© 2018-now MeghaBook
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
เธอคือน้องสาวของชายหนุ่มที่ช่วงชิงคนรักของเขาไป รัฐภาคย์จึงตอบแทนการกระทำของพี่ชายของลลิลด้วยการย่ำยีทั้งกายและหัวใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า เพลิงเสน่หากำลังหลอมละลายความแค้นให้กลายเป็นรัก แก้แค้นอีโรติกคนในเครื่องแบบ
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
อินทุภาคือคนที่แม่เลือกให้มาเป็นภรรยาในนามของเขา ซึ่งคนที่เขารัก แม่ไม่ปลื้ม ธีรุตม์รักแม่มากและไม่อยากขัดใจ แต่เขาเอาความผิดหวังทั้งหมดโยนไปที่อินทุภา ยั่วรักภรรยาในนาม ไม่รู้ใครจะยั่วใคร ------------ ธีรุตม์เผยยิ้มหยัน ๆ ออกมาจากมุมปาก ดวงตาของเฉยชาไม่ต่างกัน เป็นอาการที่บอกอีกฝ่ายว่า เขาไร้ซึ่งความรักต่อเธอ “คุณรุตคะ ถ้าคุณจะด่าจะว่าอิน เอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ” คนตัวโตที่กำลังไม่พอใจใช้มือถึงบานประตูให้ปิดสนิท เขาเดินหน้าเข้าหา และมาหยุดอยู่ที่ปลายเตียง ในหัวใจของอินทุภาร้อนรุ่มเต้นรัว “ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพยายาม ไม่ต้องเสนอหน้ามาทำอะไรให้ฉันทั้งนั้น แค่ฉันยอมแต่งงานกับเธอ ใช่ว่าเธอจะเป็นเมียอย่างที่เธอต้องการนะ เธอไม่ต้องเสนอหน้า ไม่ต้องมาทำหน้าที่ภรรยาอะไรทั้งนั้น เพราะฉันไม่ต้องการ อีกอย่างฉันทนไม่ได้ที่ต้องกล้ำกลืนกินของสวะพวกนั้นลงไปในท้อง เพราะมันเป็นมือของคนชั้นต่ำแบบเธอทำมัน” อินทุภาถึงกับหน้าเสียลงทันที ธีรุตม์ช่างเก่งที่จะใช้คำพูดทำร้ายจิตใจของเธอนัก
นุชพินตา ควรเป็นเจ้าสาวที่น่าอิจฉาที่สุดที่ได้แต่งงานกับ ปุลวัชร เจ้าบ่าวที่ทั้งหล่อ รวย เนื้อหอม เป็นเจ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งเมือง แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าบ่าวในฝันนั้น...ทั้งไร้หัวใจ และไม่ได้รักเธอสักนิด! การแต่งงานที่ไร้รัก อยู่กันไปก็มีแต่เจ็บปวดเท่านั้น แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะต้องถูกเขาทำร้ายหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรหากใจที่ไม่คิดปรารถนารักกลับอยากได้ความรักจากเขา ------------------------------ “เธอเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” เขาถามออกมาจากปากร้าย ตอนที่เธอได้ยินถึงกับสะอึก ไม่คิดว่าเขาจะถามตรง ๆ และในนาทีต่อมา นุชพินตาก็รู้สึกโกรธมาก หญิงสาวโต้เขากลับ “ทำไมผู้ชายดี ๆ การศึกษาดี ๆ ถึงได้พูดจาแบบนี้คะ มาพูดดูถูกกัน เมื่อกี้ก็หาว่าพวกเราขายตัว และตอนนี้ยังมากล่าวหาฉันอีกว่าฉันสำส่อน คุณถามคำถามแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน ที่คุณเคยนอนด้วยหรือยังไงคะ” ความเจ็บปวดระบายออกมาทางสายตา เขาเป็นบ้าอะไรกันนี่ คำพูดแบบนี้มาจากสันดานข้างในหรือเพราะว่าเขาเมา “แล้วเธอเคยมีอะไรกับผู้ชายหรือเปล่าล่ะ” เขาย้ำอีกครั้ง จ้องสบตาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “ปากร้าย ประโยคนี้คุณไม่ควรถามออกมาด้วยซ้ำไป” จากที่เรียกเขาว่าพี่ปุ่น ชักขุ่นและมีอารมณ์โมโหขึ้นมาเปลี่ยนสรรพนามที่คนฟังก็รู้ว่าห่างเหิน “ผู้หญิงที่ดี ๆ ที่ไหน จะตอบตกลงแต่งงานกันชายแปลกหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่คิด เวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น” “แล้วมันยังไงคะ” นุชพินตาก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เธออาจจะเป็นมือสองก็ได้” ‘เมื่อคืนเขาไปนอนที่ไหน แล้วไปนอนกับใคร’ ‘อ้อ… ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนนั้นสินะ’ ดวงตาเศร้าลง เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านหน้าต่าง และมองออกไปยังท้องทะเล แสงอาทิตย์กระทบกับระลอกคลื่นที่ไล่เรียงกันกระทบเข้าฝั่ง นุชพินตาถึงกับถอนหายใจดังเฮือก ‘ฉันมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มาให้เขาย่ำยีเล่นใช่หรือไม่’ เฝ้าถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ‘ยะหยาอย่าเสียใจไปเลยนะ เธอต้องทำตัวเองให้เข้มแข็ง แข็งแรงเถอะ ในเมื่อเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน’ คำพูดปลอบโยนตัวเอง ‘ใช่… ฉันไม่ได้รักเขา และจะเกลียดเขาให้มากกว่านี้’ เธอตอกย้ำคำนี้เข้าไปในหัวใจของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่แน่วแน่ แม้จะรู้สึกเจ็บแน่นในหัวอก ------------------------------ “ฉันจะหย่ากับเธอ” เขาเอ่ยอย่างใจดำ หญิงสาวถึงกับใจหล่นวูบ เธอเม้มขบริมฝีปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่แล้ว นุชพินตาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว “นางผู้หญิงไร้ยางอาย แพศยาฉันเกลียดผู้หญิงหลายใจ ฉันเกลียดผู้หญิงที่นอกใจ ไปให้พ้นจากบ้านของฉัน ไปให้พ้นจากหน้าฉัน พรุ่งนี้จะให้ทนายทำใบหย่า” “พี่ปุ่นคะ” เธอยกมือขึ้นมาไหว้เขาปลก ๆ “เราสองคนเพิ่งแต่งงานกันเองนะคะ ยะหยาไม่อยากให้คุณลุงและคุณย่าเสียใจ” “แต่สิ่งที่เธอทำล่ะ มันน่าอาย แล้วเธอไม่ละอายบ้างเหรอ หน้าด้าน” เขามีอาการเสียใจ และหัวเสีย นุชพินตาเอง เธอไม่คิดว่าปุลวัชรจะปากร้ายด่าทอเธอได้ถึงเพียงนี้ “ฉันจะหย่ากับเธอแน่นอน เตรียมปากกาไว้เซ็นใบหย่าในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” พูดจบ เขาเดินเข้าไปใช้มือปัดแจกันที่อยู่ใกล้ และชกบานกระจกที่ใช้ตกแต่งอยู่ในห้องโถงด้วย จนกระจกแตกละเอียดทั้งบาน มือของปุลวัชรมีเลือดไหลซึม เขาจะเดินเข้าห้องทำงานและปิดประตูตามหลังดังโครม นุชพินตาตกใจ และหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้เห็น ความดีใจที่สามีจะกลับมา เธอจะบอกข่าวดีเขา และกินข้าวด้วยกัน ได้มลายหายไปสิ้น มีเพียงความเศร้าเข้ามาทับถมอยู่ในจิตใจของนุชพินตา แล้วหญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาปล่อยโฮ
“รุ้ง...” เห็นสายตาวิงวอนของเขา สายรุ้งก็อดยอกย้อนไม่ได้...นับว่าเป็นครั้งแรกที่หล่อนใช้สุ้มเสียงประชดประชัน และเคียดขึ้งเช่นนี้ “ทำไมคะ? พี่กรไม่อยากหย่าเพราะยังกอบโกยไม่พองั้นเหรอคะ?!” “รุ้ง!” เขาอุทานเรียกหล่อนอย่างตกใจไม่น้อยกับถ้อยคำที่เปล่งออกมาจากเรียวปากอิ่มเต็ม “พี่กรจะเอาอะไรจากรุ้งอีก! รุ้งไม่มีอะไรจะให้ ไม่อยากให้แล้ว!” สายรุ้งสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อสามีกระชากกระเป๋าจากมือของหล่อนแล้วโยนไปส่งๆ มันกระแทกกับผนังก่อนเสื้อผ้าบางชุดในกระเป๋าจะร่วงหล่นลงมากระจัดกระจาย
หลังจากที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ หลินซีได้ทำหน้าที่เป็นคุณนายมู่ที่ยอมอดทนกับทุกอย่างโดยไม่ปริปากเป็นเวลาสามปี เธอรักมู่จิ่วเซียว จึงยอมอดทนดูแลเขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็ตามแต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าของเธอ เหยียบย่ำความรักของเธอให้แหลกสลาย และถึงขั้นปล่อยให้น้องสาวของเขามอมเหล้าเธอแล้วส่งไปยังเตียงของลูกค้า หลินซีนั้นถึงเพิ่งจะตาสว่างเมื่อรู้ว่าความรักที่มีมานานนั้นช่างน่าขันและน่าเศร้าในใจของเขา เธอไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกาะเขา เธอจึงทิ้งข้อตกลงการหย่าไว้แล้วจากไปโดยไม่ลังเล มู่จิ่วเซียวมองดูเธอประสบความสำเร็จ กลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงในสายตาของผู้คนเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเสงี่ยม โดยมีผู้ชายที่มีฐานะสูงส่งอยู่เคียงข้าง มู่จิ่วเซียวมองดูใบหน้าของคู่แข่งหัวใจที่ดูคล้ายกับของเขามาก จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าในสายตาเธอ เขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในมุมแห่งหนึ่ง เขาขวางทางเธอไว้ “หลินซี คุณเล่นตลกกับผมใช่ไหม”
ปฐวีเจ้าของนิตยสาร SEXY ISSUE วัย 24 ปี แต่ต้องกลายมาเป็นเสี่ยซะงั้น เพราะสาวหน้าเด็ก 'น้ำมนต์' เสนอตัวขอเป็นเด็กแลกกับเงิน ก็นะเด็กมันเดือดร้อนคนหล่อใจบุญ จะปล่อยไปได้ไง ตอนแรกกะจะไม่สนใจหรอกแค่ส่งเสียเฉย ๆ แต่ไหงไป ๆ มา ๆ กลายเป็นสมภารกินไก่วัดซะงั้น ก็เธอน่ะ ทั้งน่ารัก ทั้งใสซื่อจนอดใจไว้ไม่ไหว พอผมเริ่มคิดจะจริงจัง ขึ้นมาเรื่องราวกับพลิกผันเพราะเธอดันไปมีเสี่ยคนอื่น แล้วรู้มั้ยว่าสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือ....การทรยศ!!!
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
ถ้าความรัก ต้องแลกมา ด้วยหยาดน้ำตา และความทุกข์ทน เธอจะไม่ยอมมีความรัก ตลอดชีวิต
เธอยอมเป็นคู่หมั้นลับ ๆ ไม่เปิดเผยสถานะตลอดระยะเวลาสามปี เธอยอมเขาทุกอย่างเพราะความรัก แม้ปู่ของเขาจะไม่ชอบเธอก็ตามที จนกระทั่งเขากำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปดี เมื่อสถานะจากคู่หมั้นกลายเป็นคู่หมั้นไร้ค่าไร้ราคา ยอมทอดกายให้เขาเชยชมง่ายดาย แล้วพร้อมที่จะถูกเขี่ยทิ้งเหมือนของตาย อีกทั้งอนาคตสถานะของเธอก็คือเมียน้อยของผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจ ตัวอย่างบางช่วงบางตอน "อรกลับไปก่อนได้ไหม" ปกมีสีหน้ายุ่งยากใจ ทุกอย่างกำลังจะดีอยู่แล้ว แต่อรอินกำลังจะทำให้มันแย่ลงไปอีก ทำไมนะเมื่อก่อนเธอเข้าใจอะไรง่าย ยอมเขาทุกอย่าง เขาชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ เหตุใดวันนี้เธอถึงได้ดื้อด้านพูดไม่ฟังแบบนี้ "แกตอบมันไปสิตาปกว่าแกรักมันไหม ตอบให้มันตาสว่างว่าแกรักใคร" ปกรณ์กดดันหลานชาย "พี่ยังรักอรอยู่ไหม ไม่สิ พี่เคยรักอรบ้างหรือเปล่า" เมื่อโดนคาดคั้นปกก็สติหลุด บอกให้อยู่เงียบ ๆ กลับเรียกร้องเขาจึงจำต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ "ฉันหรือจะรักเธอ โวยวายเรียกร้องอะไรไม่ทราบ ก็เห็นอยู่ว่าฉันกำลังจะแต่งงานกับน่านฟ้า" "พี่ปก!" อรอินแทบสติหลุด วูบไปทั้งอก มือเท้าเย็นเยียบไปหมด ความจริงเจ็บปวดกว่าที่จินตนาการเอาไว้เสียอีก "เธอได้ยินแล้วใช่ไหมว่าหลานชายของฉันไม่ได้รักเธอ เธอมันง่าย เขาก็คงนอนด้วยเล่น ๆ ผู้หญิงง่าย ๆ แบบเธอน่ะฉันเห็นมาเยอะแล้ว" "พี่ปกไม่เคยรักอรแล้วมานอนกับอรทำไม" อรอินร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้นจนตัวโยน แววตาปวดร้าวเสียใจ 000 "ขอถามคำนึง" อรอินมองหน้าปก ไม่มีเสียงสะอื้นออกมาจากเธออีก เธอรวบรวมสติที่จะไม่ร้องไห้ออกมาให้ใครสมเพชเวทนาอีก "ถามอะไร" ปกมองใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ แววตาเจ็บปวดนั้นทำให้เขาปวดใจไปด้วย น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนเขาสัมผัสได้ "ตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกันพี่ปกเคยรักกันจริงบ้างไหมคะ" อรอินถามเสียงสั่น "เธออยากรู้จริงๆ น่ะเหรอ" เขาถามกลับ "ค่ะ อรจะได้ตาสว่างสักที" "มั่นใจใช่ไหมว่าทนฟังได้" เขาอยากให้เธอรีบกลับไป ดีกว่ามาทนฟังคำโกหกแสนเจ็บปวดที่เธอจะได้รับจากเขา "พูดมาเถอะค่ะ คงไม่มีอะไรจริงไปกว่านี้อีกแล้ว" "ไม่เคยรัก" ว่าจะไม่ร้องไห้ พอเขาพูดแบบนั้นออกไป เธอก็ร้องไห้โฮออกมา "แล้วพี่ทำดีกับอรทำไม ดูแลอรทำไม" "ฉันหวังในตัวเธอไง ถึงจะได้ยากหน่อยตั้งเกือบสองปี แต่พอได้แล้วเธอก็ยอมฉันมาตลอด ไม่ยากอย่างที่คิดนี่" "นี่คือสิ่งที่พี่คิดเหรอ ฮึก ๆ ฮือ ๆ" อรอินกลับมาสะอื้นอีกครั้ง เธอเหมือนคนบ้า ทั้งหัวเราะ ทั้งร้องไห้ สะอึกสะอื้น ตัวกระตุก ดวงตาแดงก่ำไปหมด
ในเมื่อสามีดี ๆ นั้นหายากนักยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ขนาดจะแต่งงานกันอยู่แล้วยังมาหักหลังด้วยการคบซ้อน แถมทำผู้หญิงอีกคนท้อง มนัสยาจึงไม่ขอทนที่จะถีบคนสารเลวนั่นออกจากชีวิตไปเสีย ปลายฟ้าเพื่อนรักยุว่าเธอต้องเปลี่ยนความคิด พรหมจรรย์มิได้จำเป็น ในเมื่อความบริสุทธิ์ที่ตั้งใจจะเก็บไว้ให้ว่าที่สามีมันไร้ค่า เธอควรออกไปใช้ชีวิต หาความสุขใส่ตัว ลองคบหาแบบฉาบฉวย หรือจะคว้าเอาโฮสต์หนุ่มมาทำนายบำเรอชั่วคราว แบบซื้อกินเอา อยากได้นะแค่มีเงินเปย์ ใครจะทำไม ทว่าผู้ชายที่เธอทึกทัก และเขาก็รับสมอ้าง กลับเป็นเพื่อนเก่าที่แสนดีในวัยเด็กที่เธอจดจำเขาไม่ได้ ผิดกับเขาที่ไม่เคยลืมเธอเลย ใครจะรู้ว่า โฮสต์ที่เธอเข้าใจ นายบำเรอสุดแซ่บที่เพื่อนหามาให้จะทำให้ชีวิตเธอต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล ทุกอย่างที่ประสงค์ในชีวิตไม่ได้ง่าย อะไรที่คาดหวังและคิดว่าจะลงเอยดี ๆ กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น มันคงจะดีและจบแบบแฮปปี ถ้าเขาไม่ได้มีคู่หมั้นอยู่ก่อนแล้ว และเรื่องอลหม่านที่ทำให้ทุกอย่างหมางเมิน เธอหนีเขาไปพร้อมกับมีสายเลือดของเขาติดท้องมาด้วย มาลุ้นกันเถอะว่า เรื่องราวจะจบลงเช่นไร
รักแรกกับของขวัญที่เขาฝากเอาไว้ หากวันหนึ่งเขาจะทวงคืน ฉันจะทำอย่างไรดี “มามี๊ ป่าปี๊ของพวกเราอยู่ไหนเหรอครับ?” ดามน้อย กับ น้องโดม ฝาแฝดป่วน คุณแม่ดอกฟ้า คุณพ่อคีริน และคุณลุงดามพงษ์ ----------- ดอกฟ้าก็เคยเลือกเหมือนกัน เลือกที่จะรักเขา เลือกที่จะอยู่กับเขา นอนกับเขา แล้วเป็นอย่างไร ความสุข... ‘ชิ...’ อดที่จะทำเสียงออกมาจากจมูกไม่ได้ ดอกฟ้าเขียนสเตตัสในอินสตาแกรมของเธอ (‘คุณความสุขคะ คุณอยู่ตรงไหนล่ะ ฉันจะเดินเข้าไปหาคุณ ฉันก็อยากเจอคำว่า ‘ความสุข’ เหมือนกับทุกคน คุณโลกใบนี้ขา ขอให้คุณใจดีกับฉันด้วยเถอะค่ะ ฉันก็รู้สึกเหนื่อยเป็นเหมือนกัน’) ----------- “แม่ ลุงคนนั้นครับ” ดอกฟ้าหันมา และสบสายตาเข้ากับสายตาของคีรินพอดี ร่างบอบบางในชุดเมื่อเช้ามองคีรินอย่างตกตะลึง ปากคอสั่น หัวใจของดอกฟ้าร่วงลงไปอยู่ตาตุ่ม ขาที่แทบจะยืนไม่อยู่ แต่แรกคล้ายจะหมดแรงพับลงนั่ง ‘ทำไมต้องเป็นเขา’ หัวใจของคีรินวูบวาบเหมือนกัน ‘เด็กสองคนนั้นเป็นลูกของดอกฟ้าจริง ๆ เหรอ’ เขากำปากกาในมือแน่น ใจกลางฝ่ามือเย็นเฉียบ ใช่สิ... เด็กชายสองคนเป็นลูกหลานของบ้านดามพงษ์แน่นอน ไม่อย่างนั้นก็คงไม่เข้าออกมาเล่นที่สวนบ้านของเราอย่างอิสระ แววตาของคีรินที่จับจ้องทั้งสามแม่ลูก เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ สายตาของคีรินจ้องหน้าดอกฟ้าอย่างคาดคั้นบางสิ่ง ร่างสูงพร้อมใบหน้านิ่วคิ้วขมวดเดินเข้ามาใกล้ ดอกฟ้าตื่นจากภวังค์ เธอกางปีกปกป้องลูกของเธอทันที เธอต้องปกป้องลูกจากคนที่เคยทอดทิ้ง “เด็กสองคนนี่เป็นลูกของฟ้าเหรอ” “ครับ โดมกับดามเป็นลูกของแม่ดอกฟ้าครับ” โดมตอบแทนแม่เสียเอง
หากวันหนึ่งเธอยินยอมที่จะตกบ่วงสิเน่หาของเขา คำว่าผิดพลาด พลาดพลั้ง และคำดูถูกของเขา เมื่อเขาออกปากไล่ ทำให้รพิชาหนีอาย เธอไม่อาจอยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวกันกับเขาได้อีกต่อไป เมื่อรักครั้งเก่ายังฝังใจ มาเฟียพ่อหม้ายลูกติด ‘ฟาอิน’ เขาจึงไม่ยอมเปิดรับผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในชีวิต เขาปิดตายประตูสู่ห้องหัวใจ จนกระทั่งพบเธอ ‘รพิชา’ รพิชาต้องกุมขมับ เมื่อเจอไฟลต์บังคับให้เข้าไปช่วยจัดการปราบพยศลูกชายมาเฟียตัวน้อย ๆ ที่ขาดแม่คอยสั่งสอน อยู่กับคุณพ่อที่แสนดุและทำแต่งาน ‘เด็กชายฟราน’ ที่ทั้งดื้อแสบ และแสนซน มีความคิดเป็นของตัวเอง แก่เกินวัยเด็กห้าขวบ เขาแทบจะถอดแบบของคุณพ่อมาเป๊ะ ๆ ก็คือความพูดตรง รพิชาถูกขอร้องแกมบังคับให้ก้าวเข้ามาในฐานะพี่เลี้ยงจำเป็นต้องมาปราบพยศเด็กชายเอาแต่ใจ แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว ปราบพยศลูกชายตัวน้อยแล้ว แต่ดันต้องพ่วงคุณพ่อเข้ามาด้วย ปราบลูกไม่ยาก แต่ดันพ่วงคุณพ่อหม้ายป้ายดำ ที่ใจร้ายใจดำตามสมญานาม เข้ามาให้เธอปวดหัว รพิชายิ่งหนี เขายิ่งตามติด คอยจับผิดและคอยจ้องจับกินอยู่ตลอดเวลา แล้วเธอจะหนีอย่างไรให้พ้นภัยรักและอิทธิพลที่มีต่อหัวใจ “คุณพ่อหม้ายป้ายดำคะ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าเสน่ห์ของคุณที่แสนร้ายกระชากหัวใจของฉันไปแล้ว”
หลังจากแต่งงานได้ 2 ปี ในที่สุดเจียงเนี่ยนอันก็ตั้งครรภ์สักที ความดีอกดีใจของเธอแต่กลับแลกกับคำขอหย่าของสามี หลังจากการสมคบคิด เธอนอนในกองเลือด และต้องการขอร้องเขาให้ช่วยเด็กเอาไว้ แต่กลับไม่สามารถติดต่อกับอีกฝ่ายได้ ด้วยความสิ้นหวังเธอจึงออกจากประเทศไป ต่อมาในงานแต่งงานของเจียงเหนียนอัน คุณกู้เสียการควบคุมและคุกเข่าลง ดวงตาของเขาแดงก่ำ "มีลูกของฉัน แล้วเธออยากจะแต่งงานกับใครกัน?"
ในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวของเฉียวซิงเฉินหนีไปกับผู้หญิงอีกคน เธอโกรธมาก จึงสุ่มหาชายคนหนึ่งมาแต่งงานด้วยทันที "ตราบใดที่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็ยอมเป็นเมียคุณ" หลังจากแต่งงาน เธอได้ค้นพบว่าสามีของเธอคือลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ ชื่อลู่ถิงเซียว ทุกคนเยาะเย้ยว่า "เธอยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ" และผู้ชายที่ทรยศเธอก็มาเกลี้ยกล่อมว่า "ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะฉันหรอก สักวันเธอต้องเสียใจแน่ๆ" เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะและโต้ตอบว่า "ไปให้พ้น ฉันกับสามีรักกันมาก" ทุกคนต่าก็คิดว่าเธอเป็นบ้า ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวตนที่แท้จริงของลู่ถิงเซียวถูกเปิดเผย ที่แท้เขาเป็นคนรวยอันดับต้นๆในโลก ในการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชายคนนี้คุกเข่าข้างเดียว ถือแหวนเพชรมูลค่าหลักพันล้าน และพูดช้าๆ ว่า "คุณภรรยา ชีวิตที่เหลือนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"