U3 - หม่ามี๊อย่าแต่งตัวโป๊ได้ไหมครับ บอกแล้วไงว่าผมหวง...
U3 - หม่ามี๊อย่าแต่งตัวโป๊ได้ไหมครับ บอกแล้วไงว่าผมหวง...
• ACTION •
ซู่!!
เสียงฝนเทลงมาเป็นสาย ทำให้เด็กสาวที่เพิ่งกลับจากขายของที่ตลาดนัด ต้องหาที่หลบฝนก่อนจะกลับไปยังบ้านเด็กกำพร้า ที่เธออาศัยเป็นที่หลับนอนตั้งแต่จำความได้
@ป้ายรถเมย์ 19.50น.
“ตกอะไรตอนนี้เนี่ย จะถึงอยู่แล้วเชียว” เสียงเค้กเด็กสาววัยสิบแปดปี พูดบ่นกับฝนที่ตกในช่วงฤดูของมัน ซึ่งเธอก็ลืมพกร่มมาเหมือนทุกวัน จึงต้องอาศัยหลบฝนอยู่ที่ป้ายรถเมย์เป็นการชั่วคราว เพื่อรอฝนซา
โชคดีนะที่ไม่ได้รอคนเดียว...
เค้กหันไปเห็นว่ามีสองแม่ลูกยืนหลบฝนอยู่ที่ชายคาป้ายรถเมย์นี้ด้วย จึงเกิดความสบายใจขึ้น...
“หนู..”
“คะ?” เค้กหันไปเมื่อหญิงสาวคนที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมาเรียกเธอ
“น้าฝากลูกชายแป๊ปนึงได้ไหม น้าจะวิ่งไปเอากระเป๋าที่วางไว้ฝั่งนู้นน่ะ เดี๋ยวน้ารีบกลับมา” เธอพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“อ๋อได้ค่ะ เดี๋ยวหนูดูให้” เธอตอบรับไปทันทีด้วยความมีน้ำใจ
“ขอบใจมากนะจ๊ะ” เธอขอบใจเด็กสาวก่อนหันมาพูดบอกลูกชายวัยสามขวบ “อยู่กับพี่เขานะมียู”
หนุ่มน้อยพยักหน้าตอบรับคำสั่งของแม่ ก่อนจะมองตามแม่ที่วิ่งหายเข้าสายฝนไป...
“มานั่งข้างพี่สิ เดี๋ยวแม่ก็มา” เค้กพูดบอกกับหนุ่มน้อยที่นั่งนิ่งไม่รู้ความให้ขยับเข้ามานั่งใกล้เธอ ซึ่งเด็กน้อยก็ทำตามคำสั่งนั้นอย่างไม่ดื้อดึง
เขาจับมือพี่สาวใจดีคนข้างๆ ไว้แน่น เพราะกลัวกับบรรยากาศรอบข้างที่ไม่คุ้นชิน
“กลัวฝนเหรอ? ไม่ต้องกลัวนะ แม่หนูข้ามไปเอาของฝั่งนู้นแป๊ปเดียว เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” เธอกุมมือหนุ่มน้อยตอบกลับ เพื่อไม่ให้เขาหวาดกลัว
แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเกือบครึ่งชั่วโมง เด็กสาวที่นั่งอยู่กับหนุ่มน้อย ก็เริ่มชะเง้อคอมองหา หญิงสาวที่วิ่งหายเข้าสายฝนไป
“หนาวหรือเปล่า?”
“...” หนุ่มน้อยพยักหน้าตอบกลับเสียงหงอย มือก็ไม่ปล่อยจากมือของพี่สาวคนใจดี
“ในกระเป๋าได้พกเสื้อมาหรือเปล่า?” เค้กเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหนุ่มน้อยสะพายกระเป๋าเป้ใบหนึ่งไว้ที่ด้านหลัง ซึ่งเมื่อหนุ่มน้อยได้ยินคำถามนั้นก็ถอดกระเป๋ายื่นให้กับเค้กดู เพราะตนก็ไม่รู้ว่าผู้เป็นแม่นั้นใส่อะไรมาให้บ้างในกระเป๋าใบเล็กนั้น
“ไม่เห็นมีเลย มีแต่ซองเอกสารอะไรก็ไม่รู้” เธอเงยหน้ามองเด็กหนุ่มที่นั่งตัวสั่น ก่อนจะตัดสินใจอุ้มหนุ่มน้อยมานั่งบนตัก และใช้กระเป๋าใบเล็กนั้นคุ้มกันเขาจากความเหน็บหนาว พร้อมกับเสียสละอ้อมกอดอุ่นให้หนุ่มน้อยได้ซุกกอด
“อุ่นขึ้นไหม?”
“...” พยักหน้าพร้อมยิ้มเล็กๆ ให้กับพี่สาวใจดี
“ชื่ออะไรเหรอ?”
“...”
“กลัวพี่เหรอ?”
“...มียูครับ ผมชื่อมียู”
“ชื่อเท่ห์จัง^^”
เวลาผ่านไปจนแล้วจนเล่าแม่ของหนุ่มน้อยก็ยังไม่กลับมา สายฝนที่ตกหนักก็เริ่มซาลงจนเริ่มเห็นความสว่างบนท้องถนน และเห็นรถที่วิ่งผ่านไปผ่านมาอย่างชัดเจนขึ้น
“ทำไมยังไม่มาอีกเนี่ย?” เด็กสาวเริ่มเป็นกังวลและไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้แต่นั่งรออยู่เช่นนั้น จากเวลาสองทุ่มยาวไปจนเกือบถึงเที่ยงคืน
@สถานีตำรวจ...
เธอพามียูมาส่งไว้ที่นี่ เพราะคิดว่าตำรวจน่าจะช่วยตามหาแม่ให้กับหนุ่มน้อยได้ แต่พอเธอกำลังจะเดินจากที่ตรงนั้นมา กลับมีมือน้อยที่รั้งมือของเธอไว้
“พี่ต้องกลับบ้านแล้ว มียูอยู่กับคุณตำรวจนะ เดี๋ยวแม่ก็มารับ” เค้กนั่งลง และพูดบอกกับหนุ่มน้อยที่น้ำตาเอ่อคลอเพราะความหวาดกลัว แต่ถึงไม่อยากจะทิ้งเขาไว้ที่นี่ เธอก็ต้องทำแบบนั้นอยู่ดี
@บ้านเด็กกำพร้า 3วันต่อมา
ในช่วงสามวันที่ผ่านมา ฉันนอนไม่หลับเลย เอาแต่คิดถึงหน้าเด็กคนนั้น น้องคงหวาดกลัวมาก “จะได้เจอกับแม่หรือยังนะ ขออย่าให้โดนทิ้งเหมือนฉันเลย”
เธอพูดถึงความหลังหน้าเศร้าของตัวเอง ก่อนจะเตรียมตัวออกไปขายของที่ตลาดเหมือนกับทุกวัน
เค้กเป็นเด็กขยัน และเธอก็เลือกที่จะมุ่งมั่นกับความรวย เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น เธอมีความคิดนั้นตั้งแต่อายุสิบห้าปี และออกไปขายของที่ตลาดนัดอย่างสม่ำเสมอ และหวังว่าวันนึงเธอจะได้ออกจากที่บ้านเด็กกำพร้านี้ และไปมีชีวิตที่ดีกว่า …ชีวิตที่เธอวาดฝันไว้
“มาได้ไง?!” เธอหันไปเห็นว่าหนุ่มน้อยที่เจอกันที่ป้ายรถเมย์เมื่อสามวันก่อนยืนมองเธออยู่ใกล้ๆ
“น้องเพิ่งมาใหม่นะ เห็นว่าพ่อแท้ๆ เสีย แล้วแม่เลี้ยงก็พาไปทิ้งไว้ที่ป้ายรถเมย์ ช่วยๆ กันดูด้วยนะเค้ก” เสียงผู้ดูแลเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่เด็กๆ ที่นี่ต่างเรียกว่า ‘แม่’ พูดบอกกับเค้กที่ยืนทำหน้าสงสัย
“คะ ค่ะแม่”
ปุก!
หนุ่มน้อยวิ่งเข้ามากอดเค้กด้วยความดีใจ พร้อมกับยิ้มให้เธอทั้งน้ำตา เพราะรู้สึกดีใจที่ได้เจอพี่สาวใจดีคนนั้น...
“ทิ้งลงได้ยังไงนะ?” เค้กพูดขึ้นในขณะที่ลูบหัวหนุ่มน้อยเบาๆ อย่างสงสารและเห็นใจ ที่เขาต้องมาเจอชะตากรรมที่คล้ายกันกับเธอ
@15ปีต่อมา
ภาพสาวสวยวัยสามสิบสามปีในบ้านหลังใหญ่ เธอกำลังแต่งตัวสวยเพื่อที่จะออกไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนสาว
ในเวลานี้เค้กไม่ได้เป็นเด็กกำพร้าที่วิ่งขายน้ำหอมตามตลาดนัดอีกต่อไปแล้ว เพราะปัจจุบันเธอเป็นCEOน้ำหอมแบรนด์ดัง และขายดีติดต่อกันมาถึงหกปี สร้างรายได้ให้เธอมหาสาร จนเธอกลายเป็นเศรษฐี มีเงินใช้และกินอยู่สบายอย่างที่เธอวาดฝันไว้
“หม่ามี๊จะออกไปไหนครับ?” เสียงห้าวแตกหนุ่มของมียู เด็กหนุ่มวัยสิบแปดที่เค้กรับเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วย ในฐานะลูกบุญธรรม เมื่อแปดปีก่อน
เพราะเหตุผลที่ว่ามียูนั้นคอยตามติดเธออยู่ตลอด จนวันที่เธอย้ายออกจากบ้านเด็กกำพร้า เขาก็เริ่มแสดงความก้าวร้าวเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเธอ จนในที่สุด เธอต้องไปรับมาอยู่ในความดูแล
“จะออกไปเที่ยว เดี๋ยวมา”
“เปลี่ยนชุดก่อนครับ บอกกี่ทีแล้วว่าอย่าแต่งตัวโป๊” เขาพูดพร้อมกับมองชุดเดรสสีชมพูสุดเซ็กซี่ที่เธอใส่อย่างไม่ชอบใจ
“ฉันโตแล้วนะ!”
“หม่ามี๊อย่าแต่งตัวโป๊ได้ไหมครับ บอกแล้วไงว่าผมหวง...”
(คอมเมนท์ขึ้นเร็วไรท์มาอัปให้อีก ขอคนละหนึ่งคอมเมนท์เพื่อเป็นกำลังใจนะครับ)
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
S2(ต่อจากเรื่อง ไอมาเฟียนั่นเมียกู) เรื่องราวความรักของคู่ยูมิ และโจอิ น้องชายตัวแสบของโจดิน
U7 - ฉันเพิ่งมารู้ว่าเด็กที่ฉันถูกว่าจ้างให้อุ้มบุญ เป็นลูกของแฟนเก่าที่เลิกกันไปเมื่อสองปีก่อน… (ผู้ชายที่เขาไม่เคยรักฉัน)
เพื่อนของผมดันหาเด็กสาวมาเป็นติวเตอร์ให้ แถมเธอก็กำลังแตกเนื้อสาวซะด้วย ( ความใสซื่อของเธอทำให้ผมสับสนเรื่องตามไปง้อเมียที่เมืองนอกแล้วทำไงดี )
คู่หมั้นของ ‘โจดิน’ มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ ดันเป็น ’ยูมิ’ แฟนสาวผู้อ่อนแอของ ’นิเณอ’ หญิงแกร่งใจกล้า และบุคลิกของเธอมันก็ดันเข้าตาเขาเต็มๆ จนอยากได้เธอมาเป็นเมียแทน…
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
ในชาติก่อน ถูกผู้ชายใจร้ายใช้เป็นเครื่องมือ ทำให้ตัวเองต้องตาย และยังทำให้อาของเขาที่มีอิทธิพลสูงต้องพินาศด้วย เมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง ในวันที่ขอแต่งงาน เธอตัดสินใจแต่งงานใหม่กับลี่โม่เป่ย อาเล็กของผู้ชายเฮงซวย คิดว่ามันจะเป็นแค่การตกลงเป็นพันธมิตร หลังจากแต่งงานกลับกลายเป็นว่าเขาคอยเอาใจเธอเป็นอย่างดี จากนั้นเธอจัดการกับชายเลว ส่วนเขาซ้ำเติม เธอฆ่าคน เขาก็ช่วยเก็บกวาด เธอทำเรื่องใหญ่โต เขาก็ช่วยแก้ไขปัญหา เมื่อสัญญาสิ้นสุด ตู้เซียวเซียวต้องการจะจากไป แต่เขากลับไม่พอใจ เขาขวางเธอไว้ที่ประตู น้ำเสียงเว้าวอน “เซียวเซียว เธอจะทิ้งฉันหรือ?” ตู้เซียวเซียวใจอ่อน “งั้นต่อสัญญาอีกปีดีไหม?” แต่สถานการณ์กลับยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวก่อน ไหนบอกว่าไม่สามารถมีลูกได้ แล้วทำไมท้องของเธอถึงโตขึ้นล่ะ!
“หมี่ขาว” สาววิศวะที่โสดขึ้นดอยเป็นปีที่สาม เธอไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะเป็นคนนั้น แต่ทว่าเพราะคำท้าที่รับปากเพื่อนด้วยความคึกคะนอง ทำให้เธอตกปากรับคำชวนของ “เก้าอี้” ตัวละครลับของภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งวันนี้เขากลายเป็นพี่ปีสี่ ผูดผ้าคาด SOTUS สีแดง และวิ่งถือธงเกียร์นำขึ้นดอย เพียงเพราะเขาเดินมาทักและชวนเธอด้วยถ้อยคำเรียบง่าย “ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ”
เจียงหยวนชอบเสิ่นตู้มาเป็นเวลาสี่ปี แม้จะต้องเผชิญความรังเกียจจากตระกูลเจียง แต่เธอก็ยังเลือกยืนหยัดเคียงข้างเขา กระทั่งวันหนึ่ง เสิ่นตู้เพื่อพี่สาวของเขา ยอมยกให้เธอไปมีอะไรกับคนอื่น ในที่สุด เธอถึงได้เข้าใจว่าคนที่ไม่ใช่ยังไงก็คือไม่ใช่ ในเมื่อไม่ใช่คนที่ใช่ งั้นเธอยอมตัดทิ้งแล้วกัน เธอหันไปให้ความสำคัญกับการทำงานจนกลายเป็นนางแบบระดับโลก ทำให้คนทั้งโลกตะลึง ผู้ชายที่ทำร้ายเธอรู้สึกเสียใจ“หยวนหยวน โลกของฉันขาดเธอไม่ได้ กลับมานะ” ตลกสิ้นดี ผู้ชายมันจะเทียบกับอาชีพการงานได้ที่ไหน ! ** เจี่ยงเฉินโจว ผู้นำของตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหรงเฉิง เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเป็นคนแสนเย็นชา แต่อยู่ลับหลังกลับเป็นคนคลั่งรัก เขาชอบความงามของเจียงหยวน เห็นเธอเป็นเหมือนสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่น่ารักและเชื่อง ต่อมา บนพรมแดงท่ามกลางแสงสปอร์ตไลท์ ชายผู้ก้าวลงจากเวทีคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าสาธารณะ“ถึงแม้จะไม่มีฐานะอะไร ฉันก็ยินยอม”
ในวันแต่งงาน เสิ่นเยวียนถูกคู่หมั้นและน้องสาวของเธอทำร้าย และถูกจำคุกเป็นเวลาสามปีด้วยความทุกข์ทรมาน หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากคุก น้องสาวผู้ชั่วร้ายได้คุกคามด้วยชีวิตแม่และพยายามให้เธอมอบตัวกับชายชรา อย่างไรก็ตาม เธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ซึ่งเป็นผู้ทรงอิธิพลที่หล่อเหลาและเย็นชาแห่งแห่งสังคมด้านมืด อย่างไม่คาดคิด และชะตากรรมของเธอก็เปลี่ยนไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าเซียวเป่ยหานจะเย็นชา แต่เขากลับปฏิบัติต่อเสิ่นเยวียนดั่งเป็นสมบัติล้ำค่า นับแต่นั้นมา เธอจัดการคนเสแสร้ง เอาคืนแม่เลี้ยงและไม่ถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป
เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่เคยสนใจ แต่ก็ยังดึงดันอยากจะอยู่ใกล้ ต่อให้เธอเป็นเมียแต่งเขาก็คงไม่มีวันเปลี่ยนใจ เพราะเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจจากไปในคืนแต่งงาน "จากนี้ไปเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก" 🥀
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY