าบาทยังไม่ยอมเสวยคาดว่าจะโมโหหิวจนสั่งประหารพวกเราเสียทีเดียว ในเมื่อไม่เสวยอะไรมาห้าวันแล้วนั่นเท่ากับพวกเราถึงคราวซวย”
ลุงซุนพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
โอ้โห้โอโห้ ตึงเครียดขนาดนี้เลยหรือ ความเป็นความตายนี่คนดีดี อย่างศรีไพรจะนิ่งเฉยได้อย่างไรกัน ยนานๆจะได้เป็นคนดีเสียที ปกติปแล้วช่างหัวมัน
“ได้ยินไหมเข่อชิง เจ้าเร่งลงมือเถิด”
ศรีไพรยิ้มเจื่อนๆ ดึงผ้าสีทึมมาคาดที่เอวกิ่ว ถลกแขนเสื้อขึ้น เอาวะ
เหลือบตามองวัตถุดิบในกระจาด มีสิ่งใดพอใช้ได้บ้าง
“ของดีๆ ทำถวายก็ถูกกวาดลงพื้นจนสิ้น เหลือวัตถุดิบเท่าที่เห็น”ป้าตื้ออธิบายฉอดๆ
“แล้วทำไมไม่นำมาเพิ่ม”ลุงซุนบ่น
“ตาแก่ ข้าเห็นว่านำมาเพิ่มได้ฝ่าบาทก็ไม่ยอมเสวยของดีๆ ไม่ว่าจะหมูตุ๋นหรือไก่ตุ๋นก็กวาดลงพื้นเสียสิ้น”
ศรีไพรถอนหายใจ
“ถอยไปเลยทั้งสองคน”จะให้เร่งมือแต่มาเสียงดังข้างๆ
ส่งเสียงเข้ม เหมือนทุกครั้งที่กำลังจะลงมือปรุงอะไรสักอย่างการทำอาหารสำหรับศรีไพรคือศิลปะอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ใจและสมาธิ
ป้าตื้อกับลุงซุนมองตากันแล้วถอยออกไปปล่อยให้ศรีไพรง่วนกับวัตถุดิบตรงหน้า
“อะไรดี”
เหลือบไปที่กระจาดที่วางอยู่ตรงนั้น หยิบของบางอย่างขึ้นมาดูขึ้นมาดู
“นั่นเจ้าจะทำอะไรของสกปรกแบบนั้นไม่เหมาะกับเครื่องเสวยฝ่าบาทเป็นถึงโอรถสวรรค์”
ลุงซุนพูดดังๆ กลัวว่าศรีไพรจะเอาของที่ไม่เหมาะแก่ฐานะของฮ่องเต้ทำปรุงเรื่องเสวย
ศรีไพรหยิบของสิ่งนั้นมาหั่นเป็นชิ้นยาวๆ บั้งเหมือนกับบั้งหมึกสับปะรดตั้งกระทะเทน้ำมันใส่ โยนสิ่งที่หั่นบังไว้ลงไปทอดด้วยไฟแรงไม่สนใจสายตาของลุงซุน
“เจ้า เจ้าบังอาจนัก”ชี้มือสั้นระริกไปที่ศรีไพร ที่บัดนี้หลุดกเข้าไปในโลกส่วนตัวเสียแล้วไม่สนใจเสียงรอบข้าง
“ลุงเชิญออกไปรอด้านนอกเสร็จแล้วจะยกออกไปให้”
ดันหลังตาลุงซุนให้ถอยห่างเตาดึงท่อนฟืนออกเสียหนึ่งดุ้นเบาไฟใช้ไฟกลางสำหรับทอดเมื่อความร้อนจากน้ำมันเริ่มรีดเอาความชื้นจากของที่โยนลงไปจนได้ยินเสียงน้ำมันเดือด
หันกลับไป ยิ้มกับครก
อย่างน้อยก็มีวัตถุดิบสำหรับโขลกพริกแกงละว้า
หั่นข่าตระไคร้เตรียมไว้ หยิบลูกมะกรูดมาปอกเอาเปลือกสีเขียวออกบางๆหั่นฝอยเตรียมไว้
คว้าพริกกับเครื่องเทศมาโขลกเสียงโขลกพริกแกงดังลั่นวังหลวง
หันกลับไปพลิกของทอดที่กำลังสุกเหลืองด้านหนึ่งให้อีกด้านหนึ่งลงไปทอดบ้าง หั่นตะไคร้ลงไปทอดที่หลังเพราะตะไคร้จะสุกก่อนหากใส่ไปพร้อมกันจะต้องไหม้แน่ๆ
โขลกพริกแกงจนละเอียด สีแดงสดยกไม่ตีพริกขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอม
เสร็จแล้วก็ใช้กระชอนที่สานจากไม้ไผ่ช้อนเอาของทอดสีเหลืองทองที่กรอบนอกนุ่มในพร้อมกับตะไคร้ที่เหลืองสวยเช่นกันขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันรินน้ำมันออกจากกระทะ เหลือน้ำมันนิดหน่อย ใส่พริกแกงที่โขลกลงไปผัด เสียงซ่าาดั่งๆทำเอาอะดีนาลีนพุ่งปรี๊ด
คราวนี้เองที่ป้าตื้อมาชะโงกมองที่หน้าต่าง
“ฮัดชิ้ว หืมมม”
“เป็นอย่างไรป้าหอมไหม”ศรีไพรถามยิ้มๆ
“สิ่งนี้เรียกอะไรที่เจ้ากำลังผัดอยู่นั่น”
ป้าตื้อถามด้วยความอยากรู้
“อ่อ นี่คือพริกแกง”
“ไม่มีพิษแน่ใช่ไหมฝ่าบาท เกรงว่าจะต้องพิษจึงไม่ยอมเสวย”ศรีไพรขมวดคิ้ว
“อ้าวเหรอ นึกว่าอาหารไม่ถูกปาก”
“นั่นก็มีส่วนอย่างมากฝ่าบาทเกรงว่าจะมีคนวางยาพิษเลยยอมอด แต่รู้ไหม ว่าท่านหมอพูดว่านั้นเพราะไม่มีเครื่องเสวยที่ทำให้ฝ่าบาทอยากเสวยมากกว่า”
ป้าตื้อพูดไม่หยุด ตาก็มองสิ่งที่ศรีไพรกำลังลงมือปรุงน้ำตาลนิดเต้าเจี้ยวหน่อย ใส่เห็ดหอมหั่นลงไปจนเห็ดหอมสุกจึงนำของทอดสีเหลืองทองกับตะไคร้ทอดกรอบลงไปคลุกเคล้ายกกระทะออกจากเตา ใส่ใบกะเพราลงไปเป็นอันเสร็จพิธี หอมไปทั่วห้องเครื่อง
เหล่านางในห้องเครื่องมาชะโงกมองว่ามันคือเครื่องเสวยที่มีชื่อว่ากระไร
ศรีไรตักผัดเผ็ดใส่จานเงินหาฝามาปิดครอบไว้
ยกวางในถาด ตักข้าวสาลีที่หุงร้อนๆ ในหม้อใส่ถ้วยสองใบวางข้างผัดเผ็ดในถาด
“เสิร์ฟร้อนๆ”
“เครื่องเสวยนี้มีชื่อว่าอย่างไร”
“ผัดเผ็ด”
ป้าตื้อพยักหน้ากับนางในห้องเครื่องที่รีบยกเครื่องเสวยไปถวายฮ่องเต้
“เดี๋ยวแน่ใจหรือว่าจะถวายเครื่องเสวยชนิดนี้”
“ตาแก่ อยู่เฉยๆ เสียข้าเห็นว่าเครื่องเสวยที่นางทำกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที พวกเรากำลังเข้าตาจน”
ลุงซุนถอนหายใจ ศรีไพรเช็ดมือที่เพิ่งจะล้างกับผ้ากันเปื้อนที่มัดไว้ที่เอว
“ถ้ามีอะไรผิดพลาดฉันรับผิดชอบเพียงคนเดียวลุงก็บอกไปว่าฉันดื้อไม่ยอมเชื่อฟังลุง”ป้าตื้อส่ายหน้าไปมา
“เอาเหอะน่าตาแก่นางหวังดีน่า บางทีฝ่าบาทอาจเลือกเครื่องเสวยของนางก็ได้”
“แล้วเฟยฟางเล่านางปรุงเครื่องเสวยที่ชื่อว่าอะไร”
ลุงซุนเอ่ยปากถามนางในห้องเครื่องอีกคนนามว่าอี้เอ่อร์
“ป่านนี้นางยังยืนนิ่งไม่รู้ว่าจะปรุงสิ่งใดถวาย”
อี้เอ่อร์ตอบเบาๆ
นางในห้องเครื่องยกถาดผัดเผ็ดและข้าวร้อนๆ สาวเท้ายังห้องบรรทมของฮ่องเต้หรวนหนิงหลง宁龙 (หนิงหลง) = มังกรแห่งความสงบเสงี่ยม
“กลิ่นอะไร”
หรวนหนิงหลง ลุกขึ้นจากแท่นบรรทมในท่านอนหงายหยียดยาวยกมือก่ายหน้าผากหลับตานิ่งกับท้องที่เลิกร้องไปนานแล้ว
ขันทีชราเป่ยกงกงรีบประสานมือท่าทีนอบน้อม
“ฝ่าบาทนางในห้องเครื่องนำเครื่องเสวยชุดใหม่มาแล้วคาดว่าจะเป็นของสิ่งนี้ที่ส่งกลิ่นข้าน้อยเห็นว่าฝ่าบาททรงบรรทมจึงไม่ได้ปลุก”หนิงหลงถอนหายใจ
“ยกเข้ามา ทดสอบพิษ”
เป่ยกงกงโบกมือให้นางในห้องเครื่องที่ยกถาดเข้ามาวาง
แล้วเอื้อมมือเปิดฝาครอบผัดเผ็ดออกช้าๆ
กลิ่นหอมเผ็ดร้อนขจรขจายไปทั่วห้องบรรทม หนิงหลงจ้องมองสิ่งที่อยู่ในจานเงิน ไม่อาจบอกได้ว่าคือสิ่งใดกันในเมื่อถูกบั้งและทอดจนเป็นสีเหลืองทอง
เป่ยกงกงคีบเอาผัดเผ็ดเข้าปาก ดวงตากลับเบิกโพลงด้วยรสแปลกลิ้น รสสัมผัสเผ็ดร้อนทว่าลงตัวทั้งกลมกล่อมหอมหวน จนทำให้น้ำลายไหลได้เลยทีเดียว เคี้ยวช้าๆ แล้วกลืน รสดีเสียจนสึกเสียดายที่คีบชิ้นเล็กไปอยากจะลิ้มรสอีกสักคำ ความเผ็ดร้อนในปากบวกกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศในพริกแกงกับกลิ่นฉุนของใบกะเพราช่างพอเหมาะพอเจาะส่งผลให้ความกรอบนุ่มของทอดสีเหลือง ชูรสได้ดี รสเผ็ดทำให้เจริญอาหาร แต่ไม่วายสงสัยว่าของสิ่งนี้ทำจากวัตถุดิบใดกันแน่ ถึงจะใกล้เคียงกับเนื้อหมูแต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว
“ไม่มีพิษพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทจะเสวยเลยหรือไม่”
“เลื่อนถาดมาตรงหน้าข้า”
สูดดมกลิ่นหอมจนน้ำลายสอแต่ไม่อาจแสดงกิริยาว่าหิวจนตาลายออกมาด้วยเป้นคนที่มักจะสะกดกลั้นความรู้สึกได้ดีตามประสานักรบนั่นเอง
หนิงหลงทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ เป่ยกงกงเลื่อนถาดอาหารตรงหน้าส่งตะเกียบเงินให้อย่างนอบน้อม หนิงหลงคีบผัดเผ็ดชิ้นหนึ่งใส่ปาก
รู้สึกถึงความเผ็ดที่ปลายลิ้น พอเคี้ยวจึงสัมผัสรสกลมกล่อมความกรอบนอกนุ่มในยิ่งทำให้รสสัมผัสมีความน่าพิศวง ความเผ็ดในตอนท้ายบวกกับกลิ่นหอมแทรกซึมไปทั่วปากพริกแกงไม่ได้เผ็ดจี๊ดจ๊าดแต่ก็เผ็ด พอรู้สึกเผ็ดก็พุ้ยข้าวร้อนๆ ใส่ปากแก้เผ็ดยิ่งอร่อย จนแทบลืมเคี้ยว
เป่ยกงกงยิ้มแก้มปริ
เดินมากระซิบกระซาบกับนางในห้องเครื่อง
แล้วโบกมือให้นางกลับไป
“รสดี จริงๆ เครื่องเสวยนี่มีชื่อว่าอะไร”
หนิงหลง มองหาถ้วยข้าวอยากจะเพิ่มข้าวอีก เป่ยกงกงรู้ทันรีบยกถ้วยข้าวร้อนๆ มาวางตรงหน้า นึกชื่นชมคนจัดถาดอาหารที่เพิ่มข้าวมาราวกับจะรู้ว่ามื้อนี้ฝ่าบาทจะเสวยข้าวถึงสองถ้วย
“อ่า นางในห้องเครื่องที่ยกถาดอาหารมานางเรียกมันว่า…ผัดเผ็ด”
พระเอกสายแอพ เฉยชาทว่าโบ๊ะบ๊ะภายใน โคตรรั่ว อัตราการแขวะ0.01วินาที ภายใต้หน้ากากสูงส่งบริสุทธิ์ ในนามปรมาจารย์ ที่ค้ำคอไว้ พบกับ พระเอกสายกาว ที่ไม่เอื้อนเอ่ย ใครกันจะรู้ภายในใจท่านคิดเช่นไร พบกับนิยายแนว ขุนเขาจอมยุทธ์ บุญคุณความแค้น แต่พระเอกสายฮา สะกดกลั้นความอาไว้ภายใต้หน้ากากหล่อเหลาอย่าเผลอนินทาอย่าเผลอหลงรัก เพราะปรมาจารย์ท่านนี้อ่านใจคนออก
เรื่องเล่าของท่าน อาจทำข้าสำราญ หรืออาจทำให้ทุกข์ตรมไปกับท่าน ถือว่าท่านจ่ายค่าตอบแทนแก่ข้าแล้ว เสพสุขจากความทุกข์ตรมกระทำได้เช่นนั้นหรือความทุกข์ตรมของผู้อื่น ทำให้เราหลุดพ้นความทุกข์ตรมของเราได้
บุตรีของขุนนางกบฏ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้บิดาแทนที่จะหนีไปไกลแสนไกลกลับพาตัวเองมาผูกพัน กับคนที่เป็นศัตรู แค้นฆ่าพ่อจือหรานจะสามารถทวงความเป็นธรรมให้บิดาได้หรือไม่ ..พบกับความรักความแค้นที่ฝั่งแน่น
ตำรวจหญิงมือดีดับอนาถแต่สวรรค์กลับให้โอกาสได้กลับไปแก้แค้น แทนหญิงโง่งมคนหนึ่งที่ถูกหักหลังเช่นกัน งานนี้จะต้องไม่ใครก็ใครสักคนจะต้องเสียน้ำตา
.....อามูเนส... .. ราชินีที่รักแห่งข้าขอเทพธิดาไอซิส มอบชีวิต อมตะให้ข้าและนาง ...รอ เจ้าอยู่ที่นี่ ตราบ ดวงอาทิตย์อับแสง ..รอเจ้าอยู่ร่วมเดินทางสู่ฟากฟ้า พร้อมกัน” คำขอครั้งสุดท้ายของ..โฮรัส.. ผู้เลื่องชื่อเทพแห่งสงคราม กับเจ้าหญิงผู้ซึ่งตกเป็นเชลย ด้วยจุดเปลี่ยนที่บิดาของอามูเนส ผู้เลอโฉมเลื่องลือไปไกล พ่ายแพ้ให้แก้ฟาโรห์โฮรัสเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่ เป็นจุดเริ่มต้นของ คำขอต่อเทพแห่งความเป็นอมตะไอซิส คำขอครั้งสุดท้ายจะเป็นจริงไหมและเอวาสาวสวยนักโบราณคดีที่ขุดค้นพบ คำขอนั้นของฟาโรห์โฮรัสจะ สามารถค้นพบความจริงต่างๆได้อย่างไร ล่องลอยไปกับดินแดน ไอยคุปต์ด้วยกันใน...มนตราฟาโรห์...
ขายตัวเข้ามาเป็นอี้จีฝึกหัด แต่ยังไม่ผ่านงานแรกด้วยซ้ำ สวรรค์ชังหรือนรกแกล้งให้เฟิ่งหลิว ต้องมาพบเจอคนใจร้ายเช่นนี้แล้วยังมาหาว่าเฟิ่งหลิวเป็นนางคณิกา กร้านโลกอีก ทั้งๆที่น้องแสนจะเดียงสา
เซียวหลิ่นตาบอดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลูกสาวคนรวยทุกคนต่างหลีกเลี่ยงเขา มีแต่สวี่โยวหรานยอมแต่งงานกับเขาโดยไม่ลังเล สามปีต่อมา เซียวหลิ่นกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง จากนั้รเขา็ยื่นข้อตกลงการหย่าเพื่อยุติการแต่งงานนี้ เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า "ฉันพลาดกับชิงชิงมานนานมากพอแล้ว ฉันไม่อยากให้เธอต้องรอนานกว่านี้!" สวี่โยวหรานลงนามในข้อตกลงการหย่าโดยไม่ลังเล ทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะเธอตลอด - หัวเราะเยาะว่าที่เธอแต่งเข้าตระกูลเซียวถือว่าเกาะผู้มีอิทธิพลเข้า จากนั้นก็มาหัวเราะเยาะเธอที่ถูกทอดทิ้ง เป็นหญิงที่ไร้ค่า แต่ทุกคนกลับไม่รู้ว่า เธอคือหมออัศจรรย์ที่รักษาดวงตาของเซียวหลิ่นให้หายดี เป็นผู้ออกแบบเครื่องประดับมูลค่าหลักร้อยล้าน ผู้เป็นมือหนึ่งแห่งหุ้นที่ครองตลาดหุ้น และแม้แต่แฮกเกอร์ระดับแนวหน้าและลูกสาวแท้ๆ ของผู้มีอิทธิพล อดีตสามีมาขอร้องขอคืนดี ซีอีโอผู้เผด็จการก็โยนเซียวหลิ่นออกไปนอกประตูอย่างเย็นชา "ดูดีๆ นี่ภรรยาของผม"
เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยสนใจ แต่ก็ยังดึงดันอยากจะอยู่ใกล้ ต่อให้เธอเป็นเมียแต่งเขาก็คงไม่มีวันเปลี่ยนใจ เพราะเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจจากไปในคืนแต่งงาน "จากนี้ไปเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก" 🥀
เกิดใหม่ในชาตินี้ นางแค่ต้องการอยู่อย่างสงบสุขปกป้องครอบครัวจากเรื่องร้ายที่จะเกิดขึ้น นางไม่อยากตกอยู่ในบ่วงรักอันทำให้ครอบครัวต้องพบกับวิบัติอีกต่อไปแล้ว... คำเตือน นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักโรแมนติก ดราม่า มีฉากความรุนแรง ฉาก NC และมีฉากเศร้าสะเทือนใจ โปรดพิจารณาก่อนดาวโหลดนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ
หยุนซีแต่งงานกับกู้ซือเฉิน คุณชายที่สูญเสียสิทธิ์ที่เป็นผู้สืบทอดตระกูลแทนน้องสาว ตอนแรก พวกเขาเพียงแค่ว่าที่สามีภรรยาในนามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวของหยุนซีถูกค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมา สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตาม ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็นคนธรรมดาอย่างที่คิดเลย ใครจะไปคิดว่าเธอเป็นทั้งแฮ็กเกอร์มืออาชีพ นักประพันธ์เพลงลึกลับ และทายาทคนเดียวของนักแกะสลักที่มีชื่อเสียงระดับชาติ.... มีทั้งนักร้องชื่อดัง นักแสดงที่เคยได้รับรังวัลมากมายและผู้สืบทอดของตระกูลที่ร่ำรวยมาตามจีบว่าที่ภรรยาของเขา กู้ซือเฉินควรทำอย่างไรดี?
จากอดีตนักล่าซอมบี้ในวันสิ้นโลกต้องผันตัวเป็นสาวน้อยชาวไร่สุดแกร่งที่ต้องช่วยแม่และน้องสาวให้รอดพ้นจากญาติพี่น้องมหาภัยและความยากจน เปิดธุรกิจร่ำรวยใหญ่โตเอาให้เหลือกินเหลือใช้ไปทั้งชาติ!
เขาถูกใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เพราะเหตุนี้จึงทำให้เขาค้นพบความจริงบางอย่างและต้องใช้สาวน้อยคนนี้แก้แค้นใครบางคน เธอต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ตนเองไม่ได้ก่ออย่างปฏิเสธไม่ได้ ทั้งแม่ ทั้งพ่อ ทั้งเขา!...
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY