เรื่องราวของไรเดอร์สาวกับภารกิจลับสุดยอดที่นำพาให้เธอไปเจอชายหนุ่มในฝัน โชคชะตายังเล่นตลกพลิกผันให้เธอกลายเป็นนางแบบน้องใหม่ของวงการ ไรเดอร์สาวจะทำอย่างไรทั้งเรื่องของงานและเรื่องของหัวใจ
เรื่องราวของไรเดอร์สาวกับภารกิจลับสุดยอดที่นำพาให้เธอไปเจอชายหนุ่มในฝัน โชคชะตายังเล่นตลกพลิกผันให้เธอกลายเป็นนางแบบน้องใหม่ของวงการ ไรเดอร์สาวจะทำอย่างไรทั้งเรื่องของงานและเรื่องของหัวใจ
ปาลิน หญิงสาวผมยาวรูปร่างกะทัดรัด ใบหน้าขาวๆ ของเธอเรียวงามได้สัดส่วน แม้จะสวมใส่แว่นสายตากรอบสีทองก็ไม่อาจปกปิดดวงตาสวยคมคู่นั้นของได้ ปาลินอยู่ในชุดทะมัดทะแมงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นมาจนถึงข้อศอกบ่งบอกให้ดูเป็นสาวก๋ากั่นไม่น้อย บวกกับกางเกงยีนส์ตัวเก่งยิ่งดูคล่องแคล่ว สำคัญยังสวมเสื้อกั๊กสีชมพูด้านหลังปักโลโก้คำว่าเลดี้ไบค์ ปาลินยืนปักหลักแบบไม่ห่วงสวยอยู่หน้าสำนักงานบริษัทเลดี้ไบค์ ด้านหลังของเธอมีบรรดาไรเดอร์สาวเพื่อนร่วมอาชีพคอยโห่ร้องพร้อมชูป้ายขอขึ้นค่าแรงเป็นลูกคู่อยู่ไม่ไกล
“พวกเรามาเรียกร้องขอความเป็นธรรม”
“ได้โปรดขึ้นค่าแรงให้เราด้วย ขึ้นค่าแรง ขึ้นค่าแรง” ปาลินตะโกนเสียงดังสุดตัว ดวงตาของเธอนั้นฉายแววนักสู้ออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ ภาพเหล่านี้ดูจะชินตาของผู้คนละแวกนี้ไปเสียแล้ว ทุกคนต่างรู้กิตติศัพท์ความแก่นเซี้ยวของเจ้าตัวเป็นอย่างดี รวมไปถึงพ่อฤกษ์แม่ปานบุพการีของเธอ ปาลินมีน้องชายอายุสิบสี่ปีชื่อปณัย คนในครอบครัวต่างรู้ดีกว่าเรื่องไหนที่ปาลินไม่ผิดเธอจะสู้จนหัวชนฝา
ปาลินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ภารกิจนี้ไม่เสียแรงเปล่า เมื่อผู้จัดการบริษัทฯ ยอมพิจารณาเงื่อนไขที่พวกเธอเรียกร้อง ก่อนจะรีบคว้า พิซซ่า, ไก่ทอด, มันฝรั่งทอด, น้ำอัดลม ลงในกล่องเก็บอาหารสีชมพูที่อยู่ด้านหลังเบาะมอเตอร์ไซค์ ด้วยความที่เป็นอาชีพของเธอปาลินเลยทำมันต้องความคล่องแคล่ว ไม่ลืมสวมหมวกกันน็อคสีชมพูเต็มใบบิดคันเร่งบึ่งรถลัดเลาะเข้าซอยเล็กซอยน้อยเพื่อลัดไปสู่เป้าหมาย
เวลาเดียวกันบนรถตู้ผู้บริหารสีขาวคันหรูติดฟิล์มดำสนิท บ่งบอกถึงฐานะผู้เป็นเจ้าของ ซุปเปอร์สตาร์นางแบบสาว พริมา หรือที่ใครๆ เรียกติดปากว่า พริมมี่ นั่งสวมแว่นกันแดดอยู่บนรถ
“น้องขา มีรายการของยูทูปเบอร์ชื่อดังติดต่อเข้ามา อยากจะขอสัมภาษณ์เจาะลึกชีวิตครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ของน้อง” พี่ลักษณ์ เกย์รุ่นใหญ่ผู้จัดการส่วนตัวของพริมมี่ อธิบายเจื้อยแจ้วถึงคิวงานของเจ้านาย
“พี่ลักษณ์ พี่อยู่กับพริมากี่ปีแล้ว” พริมมี่ถามสีหน้านิ่ง
“เอ่อ...หลายปีแล้วค่ะน้อง ไม่เคยมีรายการไหนหรือนักข่าวคนไหนได้สัมภาษณ์คุณพ่อคุณแม่น้องเลยค่ะ” พี่ลักษณ์ตอบอย่างฉะฉานสมกับที่ทำงานเป็นมืออาชีพมานาน “โอเคค่ะ เดี๋ยวพี่จะหาเหตุผลสวยหรูดูดีปฏิเสธเขาไปนะคะ แต่แหม..เดี๋ยวนี้ใครๆ เขาก็ออกรายการกับยูทูปเบอร์กันทั้ง....นั้น”
“พี่ลักษณ์” พริมมี่เน้นเสียงอีกครั้ง เป็นอันว่าสิ้นสุดบทสนทนาในครั้งนี้ได้ เธอยังหันไปทางลุงพรคนขับรถด้วยความร้อนใจ “ลุงพร ทำไมวันนี้รถติดจัง ลองหาทางอื่นไหมลุง”
“พี่ให้ลุงพรเข้าทางลัดแล้วจ๊ะ น้องใจเย็นๆ นะคะคนดีของพี่”
“อ้อน้อง! พรุ่งนี้วันครบรอบสิบสี่ปีน้องกับคุณแทนไทนิ น้องเตรียมอะไรเซอร์ไพรส์หรือยังคะ?”
“ไม่มีอะไรมากนะพี่ลักษณ์ พริว่าคงไปทานข้าวเย็นธรรมดาเหมือนทุกวันนี่แหละ พี่ก็รู้พริไม่ชอบอะไรที่เซอร์ไพรส์”
“น้องนี่ก็แปลก พี่เห็นผู้หญิงคนอื่นกระตือรือร้นหาของขวัญเอย หาสถานที่ดินเนอร์เอย แต่น้องพริคนดีของพี่ ไม่มีอะไรสักอย่าง ปีก่อนก็ให้พี่ไปหาซื้อของขวัญให้ ผู้ชายที่เพรียบพร้อมอย่างคุณแทนไทนี่หาย๊ากยากนะน้อง ระวังเถอะถ้าหลุดมือ พี่ลักษณ์จองนะจ๊ะ”
“ไม่รู้สิพี่ลักษณ์ อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน พริกับแทนเหมือนเป็นเพื่อนกันไปแล้ว เลยเฉยๆ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร” พริมมี่ตอบคำถามของพี่ลักษณ์ตรงกับที่ใจคิด เธอเองก็รู้สึกว่าความหวานในชีวิตนั้นมันหมดไปนานแล้ว ขนาดที่ว่าถูกเนื้อต้องตัวกันยังไม่รู้สึกวาบหวามแต่อย่างใด
จากถนนใหญ่ที่การจราจรกำลังติดหนัก ลุงพรเปิดไฟเลี้ยวซ้ายกำลังจะเลี้ยวเข้าซอย หวังใช้ทางลัดเพื่อจะได้ไปยังจุดหมายปลายทางได้เร็วขึ้น
เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย!! โคร๊ม มอเตอร์ไซด์ของปาลินโดนรถเก๋งสุดซิ่งเฉี่ยวจนล้มลง ข้าวของหกกระจัดกระจายออกมาจากกล่องเก็บอาหาร ในขณะที่รถตู้คันหรูของพริมมี่กำลังมุ่งตรงเข้ามา
“นี่คุณ ขับรถประสาอะไร ไม่เห็นหรือว่าชนคนอื่น ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” ปาลินโวยวายเสียงดังเดินตรงปรี่ไปหาคู่กรณี
“แล้วของของฉันเนี่ย ใครจะรับผิดชอบ” ปาลินตะโกนไม่หยุด มือก็หยิบข้าวของที่หล่นขึ้นมา ที่หนักไปกว่านั้นคู่กรณีก็ยังไม่ยอมลงมาจากรถ ทำให้รถในซอยลัดนั้นไม่มีคันไหนขยับไปได้ รวมถึงรถตู้คันหรูของพริมมี่ด้วยเช่นกัน
“ว้าย น้องขาข้างหน้าเราเหมือนรถจะชนกันนะคะน้อง”
“พี่ลักษณ์ ลงไปเคลียร์ให้ที ทำยังไงก็ได้ จะวิธีไหนก็ได้ พริต้องไปให้ถึงเวลานัด ไม่ให้เสียชื่อ จะเสียเวลาไปแม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่ได้” สิ้นเสียงประกาศิตจากพริมมี่ พี่ลักษณ์รีบกุลีกุจอลงจากรถตรงไปจุดเกิดเหตุแบบไม่ต้องรอให้เรียกชื่อซ้ำ
“หนูจ๊ะหนูจ๋า ให้พี่ช่วยมั้ยจ๊ะ พี่รู้นะว่าน้องเสียหาย แต่คือช่วยยอมๆ ก่อนได้มั้ยล่ะ พอดีเจ้านายพี่รีบมากเลย” พี่ลักษณ์ไม่พูดเปล่าเข้าไปดึงปาลินมาใกล้ๆ ก่อนจะกระซิบให้ได้ยินกันสองคน
“เจ้านายพี่น่ะ คุณพริมมี่ หนูรู้จักใช่ไหมจ๊ะ ตอนนี้นางอยู่บนรถ ถ้าหนูยังไม่ยุติสงครามตรงนี้ พี่แหลกคามือคุณพริมมี่แน่ๆ เอานี่ค่าเสียหายเท่าไหร่พี่จะชดใช้ให้ ว้าย...ตายแล้ว เงินสดก็ไม่ได้เอาติดตัวมา เอางี้หนูเอาไลน์มา เดี๋ยวพี่จะโอนค่าเสียหายให้แล้วกัน แต่ช่วยยอมๆ เปิดทางก่อนนะ ถือว่าพี่ขอ”
ปาลินสงบสติอารมณ์ก่อนจะเพ่งมองใบหน้าของพี่ลักษณ์ “พี่ลักษณ์ๆ ผู้จัดการของคุณพริมมี่จริงๆ ด้วย ลินไม่ได้ฝันไปใช่ไหม” ปาลินกระโดดโลดเต้นดีใจจนออกนอกหน้า เธอหันไปทางรถตู้คันหรูของพริมมี่ เป็นจังหวะเดียวกับที่พริมมี่ถอดแว่นกันแดดสีดำออก เธอเลื่อนม่านลงเพื่อมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดจากบนรถ แม้จะแค่เสี้ยววินาทีปาลินก็สัมผัสได้ว่าพริมมี่นางฟ้าในจอของเธอนั้นสวยจนออร่าพุ่ง แถมดวงตาของ พริมมี่ยังสวยสะกดแทบจะหยุดทุกอย่างบนโลกใบนี้ ความที่ได้มาเจอนางฟ้าตัวจริงแม้จะเพียงแค่แว้บเดียวปาลินก็แฮปปี้เลยยอมทำตามข้อเสนอของพี่ลักษณ์ ทั้งสองแลกไลน์กันเก็บไว้ ปาลินไม่เอาเรื่องรถเก๋งคู่กรณี เพราะมีงานที่ต้องทำอีกมากมาย
ณ คฤหาสน์หรูใจกลางกรุงเทพมหานคร แทนไท ชายหนุ่มอายุยี่สิบเก้าปี ทายาทสายตรงของ ทีแลนด์ กรุ๊ป หรือที่หลายคนรู้จักกันในนามห้างสรรพสินค้าทีแลนด์ ซีอีโอหนุ่มยืนสำรวจความพร้อมของตัวเองอยู่หน้ากระจก ชายหนุ่มหน้านิ่งหล่อเหลาตามแบบฉบับหนุ่มไทย เวลาที่เจ้าตัวยิ้มทีสาวๆ มีอันต้องละลายไปกับรอยยิ้มละมุนนั้น แทนไทสวมเสื้อสูทสีเทาพอดีตัวทับลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงสแลคสีเดียวกับเสื้อสูท ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าคัตติ้งของการตัดเย็บนั้นเนี๊ยบไม่มีที่ติ ไม่ลืมหยิบน้ำหอมขวดโปรดมาสเปรย์ที่ซอกคอและเสื้อสูท เพียงแค่นี้ก็พร้อมแล้วสำหรับงานสำคัญค่ำคืนนี้ที่เขาเตรียมเอาไว้เซอร์ไพรส์พริมมี่แฟนสาวของเขาที่คบหาดูใจกันมานานถึงสิบสี่ปี
แทนไทเดินมาหยุดที่หัวเตียง เขาวางดอกกุหลาบสีขาวดอกโตไว้หน้ารูปครอบครัว ในกรอบหลุยส์ สีทองขนาดเล็กนั้นมีรูปถ่ายของเขาตอนอายุได้เจ็ดขวบ ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างธาราและพัชมนผู้ให้กำเนิด ธาราเป็นพี่ชายแท้ๆ ของธารเทพ เขาปลุกปั้นสร้างทีแลนด์มาด้วยสองมือ หวังให้เป็นธุรกิจของครอบครัวที่มีลูกชาย น้องชาย และหลานชายได้ช่วยกันดูแล แต่เหมือนโชคชะตาไม่เข้าข้างธาราและพัชมนต้องมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตรับเคราะห์แทนธารเทพ ตั้งแต่นั้นแทนไทก็ตกอยู่ในความดูแลของอุษณีย์ผู้เป็นน้าสะใภ้
“พ่อครับ แม่ครับ คืนนี้เอาใจช่วยผมด้วยนะครับ” แทนไทพูดคุยกับผู้ให้กำเนิดเหมือนอย่างเช่นเคย ชายหนุ่มเดินลงมายังห้องรับแขกด้านล่าง อุษณีย์กำลังนั่งอ่านรายงานการประชุมอยู่พอดี แทนไทตรงเข้าไปหอมแก้มอุษณีย์ฟอดใหญ่
“วันนี้อารมณ์ไหนจ๊ะลูก” อุษณีย์เอ่ยปากทักหลานชายคนโปรด เธอมักจะเรียกแทนไทว่าลูกอยู่เสมอ ด้วยความที่รักแทนไทไม่ต่างอะไรกับเทวาลูกชายแท้ๆ ของตัวเอง
“มีเซอร์ไพรส์นิดหน่อยครับคุณน้า เซอร์ไพรส์แรกนี่ครับ” แทนไท ชูกุญแจรถสปอร์ตยี่ห้อดังขึ้นมาให้อุษณีย์ดู
“อย่าบอกนะว่าจะให้น้าขับรถซิ่ง น้าไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ” อุษณีย์ค้อนหลานชายเบาๆ
“ของขวัญรับตำแหน่งใหม่ให้น้องชายผมครับ เทวาไปไหนครับคุณน้า น้องรู้หรือยังครับว่าอีกไม่นานจะได้รับตำแหน่งใหม่แล้ว”
“รายนั้นออกไปตั้งแต่เช้าแล้วจ๊ะ น้าเห็นพี่น้องรักกันก็ดีใจ ลูกมีอะไรก็นึกถึงน้องก่อนตลอด เรื่องรักครอบครัวเนี่ยยกให้ที่หนึ่งเลย” อุษณีย์สวมกอดแทนไทด้วยความรัก
“ก็ผมไม่มี....” แทนไทกำลังจะพูดต่อ อุษณีย์รีบเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มจะพูดอะไรต่อ
“แต่เรื่องตำแหน่งใหม่ของเทวา น้าว่ารออีกสักนิดดีกว่า ให้น้องได้พิสูจน์อะไรอีกนิดแล้วกัน ตำแหน่งยิ่งสูงก็ยิ่งต้องพิสูจน์ฝีมือ”
“ถ้าอย่างนั้นแล้วแต่ท่านประธานบริษัท ทีแลนด์ กรุ๊ป เลยครับผม ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ อ้อ! เซอร์ไพรส์เรื่องที่สอง ยังไม่บอกนะครับ เอาไว้คุณน้าติดตามดูในเพจของทีแลนด์แล้วจะรู้เอง” แทนไทยิ้มให้อุษณีย์อีกครั้ง ผู้เป็นน้านั้นสัมผัสได้ว่าแทนไทถอดแบบผู้เป็นพ่อมาไม่มีผิด หลานชายคนนี้มีความเป็นผู้นำสูง บริหารงานเก่ง อีกทั้งยังเป็นผู้ชายที่รักครอบครัวรักพี่รักน้อง เมื่อนึกถึงทีไรก็อดคิดถึงความสุขในวันวานไม่ได้ ภาพแห่งรอยยิ้มผุดขึ้นมาอีกครั้ง
“พี่นี่สุดยอดเลยนะครับ เปิดทีแลนด์มาได้ไม่ถึงสองปี ตอนนี้ห้างของเราเป็นที่นิยมติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทยแล้ว ใครๆ ก็พูดถึงแต่ทีแลนด์” ธารเทพเอ่ยปากชมธาราพี่ชายแท้ๆ บนโต๊ะอาหารระหว่างที่ทานมื้อเย็นกับครอบครัว
“พี่ก็สร้างไว้ให้ทุกคนนั่นแหละ ตอนนี้พวกเราช่วยกันบริหารไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นคุณพัชมน” ธารา หันไปมองทางพัชมนผู้เป็นภรรยา “ธารเทพกับอุษณีย์เราสองคนก็ต้องช่วยพี่ด้วย มีอะไรช่วยกันได้ต้องช่วยกันให้เต็มที่” ธาราเน้นย้ำกับน้องชายและน้องสะใภ้ “อีกหน่อยหมดรุ่นพวกเราของพวกนี้ไม่ไปไหนเสีย ก็ต้องเป็นของแทนไท ใช่มั้ยครับลูก”
“ใช่ครับคุณพ่อ เป็นของผมแล้วก็เป็นของน้องด้วยครับ” แทนไทในวัยเด็กอายุได้ประมาณเจ็ดขวบตอบพ่อด้วยเสียงเจื้อยแจ้วแล้วยังหันไปทางเทวาที่นั่งหัวเราะแบบน่าเอ็นดู
“ใช่แล้วลูก เป็นของแทนไทแล้วก็เป็นของเทวาหลานลุงด้วยนะ สองคนต้องช่วยกันทำงานอย่าให้เสียชื่อรุ่นพ่อ” ธาราหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน ธาราและพัชมนก็เสียชีวิตพร้อมกันจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดในรถยนต์ส่วนตัว ธารเทพนั้นช็อคเสียยิ่งกว่าใคร เพราะแท้จริงแล้วในวันนั้นต้องเป็นเขาที่ออกไปประชุมและต้องใช้รถคันเกิดเหตุ หากแต่ธารากลับบอกให้น้องชายอยู่บ้าน ธาราขอไปประชุมแทน ประหนึ่งว่าธารานั้นยอมเสียสละชีวิตแทนน้องชาย
อุษณีย์ยิ้มทั้งน้ำตาจะว่าไปเธอเองก็เป็นผู้หญิงแกร่งมิใช่น้อย หลังจากการเสียชีวิตของทั้งธาราและพัชมน สามีของเธอก็เหมือนคนตรอมใจที่อยู่ไปเพียงวันๆ ก่อนจะทิ้งให้เธอต้องอยู่เพียงลำพัง ก่อนตายสามีกำชับให้เธอส่งลูกไปเรียนเมืองนอก เพื่อหวังให้เทวาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ยังต่างแดนและกลับมาช่วยแทนไทบริหารงาน เมื่อจบชั้นมัธยมต้นเทวาจึงต้องจากแม่ไปอยู่ประเทศอังกฤษตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
แทนไทขับซุปเปอร์คาร์สีดำคันโก้มีไม่กี่คนที่จะได้จับจองเป็นเจ้าของ เขาขับออกมาจนถึงรั้วหน้าคฤหาสน์ แทนไทชะลอความเร็วเมื่อเห็นมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งสวนเข้ามา เมื่อลดกระจกลงจึงได้รู้ว่าไรเดอร์ของเลดี้ไบค์มาส่งดอกกุหลาบสีขาวให้แม่บ้าน
“บ้านหรือวังเนี่ย ทำไมมันถึงใหญ่โตได้ขนาดนี้ เคยเห็นแค่ในละคร เพิ่งจะเคยเห็นของจริง ชาตินี้ ไอ้ปาลินเอ้ย ขอแค่บ้านหลังน้อยๆ ให้พ่อกับแม่ก็พอ” ในดวงตาของปาลินมีความมุ่งมั่น เธอเป็นเสาหลักของทางบ้าน ปาลินตั้งใจจะให้พ่อฤกษ์เลิกขับแท็กซี่เสียที ส่วนแม่ปานของเธอนั้นนอกจากจะดูแลปณัยน้องชายที่ป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วมาแต่กำเนิด ก็ได้แต่รับจ้างเย็บเสื้อผ้าพอได้ค่ากับข้าวไปวันๆ ความต้องการเพียงอย่างเดียวของปาลินหลังจากเพิ่งเรียนจบ คือต้องการหางานประจำทำให้เร็วที่สุด
ปาลินขี่มอเตอร์ไซด์ท่ามกลางรถติดและอากาศที่แสนร้อนอบอ้าว เธอมุ่งตรงไปยังห้างหรูทีแลนด์ตึกสูงเสียดฟ้าในย่านธุรกิจ ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ใช้ทุนสร้างมหาศาล ภายในห้างประกอบไปด้วยร้านอาหารชื่อดังมากมาย เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนมต่างๆ มีมุมให้เช็คอินถ่ายรูปเก๋ๆ อยู่หลายมุม ปาลินเองจะมาที่นี่ก็ต่อเมื่อมีลูกค้ากดสั่งซื้อของ แต่วันนี้หญิงสาวขอเดินตากแอร์ในห้างเสียหน่อย หลังมีเรื่องให้ลุยมาเกือบทั้งวัน ดูเหมือนผู้คนจะเยอะเป็นพิเศษ คงมารอต้อนรับซุปเปอร์สตาร์พริมมี่ที่จะมาปรากฎตัวในงานเดินแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรราคาหลายร้อยล้าน ปาลินเองก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย
“วันนี้โชคเข้าข้างปาลินจริงๆ เพิ่งจะได้เจอคุณพริมมี่ เดี๋ยวอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้เจออีกแล้ว วันนี้ลูกขอกลับบ้านดึกหน่อยก็แล้วกันนะจ๊ะพ่อจ๋าแม่จ๋า” ปาลินอมยิ้มพูดกับตัวเอง พลางเดินเข้าออกร้านโน้นร้านนี้เป็นว่าเล่น แต่ก็ทำได้แค่มอง จะหยิบจับอะไรทีก็สู้ราคาไม่ไหว สู้เก็บเงินไว้ให้พ่อกับแม่จะดีกว่า
แทนไทขับรถเข้าที่จอดในโซนผู้บริหาร มีเลขามายืนต้อนรับเจ้านายอยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เลขาสาว จะเปิดลิฟท์สำหรับผู้บริหารให้นั้น แทนไทรีบพูด
“ไม่ต้องคุณฝน เดี๋ยวผมใช้ลิฟท์ตัวนี้แหละ จะเดินดูความเรียบร้อยหน่อย” แทนไทพูดพร้อมเดินไปใช้ลิฟท์เหมือนกับคนอื่น โดยมีเลขาเดินตามไปติดๆ เขาเดินดูบรรยากาศของห้างไปทีละชั้น ไม่ลืมมองลงไปยังลานกิจกรรมชั้นล่าง ทีมงานกำลังจัดสถานที่เพื่อเตรียมงานเดินแบบกันอยู่ อีกไม่กี่ชั่วโมงเขาจะลงไปที่ตรงนั้นเพื่อต้อนรับพริมมี่แฟนสาวของเขา “คุณฝนช่วยลงไปดูงานอีกทีนะครับ ไปเป็นตัวแทนผมหน่อย อ้อ! ช่อดอกไม้ที่ผมให้เตรียมไว้ ไม่ลืมใช่ไหมครับ”
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ คุณแทนไทมีนัดสัมภาษณ์กับนักข่าวก่อนงานเริ่มนะคะ”
“วันนี้คงไม่ได้สัมภาษณ์อะไรมาก ผมตั้งใจจะให้นักข่าวเก็บบรรยากาศงานมากกว่า ส่วนกล้องของงานเราก็เตรียมมุมสวยๆ เอาไว้ไลฟ์สดนะครับ” แทนไทตอบเลขาพลางมองไปยังกลุ่มไทยมุงที่ยืนอออยู่ตรงประตูทางออกที่เชื่อมกับลานจอดรถ เลขารีบหันมองตามเจ้านาย
“คงเป็นแฟนคลับที่มารอดูคุณพริมมี่มั้งคะ”
“ผมว่าไม่น่าจะใช่ มันดูแปลกๆ” แทนไทไม่พูดเปล่าเขาวิ่งออกไปยังลานจอดรถ ฝ่ากลุ่มไทยมุงไปจนเห็นสาวนิรนามกำลังกระโดดตึก ไม่ไกลกันนักมีหญิงสาวสวมเสื้อกั๊กสีชมพู เธอกำลังร้องตะโกนโหวกเหวกเรียกสติสาวผู้คิดสั้น
“พี่คะ อย่ากระโดดลงไป” ปาลินร้องตะโกนสุดเสียง และหันไปต่อว่าไทยมุงที่มัวแต่ไลฟ์สด บางคนหยิบมือถือขึ้นมาอัดคลิปวีดีโอ “โทษนะคะ พวกคุณจะถ่ายกันไปทำไม ช่วยโทรเรียกตำรวจไม่ดีกว่าเหรอคะ หรือไปเรียกยามมาก็ได้”
สาวนิรนามไม่สนใจคำทัดทานของปาลิน เธอเอาแต่ร้องไห้ เวลานี้ได้ปีนออกไปยืนอยู่ขอบระเบียงด้านนอกเป็นที่เรียบร้อย แทนไทวิ่งเข้ามายืนข้างๆ ปาลิน เขาส่งสัญญาณให้ปาลินถอยออกไปก่อน
“พี่ครับ พี่ฟังผมนะ ผมมาคนเดียว ไม่มีใครเลยพี่เห็นมั้ย พี่ไว้ใจผมได้นะ” แทนไทหันมามองให้บรรดาไทยมุงถอยออกไปด้วย จะได้เหลือแค่แทนไท ปาลินไม่นิ่งดูดายช่วยต้อนให้ไทยมุงหายไปทีละคนสองคนจนบรรยากาศเริ่มดีขึ้นมาเล็กน้อย พอได้สติหญิงสาวเธอขยับแว่นทำให้เห็นว่าชายหนุ่มที่มาช่วยเธออีกแรง ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเจ้าของห้างแห่งนี้นั่นเอง
“นี่คุณแทนไท เจ้าของห้างนี่ ตายแล้ว วันนี้ฉันเจอแต่คนดังๆ” ปาลินพูดกับตัวเองและแอบลุ้นกับเหตุการณ์ตรงหน้าว่าแทนไทจะแก้ปัญหาอย่างไร
“มีอะไรคุยกับผมได้ ถ้าพี่อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาได้เลย ถ้าร้องแล้วอะไรๆ มันจะดีขึ้น” แทนไทพูดพลางเริ่มเดินเข้าไปใกล้ๆ สาวนิรนามที่ยังยืนหันหลังอยู่ริมขอบระเบียง “พี่หันมามองผมนะ มีปัญหาอะไรพี่บอกผมได้ อยากระบายกับผมมั้ย ผมนี่แหละจะรับฟังพี่เอง” คราวนี้หญิงสาวหันมามองแทนไท เธอใช้หลังมือปาดน้ำตา
“นี่ไง ผมมาอยู่กับพี่แล้ว” แทนไทผายมือทั้งสองข้างออกอย่างเป็นมิตร สาวนิรนามเธอร้องไห้โฮอีกครั้งแต่ไม่ขยับตัวหนี แทนไทได้ทีก้าวเข้าไปจนใกล้และจับแขนเธอไว้ หญิงสาวหันมาสวมกอดร้องไห้ซบลงกับอกแทนไท ชายหนุ่มกอดเธอตอบรีบพาเธอกลับเข้ามาตรงจุดที่ปลอดภัย ก่อนจะส่งตัวให้หน่วยพยาบาลที่มารอรับอยู่แล้ว
“คุณฝน ช่วยประสานคนรถของผมให้ไปส่งพี่เขาที่บ้าน หาข้าวหาน้ำให้เขาทานก่อนกลับด้วย แล้วถ้ามีข่าวเรื่องนี้ออกมา คุณบอกเทวาให้เตรียมตัว ผมจะให้เทวาเป็นคนให้ข้อมูลกับนักข่าว” ชายหนุ่มสั่งงานด้วยความคล่องแคล่วสมกับเป็นผู้นำ
“ได้ค่ะ ว่าแต่เสื้อคุณแทนไท”
“ไม่ต้องห่วง ผมจัดการตัวเองได้” แทนไทก้มลงมองเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองที่เปียกไปด้วยคราบน้ำตา “คุณไปทำตามที่ผมว่าก็แล้วกัน” และเหมือนเขาจะนึกขึ้นได้ “คุณฝนเห็นไรเดอร์ผู้หญิงคนนั้นไหมที่ใส่แว่นน่ะครับ”
“เอ ไม่เห็นนะคะ”
แทนไทนึกเสียดายที่ไม่ทันได้ขอบคุณเธอคนนั้น เขานึกทึ่งในความกล้าของเธอที่ปราบพวกไทยมุงซะอยู่หมัด ปาลินที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดก็คิดไม่ต่างกัน เวลานี้แทนไทได้กลายเป็นฮีโร่ของเธอไปเสียแล้ว
ในห้องรับรองวีไอพีเราจะเห็นพริมมี่นั่งอยู่ในนั้น เครื่องสำอางไฮแบรนด์ถูกวางเรียงรายอยู่ตรงหน้าเตรียมพร้อมเนรมิตความสวย พี่ลักษณ์นอกจากจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวของพริมมี่แล้วยังพ่วงด้วยตำแหน่งช่างหน้าช่างผมของพริมมี่
“คุณพริมมี่จะรับชากาแฟไหมคะ” ทีมงานเข้ามาถามพริมมี่ด้วยความนอบน้อม
“ไม่จ๊ะ ฉันเรียบร้อยมาแล้ว ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็ตามที่ตกลงกันไว้ พริมมี่ไม่ให้สัมภาษณ์นะคะ อยากให้เกียรติเจ้าของงาน ไม่อย่างนั้นนักข่าวคงถามแต่เรื่องส่วนตัว ไม่มีใครสนใจเครื่องเพชรกันเท่าไหร่” พริมมี่กำลังจะพูดต่อ แต่ต้องรีบรับโทรศัพท์ หน้าจอมือถือนั้นโชว์ให้เห็นว่าแทนไทโทรเข้ามา
“ว่าไงแทน พริอยู่ในงานแล้ว กำลังแต่งหน้าทำผมน่ะ”
“ถึงแล้วไม่โทรบอกแทนเลยนะ วันนี้แต่งให้สวยเป็นพิเศษเลยนะพริ” แทนไทพูดอย่างอารมณ์ดี
“ทำไมเหรอแทน มีอะไรหรือเปล่า วันนี้ทำตัวแปลกๆ” พริมมี่ทำหน้าสงสัย
“บอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ แทนขอเคลียร์งานก่อน แล้วเจอกันในงานนะพริ”
เทวา ลูกพี่ลูกน้องของแทนไทอายุห่างกันสองปี หนุ่มคนนี้พินิจดูจะเห็นว่าหน้าตาละม้ายคล้ายแทนไทไม่น้อย ออกไปทางคมเข้ม จะแตกต่างตรงที่เทวานั้นออกไปทางเจ้าคารมพูดเก่ง แถมยังมีดีกรีหนุ่มนักเรียนนอก แทนไทมักมอบหมายให้น้องชายของเขาพบปะกับนักข่าวอยู่บ่อยครั้ง เทวานั่งเหม่ออยู่ในห้องทำงาน ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงแทนไทที่เดินเข้ามา แทนไทหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเทวา
“ไงน้องชาย วันนี้ออกจากบ้านแต่เช้าเลยนะ เลยไม่รู้เลยว่าพี่เตรียมอะไรไว้ให้”
“เห็นคุณแม่โทรบอกผมอยู่เหมือนกัน ให้รีบเข้ามาพบท่านซีอีโอ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” เทวายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ล้อเลียนแทนไท
“ไม่มีอะไรมาก” แทนไทอมยิ้มมุมปาก ก่อนจะยื่นกุญแจรถสปอร์ตให้เทวา “ของขวัญของน้องชายพี่”
“เนื่องในโอกาสอะไรพี่แทน รถผมก็ยังดีๆ อยู่นิครับ” เทวาทำน้ำเสียงตกใจแต่ก็ยื่นมือไปรับกุญแจรถ
“เอาน่า ฉันเผื่อไว้ เผื่อน้องชายได้เลื่อนตำแหน่ง จะได้มีรถคันใหม่ให้มันสมฐานะไง พี่ไปทำงานก่อน” แทนไทตบไหล่เทวาเบาๆ และเดินออกจากห้องไป เทวามองกุญแจรถในมือ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะทำงานอย่างไม่ยินดียินร้าย
แทนไทกลับเข้ามาในห้องทำงาน ภายในห้องทำงานมีการตกแต่งอย่างโอ่อ่าร่วมสมัย บนโต๊ะทำงานของเขานั้นนอกจากป้ายบ่งบอกตำแหน่งซีอีโอที่วางอยู่บนโต๊ะแล้ว ยังมีเลโก้ที่ต่อเป็นโมเดลห้าง ทีแลนด์ ยังไม่ทันที่แทนไทจะได้เปิดโน้ตบุ๊คหรือดูแฟ้มเอกสารใดใด เลขารีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเจ้านาย
“คุณแทนไทคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ”
“อะไรกันคุณฝน มีอะไรอีก”
“คุณแทนไทรีบเปิดอีเมล์ดูเถอะค่ะ วันนี้ที่บอร์ดขอประชุมวาระเร่งด่วน คุณแทนไทอย่าเพิ่งถาม แย่แล้วค่ะ” เลขาสาวคะยั้นคะยอให้ผู้เป็นเจ้านายรีบเปิดอีเมล์
“ใจเย็นๆ ก่อนนะคุณฝน” เป็นแทนไทเองที่ต้องคอยปลอบเลขา เขาเปิดอีเมล์ดูก่อนจะกวาดสายตาอ่านเนื้อหาของวาระประชุมเร่งด่วน พลันเขาเองก็แทบช็อค เมื่อบอร์ดบริหารมีมติเป็นเอกฉันท์ขอถอดถอนการทำงานของเขาในฐานะซีอีโอ เหตุผลเพราะเขาปฏิเสธการร่วมทุนกับนายทุนสิงคโปร์ แทนไทพูดไม่ออก ยังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
“เรารีบไปห้องประชุมกันดีไหมคะคุณแทนไท”
แทนไทไม่ตอบแต่รีบเดินไปยังห้องประชุม ที่หน้าห้องประชุมเทวารอเขาอยู่แล้ว
“เอายังไงกันดีครับพี่แทน ให้ผมโทรบอกคุณแม่ไหม”
“ยังไม่ต้อง บอร์ดพวกนี้บางคนอยู่กับเรามานาน พี่เชื่อว่าทุกคนต้องมีเหตุผล”
ในห้องประชุมทุกคนหน้าดำคร่ำเครียด บอร์ดบริหารต่างไม่ยอมรับการทำงานของแทนไท แม้แทนไทจะเอาเหตุผลเข้าแลกก็ไม่มีใครฟัง
“ผมมีเหตุผลของผมที่ไม่ยอมร่วมทุนกับสิงคโปร์ คุณพ่อผมสร้างทีแลนด์มากับมือ เราทำงานอยู่ กันแบบครอบครัว คุณชัชเอง คุณรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ คุณพ่อผมสอนงานคุณมากับมือ” แทนไทหันไปถามชัชวาลย์หนึ่งในบอร์ดบริหาร
“ผมภูมิใจที่ได้สานต่อการทำงานของคุณพ่อ ถ้าเกิดมีการร่วมทุนขึ้นมา วันข้างหน้าพวกคุณรู้มั้ยว่าจะเป็นยังไง ตัวอย่างก็มีให้เห็น เราจะสูญเสียความเป็นทีแลนด์กันไปหมด ผมขอร้องล่ะครับ อย่ามองแค่เม็ดเงินเพียงอย่างเดียว ทุกวันนี้สภาพคล่องในบริษัทเราก็มีมากพอ”
“พวกเราลงความเห็นกันแล้ว ขอความกรุณาเคารพในกฎกติกาด้วยครับ หากคุณไม่นำพาพวกเราไปเจอสิ่งที่ดีกว่า ลองให้คนอื่นขึ้นมาบริหารแทนไหม อย่างคุณเทวาก็ร่ำเรียนจบเมืองนอกมา” ชัชวาลย์บอร์ดผู้บริหารสูงวัยออกความคิดเห็น
“คุณชัช” เทวาโมโหทุบโต๊ะแล้วจ้องมองชัชวาลย์ ทั้งสองคนสบตากันนิ่ง
แทนไทหันไปปรามน้องชาย
“ไปกันเถอะพวกเรา” ชัชวาลย์พาพรรคพวกเดินออกไปจากห้อง แทนไททรุดลงนั่งกับเก้าอี้ เทวาจับไหล่พี่ชายด้วยความเห็นใจ
“ผมจะไปคุยกับพวกเขาให้เอง พี่แทนยังไม่ต้องกังวล ผมว่าช่วงนี้พี่พักไปก่อนก็ดีนะครับ ตอนนี้ถึงพูดอะไรออกไปก็ไม่มีใครรับฟังเหตุผลของเราอยู่ดี”
เทวาเดินจากไป ทิ้งให้แทนไทนั่งอยู่กับความเงียบเพียงลำพัง
มีข่าวลือว่า ลูกเลี้ยงของตระกูลเสิ่นทำทุกอย่างเพื่อเข้าวงการแต่งงานกับตระกูลหลิน หลังจากถูกหลินอี้ฟานทิ้ง เธอก็เล็งไปที่หลินเหยียนเซิง แต่ไม่มีใครรู้ว่า ก่อนแต่งงาน เบ่ยหลินถูกหลินเหยียนเซิงวางแผนอย่างไร้ปรานี เมื่อเป็นคุณนายหลินในขณะตั้งครรภ์ เบ่ยหลินเพียงหวังว่าจะได้คลอดลูกอย่างปลอดภัย แม้วันแต่งงานวันแรกหลังจากนั้น จะมีข่าวลือกับรักเก่าของเขาเป็นที่พูดถึงกันทั่วเมือง เธอก็ยังคงเฉยเมย และยังส่งข้อความไปเตือนให้เขาระวังเรื่องปิดม่านครั้งหน้า แต่คืนนั้น เบ่ยหลินก็ถูกเขาดักไว้ที่มุมกำแพง “ภรรยาที่รัก ผมผิดไปแล้ว...” หลังแต่งงาน หลินเหยียนเซิงถึงได้รู้ว่า ที่แท้เมียของเขานั้นยากที่จะเอาอกเอาใจขนาดไหน
เพื่อทำตามข้อตกลง ทำให้เธอต้องตั้งท้องลูกของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง แต่แล้วเธอก็ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายที่ได้หมั้นหมายกับเธอไว้ตั้งแต่เด็ก พวกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงแค่การตกลงเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น แต่ทั้งสองกลับต้องตกหลุมรักอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะถึงเวลาคลอด วันหนึ่ง เขายื่นข้อตกลงการหย่าให้เธอ ทำให้เธอตื่นจากความฝันทันที แต่แล้ว เขาก็มาบอกกับเธอว่า ที่รักจ๋า คนที่ผมรักคือเธอตลอด
หลิวฉูฉู่นางเอกดังย้อนเวลากลับเข้าไปอยู่ในซีรีส์ที่ตัวเองแสดง ทว่าเรื่องไม่ง่ายเลยสักนิด เมื่อเธอ ต้องเข้าไปอยู่ในร่างนางร้ายที่สุดท้ายต้องตายตอนจบเพราะถูกพระเอกฆ่าตาย! หลิวฉูฉู่จึงต้องทำทุกวิธีที่จะให้รอดพ้นจากความตายนี้ "ฝ่าบาท รักนะเพคะ" นิยายเรื่องนี้ เป็นแนวสุขนิยม สายคลั่งรักไม่ควรพลาด ไม่มีดราม่าค่ะ อ่านคลายเครียด นุบนิบหัวใจ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตลอดวัน หมายเหตุ ซื้อในเวบถูกกว่าแอปเปิ้ลนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
เสิ่นซือหนิงซ่อนตัวตนไว้ยอมทำทุกอย่างให้ แต่ความจริงใจของเธอกลับถูกสามีทำลายไปหมด และสิ่งที่เธอได้รับนั้นคือข้อตกลงการหย่า ด้วยความผิดหวังเธอจึงหันหลังจากไปและกลายเป็นตัวเองที่แท้จริงอีกครั้ง หลังจากได้เห็นความใกล้ชิดของสามีกับคนรักของเขา เธอก็จากไปด้วยความผิดหวัง จากนั้นเปิดเผยตัวตนที่เป็นนักปรุงน้ำหอมอัจฉริยะระดับนานาชาติ ผู้ก่อตั้งองค์กรข่าวกรองที่มีชื่อเสียง และผู้สืบทอดในโลกแฮ็กเกอร์ อดีตสามีของเธอเลยเสียใจมาก เมื่อเมิ่งซือเฉินรู้ว่าตัวเองทำผิด เขาก็เสียใจมาก หนิง ผมผิดไปแล้ว ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ ทว่าฮั่วจิ่งชวนขาพิการนั้นกลับลุกขึ้นยืนและจับมือกับเธอว่า "อยากคบกับเธอ นายยังไม่มีค่าพอ"
ความรักที่ซ่อนเร้นของสาวน้อยเริ่มต้นในวันที่ทั้งสองได้พบกันในการพบกันที่ถูกวางแผนมาอย่างยาวนาน ทว่าเด็กสาวที่ครอบครัวรับมาเลี้ยงกลับแย่งชิงครอบครัวและเด็กหนุ่มไปโดยไม่รู้สึกเกรงกลัว เมื่อโตขึ้น เธอใช้โอกาสการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์เพื่อแย่งชิงตำแหน่งภรรยาของชายคนนั้น ไม่ยอมถอยแม้แต่นิดเดียว ฟู่เป่ยชวนกอดพี่สาวของเธอไว้ในอ้อมแขน ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง “เธอทำให้ฉันรู้สึกสะอิดสะเอียน” ซูชิงเฉินรู้สึกปวดท้องเหมือนมีบางอย่างในร่างกายของเธอค่อยๆ เลือนหายไป เธอยิ้มเล็กน้อย น้ำเสียงแน่วแน่ “แน่นอน ฉันจะไม่มีวันปล่อยมือ ถึงจะต้องตายก็ตาม” ไม่นานนัก ซูชิงเฉินก็เหมือนจะหายไปจริงๆ จากนั้นเป็นต้นมา ไม่มีใครรู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ในยามค่ำคืน ฟู่เป่ยชวนมักจะได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับเขาว่า “ถ้าฉันไม่เคยรักเธอเลยก็คงจะดี” ห้าปีต่อมา ซูชิงเฉินกลับมาพร้อมกับเด็กคนหนึ่ง กลับมาในสายตาของคนทั่วไปอีกครั้ง ...
เซี่ยอวี๋อันชอบเฟิงจี้หานตั้งแต่เด็ก งานแต่งงานที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อมานานถึงสามปี แต่เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงาน เขากลับพารักแรกกลับ เซี่ยอวี๋อันรู้ดีว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ความรักที่เกิดจากการอยู่ด้วยกันนานๆ การเคารพกันและกัน ทุกอย่างก็แค่การเสแสร้งเท่านั้น เธอตัดสินใจปล่อยมือ ปล่อยเขาไป ในขณะเดียวกันก็ปล่อยตัวเองไปด้วย แต่เมื่อเธอยื่นเอกสารหย่าให้ เขากลับคลั่ง "เซี่ยอวี๋อัน ทำหน้าที่คุณนายเฟิงให้ดี ไม่ต้องคิดเรื่องหย่าเลย" เซี่ยอวี๋อันหัวเราะ "เฟิงจี้หาน ฉันไม่ต้องการอะไรแล้ว รวมถึงนายด้วย"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY