เธอตกหลุมพรางของว่าที่สามีและเพื่อนสนิทของตัวเอง ทำให้เธอสูญเสียไปทุกอย่าง เธอตายอยู่บนถนน เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกที ก็พบว่าสามีของเธอกำลังพยายามรัดคอเธอให้ตาย แต่โชคดี ที่สุดท้ายเธอรอดชีวิตมาได้ แล้วเธอก็ตกลงเซ็นข้อตกลงการหย่ากับสามีของเธออย่างไม่ลังเล ที่เธอคิดไม่ถึงคือ แม่ของเธอได้ทิ้งทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลก้อนหนึ่งให้เธอ ซึ่งช่วยให้เธอได้มีโอกาสแก้แค้นและพลิกสถานการณ์ทั้งหมด จากนั้น ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น และเธอก็ได้รับความรักอีกครั้งกับอดีตสามีของเธอ...
“ยูชิงซู คุณ ตายแน่!”
บนเตียงขนาดใหญ่ปรากฎร่างชายผู้หนึ่งที่แววตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความโกรธ เขาใช้มือทั้งสองของเขากำรอบลำคอของหญิงสาวแล้วออกแรงบีบอย่างแรง
หายใจไม่ออก!
หญิงสาวเพี่งจะตื่นมาก็ถูกชายผู้นั้นรัดคอโดยที่เธอยังไม่ทันรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
เธอสัมผัสได้แค่เพียงว่าออกซิเจนในปอดค่อย ๆ จางลง และความปรารถนาที่จะเอาตัวรอดจากสัญชาตญาณของเธอ ทำให้เธอต้องยกมือขึ้นเพื่อจับมือของอีกฝ่ายแล้วพยายามดึงมันออกจากกัน
แต่เธอก็สู้แรงของเขาไม่ไหว การต่อต้านของเธอกลับทำให้เขาออกแรงเพิ่มขึ้นไปอีก ดวงตาทั้งสองของชิงซูเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ประสาทการรับรู้ของเธอค่อย ๆ เลือนลาง สติของเธอกำลังจะหลุดลอยไป
ปัง!
แม่บ้านพังประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว เห็นภาพดังนั้น เธอรีบรุดเข้าไปคว้าแขนของชายผู้นั้นออก “นายน้อยคะ นายน้อย ปล่อยสิคะ ปล่อย! นายหญิงกำลังจะตายแล้วนะคะ”
“เธอสมน้ำหน้าที่โดนมันแล้ว!” เขาส่งเสียงรอดไรฟัน ดวงตาทั้งสองของเขาเต็มไปด้วยความคับแค้น
แม่บ้านพบว่าร่างของชิงซูนั้นค่อย ๆ อ่อนแรง จนเกือบนิ่งสนิทในที่สุด แม่บ้านจึงรีบคุกเข่าขอร้องข้างเตียง “นายน้อยคะ ถ้าฉันปล่อยให้นายน้อยพลั้งมือฆ่านายหญิงไปแล้ว แล้วอย่างนี้คุณจะให้ฉันมีหน้าไปพบคุณท่านได้อย่างไร วิญญาณของคุณท่านคงจะไม่มีทางสงบสุขแน่ ๆ ” แม่บ้านร่ำไห้
‘คุณย่า?’
อารมณ์ของ ‘จ้านซือซั่ว’ สั่นคลอนเมื่อได้ยินแม่บ้านเอ่ยถึงคุณย่า แรงบีบที่มือจึงค่อย ๆ คลายลง
ชิงซูใช้โอกาสนี้ดึงมือของซือซั่วออก แล้วลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เธอหอบหายใจแล้วเขยิบถอยหลังด้วยใบหน้าซีดเผือด
“นายน้อยคะ ไหน ๆ วันนี้คุณทั้งสองก็จะหย่ากันแล้ว จากนี้คุณก็ไม่ต้องทนเห็นหน้านายหญิงต่อไปอีกแล้ว!ปล่อยเธอไปเถิดค่ะ” “นายน้อยได้โปรดเห็นแก่หน้าแม่ของนายหญิงที่เคยช่วยชิวิตคุณท่านไว้ด้วยนะคะ ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรนายหญิงเลย อย่าทำอะไรหุนหันพลันแล่นอย่างนี้อีกเลยนะคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้นายน้อยซือซั่วก็สงบลง เขาผละลุกออกจากเตียงแล้วคว้าเสื้อมาสวมไว้ด้วยท่าทีเย้อหยิ่ง
“ใบหย่าฉันจะให้เฟินฉีส่งมาให้ เธอเซ็นเสร็จก็รีบไสหัวออกไปซะ!อย่าให้ฉันได้เห็นหน้าเธอที่นี่อีก!” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เมื่อพูดจบเขาก็จากไปพร้อมแม่บ้านตามไปด้วย
ประตูถูกปิดอย่างรุนแรงจนเสียงนั้นดังกระเทืยนโสตประสาทของชิงซู เธอเอามือทาบอกด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าของเธอซีดขาว สมองของเธอสับสน
เธอก้มศีรษะลงและมองสำรวจดูรอยช้ำบนร่างกายที่เปลือยเปล่าของตนเองอย่างไม่เชื่อสายตา
เหตุการณ์เมื่อสักครู่นอกจากจะทำให้เธอเกือบจะลมหายใจลงในนาทีสุดท้ายแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เธอไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอื่นบนร่างกายที่เธอได้รับ
เมื่อสติของเธอกลับมาทำให้เธอรู้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นบนกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน
ชิงซูไม่พบเสื้อผ้าของสตรีในห้องแต่งตัว ตู้เสื้อผ้ามีเพียงแค่เสื้อเชิ้ต กับกางเกง และชุดสูทสีทึบสำหรับผู้ชายเท่านั้น
เธอจึงทำได้แค่เลือกหยิบเสื้อเชิ้ต และกางเกงขายาวสีดำมาสวมใส่ แต่ไซส์มันใหญ่เกินไป ขากางเกงนั้นยาวลงไปกองกับพื้นห้องจนเกิดเป็นภาพที่ดูไม่จืดเลย
ความเจ็บปวดบนร่างกายของเธอยังไม่บรรเทาลง ขมับของเธอเต้นเป็นจังหวะ ชิงซูทรุดตัวลงบนโซฟา แล้วหลับตาพลางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ในไม่ช้าความทรงจำอื่นที่ไม่ใช่ของเธอก็แทรกเข้ามาในหัวของเธอเต็มไปหมด
ผ่านไปพักใหญ่ เธอจึงค่อย ๆ ยกเปลือกตาขึ้น เธอได้เรียบเรียงเหตุการณ์ผ่านความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิมก่อนที่เธอจะเสียชีวิต และในที่สุดก็ได้ข้อสรุปสองประการ
เธอได้กำเนิดใหม่จาก ‘หลัวหยาน’ สู่ร่างของ ‘ยูชิงซู’
เจ้าของร่างเดิมชิงซูนั้นเป็นคุณหญิงน้อยกำพร้าแม่ แม่ของเธอจากไปด้วยอาการป่วยที่ยากเกินรักษา ส่วนพ่อของเธอนั้นเป็นผู้ชายสารเลวที่ไม่เอาถ่าน อีกทั้งชิงซูยังหลงรัก ‘จ่านซือซั่ว’ อย่างสุดหัวใจ
ก๊อก ก๊อก
เสียงคนมาเคาะประตู พร้อมด้วยเสียงเรียกที่เย็นชาของใครคนหนึ่ง “นายหญิง คุณอยู่ในนั้นหรือเปล่า?”
ชิงซูจัดการพับแขนเสื้อ และม้วนกางเกงขึ้นก่อนที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อเปิดประตู ชายร่างสูงที่ดูเย็นชายืนอยู่ข้างหน้าเธอพร้อมกับเอกสารในมือของเขา
“เฟินฉี” เธอค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ยากเย็นนัก
เขายื่นปากกาพร้อมเอกสารการหย่าให้เธอ ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย “นายหญิง คุณซือซั่วส่งให้ผมมาดำเนินการเรื่องการหย่าระหว่างคุณ กับนายน้อยซือซั่ว นี่เป็นข้อตกลงทั้งหมด กรุณาเซ็นชื่อในเอกสารด้วย”
ชิงซูเหลือบมองเอกสารการหย่าร้างที่ถูกส่งมา เธอนึกถึงคำที่แม่บ้านพูดขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้ เธอถึงตระหนักได้ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบการแต่งงานปีที่สองของเจ้าของร่างเดิมและจ่านซือซั่ว
นี่เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง เอกสารการหย่าก็ถูกร่างขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วเหรอ? ‘เห็นได้ชัดว่า ซือซั่วรังเกียจชิงซูได้มากเพียงใด’
เธอหยิบเอกสารขึ้นมาพร้อมเซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็ว
“เสร็จแล้ว” ชิงซูยื่นเอกสารกลับไปให้เฟินฉี
เฟินฉีรู้สึกประหลาดใจกับการยินยอมอย่างง่ายดายของชิงซู ก่อนที่เขาจะเข้ามาหาชิงซู เขาได้รับคำสั่งจากคุณซือซั่วว่า ‘หากชิงซูไม่ยินยอม ก็ให้บังคับเธอพิมพ์ลายนิ้วมือลงไปให้ได้’
“คุณชิงซู คุณจะไม่อ่านข้อตกลงการหย่าหน่อยเหรอครับ?” เฟินฉีรับมันไว้โดยไม่รีบร้อนกล่าว
ชิงซูเลิกคิ้วแล้วตอบว่า “ไม่ล่ะ”
“คุณไม่อยากรู้หรอกว่าคุณจะได้อะไรหลังจากการหย่าร้างในครั้งนี้” เฟินฉีขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามย้ำอีกครั้ง
ชิงซูถลกขากางเกงขึ้นอีกครั้ง แล้วยิ้มตอบกลับไปว่า “ไม่นิ ไม่เห็นมีอะไรต้องอยากรู้เลย” เธอไม่ต้องดูก็เดาได้ไม่ยาก ‘ผลลัพธ์คงมีได้แค่สองอย่าง คือทำให้เธอล้มละลาย หรือไม่ก็ไล่เธอให้พ้นจากบ้านไปโดยไม่ได้ทรัพย์สินใด ๆ ไม่ว่าจะวิธีไหนก็แล้วแต่ เพราะคงไม่เกินความสามารถของทนายมืออาชีพไปได้หรอก
เมื่อเห็นท่าที่เฉยเมยของชิงซู เฟินฉีก็หลับตาแล้วตอบกลับไปว่า “คุณชิงซู คุณหยูเฉิงแค่ต้องการให้คุณย้ายออกจากบ้านไปโดยไม่ได้รับทรัพย์สินใด ๆ เท่านั้น”
“ถ้างั้นฉันก็ฝากขอบคุณเจ้านายของคุณแทนฉันด้วยก็แล้วกัน” เธอยังทำท่าเฉยเมยต่อ ชิงซูเจ้าเดิมจะรักจ่านซือซั่วมากเท่าไร แต่เธอไม่สน เพราะเธอเองไม่ได้รัก
เธอไม่อยากอยู่กับคนที่อยู่ดี ๆ ก็ทำร้ายเธออย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เล่นเอาซะเธอเกือบตายรอบสอง มันไม่ง่ายที่รอดชีวิตได้ เธอต้องรักษาชีวิตตัวเองไว้
เฟิงฉีจ้องมองไปยังลำคอขาวเรียวของเธออย่างไม่ตั้งใจ
“คุณอยากให้ผมช่วยเรียกหมอมาให้ไหมครับ?”
เมื่อชิงซูได้ยินคำเหล่านี้ก็สะกิดให้เธอนึกขึ้นได้ ถึงรอยแดงปื้นใหญ่รอบลำคอที่เกิดขึ้น หวนให้นึกถึงความรู้สึกที่ใกล้จะขาดใจตายกลับเข้ามาอีกครั้ง
เธอส่ายหัว “ไม่ ฉันไม่ตายง่าย ๆ หรอก”
“ถ้าอย่างนั้น ก็ขอให้คุณรีบเก็บสัมภาระแล้วออกไปให้จากที่นี่ให้เร็วที่สุดด้วยครับ” น้ำเสียงของเฟิงฉีเย็นชา
ชิงซูพยักหน้าโดยไม่ลังเล เธอถกขากางเกงขึ้นพร้อมกับเดินเท้าเปล่ากลับไปยังห้องของเธอทันที ซือซั่วเกลียดชิงซูเป็นอย่างมาก เขาแทบไม่อยากเห็นหน้าเธอ เพราะฉะนั้นระยะห่างระหว่างห้องของเธอและเขาจึงห่างออกมาพอสมควร
หลังจากเดินมาได้สักพัก ในที่สุดก็ถึงห้องของเธอ
เดิมทีห้องนี้เป็นเพียงแค่ห้องที่ไว้ใช้สำหรับเก็บของ แต่เมื่อเธอได้จดทะเบียนสมรสกับจ่านซือซั่ว ห้องนี้ก็กลายเป็นห้องนอนของเธอไป เธอผลักบานประตูออก แล้วพาขากางเกงที่ยาวพะรุงพรังลากผ่านทางเดินแคบ ๆ เข้าไปในห้อง
ห้องนี้มีขนาดเล็กมากซะจนไม่อาจจะขยับตัวไปไหนได้เลย ทั้งห้องมีเพียงแค่เตียงนอน และโต๊ะเครื่องแป้งเล็ก ๆ เท่านั้น
ของส่วนตัวของชิงซูมีไม่มากนัก เธอมีแค่เสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชิ้น และเครื่องสำอางค์เล็กน้อยแค่นั้นเอง เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดแจงยัดเสื้อผ้าสองสามชิ้นใส่กระเป๋าเดินทางของเธอ จากนั้นก็ถือมันออกไป
“เอาล่ะ ฉันเก็บของเสร็จแล้วล่ะเฟินฉี ฉันไปก่อนนะ ไปแล้วไปลับไม่หวนกลับน่ะ!” พฤติกรรมของชิงซูตอนนี้ราวกับนกน้อยที่ได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ
“จะไปไหนคะพี่สาว?” ทันใดนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออก เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวที่สวมชุดสูทคนหนึ่งก้าวออกมา ปลายของรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบกับกระเบื้องหินอ่อนเกิดเป็นเสียงดังก้อง เสียงพูดของเธอนั้นนุ่มนวลน่าฟัง
เธอตกหลุมพรางของว่าที่สามีและเพื่อนสนิทของตัวเอง ทำให้เธอสูญเสียไปทุกอย่าง เธอตายอยู่บนถนน เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกที ก็พบว่าสามีของเธอกำลังพยายามรัดคอเธอให้ตาย แต่โชคดี ที่สุดท้ายเธอรอดชีวิตมาได้ แล้วเธอก็ตกลงเซ็นข้อตกลงการหย่ากับสามีของเธออย่างไม่ลังเล ที่เธอคิดไม่ถึงคือ แม่ของเธอได้ทิ้งทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลก้อนหนึ่งให้เธอ ซึ่งช่วยให้เธอได้มีโอกาสแก้แค้นและพลิกสถานการณ์ทั้งหมด จากนั้น ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น และเธอก็ได้รับความรักอีกครั้งกับอดีตสามีของเธอ...
สำหรับเขาผู้หญิงก็เป็นได้แค่ที่ระบายความใคร่ เขาไม่เคยมีความรักไม่เคยรักใคร แต่พอได้มาเจอเธอ เพื่อนของน้องสาวเขา ใจที่ด้านชากลับเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง…
หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง
เว่ยจื้อโหยวลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคยสิ่งรอบกายดูโบราณล้าหลัง โลกโบราณที่ไม่มีในประวัติศาสตร์โลก ยังไม่ทันได้เตรียมใจก็ถูกส่งให้ไปแต่งงานกับชายยากจนที่ท้ายหมู่บ้าน สาเหตุที่เว่ยจื้อโหย่วถูกส่งมาให้แต่งงานกับชายที่ขึ้นชื่อว่ายากจนที่สุดในหมู่บ้านนั้น เพราะนางเกิดไปต้องตาต้องใจเศรษฐีผู้มักมากในกามเข้า เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบ้านใหญ่ขายไปเป็นอนุภรรยาของเศรษฐีเฒ่า พ่อแม่ของนางจึงยอมแตกหักจากบ้านใหญ่และท่านย่าที่เห็นแก่ตัวและลำเอียงเป็นที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่ของนางจึงตัดสินใจยกนางให้กับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มที่แสนยากจนข้นแค้น ที่เพิ่งเสียบิดามารดาไป อีกทั้งยังทิ้งน้องชายน้องสาวเอาไว้ให้เขาเลี้ยงดู นอกจากนี้ยังมีป้าสะใภ้มหาภัยที่คอยแต่จะมารังแกเอารัดเอาเปรียบสามพี่น้อง สิ่งที่ย่ำแย่ที่สุดไม่ใช่ป้าสะใภ้มหาภัย แต่ มันคืออะไรแต่งงานนางไม่ว่ายังไม่ทันได้เข้าหอสามีหมาดๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างแคว้น มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากว่านี้อีกแล้วสำหรับ เว่ยจื้อโหยว หากสามีทางนิตินัยของนางตายในสนามรบ ก็ไม่เท่ากับว่านางเป็นหม้ายสามีตายทั้งที่ยังบริสุทธิ์หรอกหรือ แถมยังต้องเลี้ยงดูน้องชายน้องสาวของอดีตสามีอีก สวรรค์เหตุใดถึงได้ส่งนางมาเกิดใหม่ในที่แบบนี้
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
หลิวชิวเยว่จบชีวิตจากชาติภพปัจจุบัน เมื่อฟื้นขึ้นมาก็อยู่ในร่างของหญิงอ้วน ชื่อเดียวกับตัวเอง อีกทั้งตัวเธออยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวกำลังจะไปแต่งงานกับแม่ทัพเสิ่นมู่ฉือ แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นชิงเป่ย จากซีอีโอสาวแสนสวย ผู้ทระนงตนว่า ฉันสวย รวยและเริ่ดในปฐพี ต้องกลายมาเป็นหญิงอ้วน น้ำหนักร่วมสองร้อยจิน (100กิโลกรัม) แถมด้วยฉายา สตรีกาลกิณี ! แล้วข่าวลือที่ว่าแม่ทัพหนุ่มสามีของเธอ เป็นพวกชอบตัดแขนเสื้อ (ชอบผู้ชาย) นั้นเป็นจริงหรือไม่...จำต้องพิสูจน์ให้กระจ่าง! ทว่า... ยามจันทร์เต็มดวง หลิวชิวเยว่กลับค้นพบความลับของสามี เมื่อเขากลายร่างเป็น หมีแพนด้า ! หลิวชิวเยว่จะใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณอย่างไรให้แฮปปี้ เมื่อต้องมีสามีเป็น หมีแพนด้าผู้คลั่งรัก !
เว่ยเว่ย นักศึกษาฝึกงานทะลุมิติ เว่ยเว่ยขับเวสป้าตกเหว แต่ดันทะลุมิติตกน้ำอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม ที่กำลังหาปลาอยู่ที่บึงน้ำ ลู่เหวินเยียนอาศัยกับมารดาอยู่ที่กระท่อมเชิงเขา บิดาเสียชีวิตในสนามรบ เขามักจะออกไปล่าสัตว์ป่ามาขาย วันนี้เขามาดูกับดักปลาและบังเอิญเห็นบางสิ่งตกลงมาจากฟ้าต่อหน้าต่อตาเขา คำเตือน นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง บุคคล สถาน องค์กรและเนื้อเรื่องทั้งหมดในนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติ ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ผู้เขียนขอสงวนลิขสิทธิ์ทางปัญญาตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ.2537และเพิ่มเติมพ.ศ.2538 ห้ามทำการคัดลอก หรือดัดแปลงเนื้อหาของนิยายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่เป็นผู้แต่งเป็นลายลักษณ์อักษร