เขาคิดว่าตัวเองแน่ แต่กลับเอาชนะ 'เธอ' ไม่ได้สักครั้ง
เขาคิดว่าตัวเองแน่ แต่กลับเอาชนะ 'เธอ' ไม่ได้สักครั้ง
ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำมาในยามค่ำคืน มีใครบางคนยืนทอดสายตามองหยดน้ำด้วยความเจ็บปวด ฝนมาพร้อมกับความทรงจำอันเลวร้ายที่ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่อาจลบมันออกจากจิตใจได้ ทว่ามีแต่ยิ่งตอกย้ำให้นึกถึงเรื่องราวที่ยากจะลืมเลือน แต่รวดร้าวที่จะจดจำ
หญิงสาวหันหลังกลับเนื่องด้วยไม่มีความกล้าพอที่จะขี่มอเตอร์ไซค์ฝ่าห่าฝนไปได้ หล่อนกลัวเหลือเกินว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ภายในร้านอาหารที่บัดนี้มีเพียงเพื่อนพนักงานด้วยกันคอยเก็บร้านตามหน้าที่เท่านั้น ตนเป็นเพียงพนักงานเสิร์ฟอาหาร เมื่อร้านปิดจึงไม่มีหน้าที่อื่นที่ต้องทำอีก และเหนือสิ่งอื่นใดเธอเองก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานๆ หากเวลาเลิกงานมาถึง เพราะต้องไปทำงานอีกที่หนึ่ง ซึ่งตอนนี้การไปที่นั่นก็ติดอุปสรรคคือฝน
เวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆ จวนจะถึงเวลาที่ควรออกไปจากที่แห่งนี้ได้แล้ว แต่ฝนไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตกเลย ซ้ำยังโหมกระหน่ำมากกว่าเมื่อครู่ เป็นเหตุให้เจ้าตัวเริ่มกังวลว่าอาจจะเข้างานสาย เท่าที่อีกฝ่ายยอมให้เธอได้ทำงานก็ถือว่าเมตตามากแล้ว จึงไม่อยากทำให้ใครต้องเดือดร้อน แต่เธอก็เอาชนะการฝ่าฝนไม่ได้ เพียงแค่คิด มือไม้ก็สั่น
ชีวิตเธออาจไม่ได้ดีนัก แต่มั่นใจได้ว่าไม่พร้อมจะตายไปในตอนนี้แน่ๆ
พนักงานหญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องครัวก่อนจะเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าคนที่ไม่ควรอยู่ที่นี่ ณ เวลานี้ยังนั่งอยู่ “อ้าว ยังไม่ไปที่ร้านอีกเหรออัส มันจะสองทุ่มครึ่งแล้วนะ”
คนถูกทักหันกลับไปมองตามเสียงก็เห็นว่าเป็นสุวพิชชา เนื่องจากอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอและยังพูดจาถูกคอ จึงมีสถานะต่างกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น เพราะหล่อนเป็นคนที่เธอสามารถเรียกได้เต็มปากว่าเป็นเพื่อน
อัสมาส่ายหน้าให้คนถาม ใบหน้าปนเปไปด้วยความเหนื่อยล้าและวิตก “ฝนตกหนักเกิน ไม่กล้าไป”
ได้ฟังเช่นนั้นสุวพิชชาก็ไม่ถามอะไรต่อ เพราะเข้าใจถึงเหตุผลของเพื่อนดี “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราวนไปส่งที่ร้านก็ได้ แล้วเสร็จงานก็วนกลับมาเอารถเอง โอเคไหม”
เพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ หากรอให้ฝนหยุดตกก็ไม่รู้ว่าจะต้องรอไปอีกนานแค่ไหน สุดท้ายเธอจึงขึ้นรถของเพื่อนแล้วตรงไปยังร้านเหล้าซึ่งเป็นที่ทำงานช่วงกลางคืนของตน ที่นั่นอัสมามีหน้าที่เป็นนักร้อง ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะจึงทำให้ได้งานนี้ ทว่ามันไม่ได้ดีจนสามารถเป็นนักร้องมืออาชีพได้ น่าเสียดายทีเดียว เธออยากหาเงินได้เยอะๆ และอาชีพนั้นก็น่าจะตอบโจทย์ แต่ในเมื่อเป็นได้แค่นี้หล่อนก็ไม่เกี่ยง อะไรที่ขึ้นชื่อว่างาน อัสมาทำหมด
ไม่เลือกงานไม่ยากจน...ไม่จริง เธอทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ ทำตั้งแต่เช้าจนดึกดื่น เวลาพักมีไม่ถึงห้าชั่วโมง โหมงานหนักเช่นนี้มาสี่เดือนเต็มๆ แต่ไม่เคยเฉียดคำว่ารวย อันที่จริงเธอหนีคำว่าจนไม่ได้ด้วยซ้ำ สภาพร่างกายก็ซูบผอมไปปริยายเนื่องจากไม่ค่อยมีอะไรดีๆ ตกถึงท้อง วันหนึ่งได้กินข้าวแค่หนึ่งถึงสองมื้อ บางวันเครียดจนกินอะไรไม่ลง น้ำหนักจากห้าสิบเศษๆ ในวันนั้น วันนี้เหลือแค่สี่สิบต้นๆ เธอไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้ แต่ชีวิตก็บีบเสียทุกทาง
อัสมาก้มมองหน้าจอมือถือที่มีข้อความจากผู้จัดการของร้าน ก่อนจะตอบไปสั้นๆ ว่าใกล้ถึงแล้ว หลังจากนั้นก็ปิดเปลือกตาลงเพื่อพักผ่อน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่การได้พักถือเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต
“งีบไปเถอะ แต่ฝนไม่ตกทุกวันหรอก”
อัสมาไม่ได้ตอบอะไร แต่โลกก็ไม่อนุญาตให้เธอได้พักนานขนาดนั้น ให้หลังเพียงสิบนาทีก็มาถึงที่หมาย ผนวกกับใกล้ถึงเวลาเข้างาน เธอจึงตรงดิ่งไปด้านในทันทีหลังกล่าวคำขอบคุณกับเพื่อนเป็นที่เรียบร้อย นักร้องสาววัยยี่สิบหกรีบจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นกว่าเดิมก่อนจะรีบขึ้นไปบนเวทีที่บัดนี้ทุกคนอยู่ประจำตำแหน่งกันหมดแล้ว คนเด็กกว่าก้มหัวให้สมาชิกในวงอย่างนอบน้อมและได้รับรอยยิ้มตอบกลับมา
ทุกคนล้วนรักและเอ็นดูอัสมาเหมือนน้องสาวด้วยรู้ว่าชีวิตของเธอต้องเจอกับเรื่องอะไรมาบ้าง อีกอย่างเจ้าตัวก็เป็นคนน่ารัก นิสัยดี มีหรือใครที่ได้รู้จักแล้วจะไม่รัก
“ยังคิดอยู่เลยว่าจะมาได้ไหม เพราะฝนตกหนักมาก” หนุ่มมือกลองเอ่ยถามขึ้น
“หนูติดรถวาดมาค่ะ”
“แล้วมอ’ไซค์เราล่ะ”
“อยู่ที่ร้าน เดี๋ยวเสร็จตรงนี้ค่อยกลับไปเอาค่ะ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนุ่มมือกลองก็อาสาที่จะพาน้องสาวนอกไส้ย้อนกลับไปที่ร้านอาหาร ด้านอัสมาที่คิดว่าจะต้องรบกวนใครสักคนอยู่แล้วจึงไม่ปฏิเสธ แต่เลือกที่จะก้มหัวพร้อมเอ่ยคำขอบคุณอย่างมีมารยาท “ขอบคุณนะคะพี่หล้า”
เพลงที่อัสมานำมาร้องก็มักจะเป็นเพลงที่ทุกๆ คนต่างคุ้นหู หลายๆ คนจึงร้องคลอไปด้วยได้ บ้างก็ร้องเพลงตามใจลูกค้า ไม่ว่าขอเพลงไหนมาก็จัดให้ไม่เคยเกี่ยง เธอพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำตัวให้ถูกใจทุกคน เพื่อที่จะได้มีงานทำ หากลูกค้าชื่นชอบในเสียงและนิสัยใจคอของเธอ ก็จะมีลูกค้ามาที่ร้านเยอะขึ้น เธอเองก็จะได้มีงานทำไปตลอดรอดฝั่ง
ประมาณสี่ทุ่มครึ่งก็ถึงเวลาเลิกงาน อัสมาได้รับเงินจากการร้องเพลงเป็นรายวัน วันละหนึ่งพันไม่รวมทิปจากลูกค้า ส่วนทิปวันนี้ได้มาสี่ร้อย ถือว่าเป็นงานที่เงินดีมากทีเดียว น่าเสียดายที่หามาได้เท่าไรก็ไม่เคยพอกับรายจ่าย เพราะเช่นนั้นถึงหาเงินได้เยอะก็ไม่เคยตกถึงท้อง ตัวเธอถึงได้เหลือแค่นี้ บางทีลมพัดก็จะปลิวไปกับลมอยู่แล้ว
อัคภัทรไปส่งอัสมาที่ร้านอาหารอย่างที่ได้รับปากไว้ ฝนหยุดตกแล้ว หยุดไปตั้งแต่ช่วงสามทุ่ม การกลับบ้านของเธอจึงไม่มีอุปสรรคใดอีก และดีที่ร้านอาหารกับบ้านอยู่ไม่ไกลกันนักจึงใช้เวลาไม่นาน อันที่จริงเธอเลือกทำงานที่นี่เพราะระยะทาง ใช่ความชื่นชอบ แต่นาทีนี้ความชื่นชอบมาทีหลัง เธอแค่ต้องการงานเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวก็เท่านั้น
เป็นเวลาห้าทุ่มเศษๆ แต่ไฟในบ้านยังสว่างเป็นบางดวง เมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้านชั้นเดียวสภาพกลางเก่ากลางใหม่ก็เห็นว่าป้าติ๋มกำลังช่วยพลิกตัวให้แม่ที่นอนป่วยติดเตียงอยู่ เห็นดังนั้นเท้าของอัสมาก็ก้าวเข้าไปช่วยอย่างไม่ลังเล
“แม่ตื่นกลางดึกเหรอคะ”
ผู้มีหน้าที่ดูแลคนป่วยโดยการจ้างวานของอัสมาก็พยักหน้ารับ “มันเต็ม ป้าเพิ่งเปลี่ยนแพมเพิสให้เสร็จ ก็เลยพลิกตัวให้แก”
เธอพยักหน้ารับก่อนจะหันไปพูดคุยกับผู้เป็นแม่ แม้ว่าแม่จะไม่อาจตอบคำถามของเธอได้ มีแค่สายตาที่ทอดมองกันและกันเท่านั้น เธอคุยกับมารดาอยู่ฝ่ายเดียว ยิ้มบ้าง หัวเราะบ้าง ทำทีเป็นว่าชีวิตนี้มันเต็มไปด้วยความสนุก ก่อนจะส่งแม่เข้านอนแล้วตัวเองก็เข้าไปอาบน้ำเพื่อนอนพักผ่อนหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน และเมื่อได้อยู่คนเดียว ความเครียด ความเหนื่อยและความกดดันที่ได้แบกไว้ก็พังทลายลงมาเป็นน้ำตาจนเหมือนทำนบแตก ทว่ากลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาเพราะเธอกลั้นไว้สุดความสามารถ
จุดเปลี่ยนของชีวิตมันเริ่มจากวันนั้น วันที่ฝนตกหนัก พ่อและแม่เดินทางกลับจากไปทำธุระที่ต่างจังหวัด แต่เพราะถนนลื่นจึงพุ่งไปชนกับรถคันอื่นจนมีผู้เสียชีวิตถึงสามคน และเจ็บสาหัสอีกหนึ่ง นั่นคือแม่ของเธอที่ปัจจุบันนอนป่วยติดเตียงอยู่ หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือพ่อของเธอ อีกสองเป็นคู่กรณี และอุบัติเหตุครั้งนี้พ่อของเธอเป็นฝ่ายผิด การสูญเสียครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก
เธอที่ทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่กรุงเทพฯ จึงต้องบึ่งกลับบ้านเกิดทันทีที่มีสายโทร. เข้าจากทางอาสากู้ภัย เธอยังจำเสียงนั้นได้เหมือนอีกฝ่ายพูดกรอกหูอยู่ทุกวัน ประโยคที่บอกกับเธอว่าได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับพ่อและแม่ และแม้จะตกใจ แต่ด้วยเป็นพี่สาวคนโตจึงต้องประคองสติแล้วนั่งรถกลับบ้าน พยายามทำใจให้นิ่งที่สุดแล้วโทร. ไปแจ้งข่าวร้ายกับน้องสาวฝาแฝดอีกสองคนที่เรียนอยู่ที่พะเยา โอนเงินค่าเดินทางให้ทั้งสองกลับมายังนครนายกเพื่อมาช่วยกันจัดการเรื่องที่เกิดขึ้น
ค่าเสียหายทุกอย่างอยู่ในความรับผิดชอบของอัสมาในวัยเพียงยี่สิบห้าย่างยี่สิบหก ทั้งฝั่งตัวเองที่ต้องจัดการเรื่องงานศพของพ่อ และดูแลแม่ที่อาการสาหัส รวมถึงฝั่งคู่กรณีที่เธอต้องรับผิดชอบทุกอย่าง หลังขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นที่เรียบร้อยก็ได้ข้อสรุปว่าต้องจ่ายให้อีกฝ่ายเดือนละสองหมื่นบาทเป็นระยะเวลาสิบปี เพราะหากให้หาเงินก้อนเป็นล้านๆ มาจ่ายทีเดียว เธอก็อับจนหนทาง ไหนยังต้องจ่ายค่าจ้างให้คนดูแลแม่ที่นอนป่วยติดเตียงอีกเดือนละหนึ่งหมื่นแปด เพราะเงินถึง เขาถึงได้ย้ายมาอยู่ในบ้านเพื่อดูแลแม่ เธอจึงได้ปลีกตัวออกไปทำงาน ไม่เช่นนั้นแล้วก็คิดไม่ออก ยังไม่รวมค่าเทอมค่ากินค่าอยู่ของน้องสาวฝาแฝด ไหนยังค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก
ชีวิตที่เจอปัญหาหนักขนาดนี้จะไม่ให้เธอเครียดก็กระไรอยู่
หลังจากร้องจนหมดน้ำตาก็สำนึกได้ว่าควรรีบอาบน้ำและรีบเข้านอน เพราะหากยังลีลาสวมบทเป็นนางเอกเอ็มวีพรุ่งนี้เธอได้เป็นหมีแพนด้าแน่นอน ทุกวันนี้สภาพก็ดูไม่ค่อยดีอยู่แล้ว อย่าได้ทำร้ายตัวเองไปมากกว่านี้เลยยายอัสมาเอ๊ย!
✿✿✿✿✿✿✿
นิยายชุด ‘เธอ...’ ที่เกี่ยวข้องกัน
➊ เธอ...ที่ไม่น่าไปหลงรัก (จัด X ผักกาด)
↬Status :: จบแล้ว
➋ เธอ...ที่ไม่โปรดปราน (โปรด X อัสมา)
↬Status :: จบแล้ว
➌ เธอ...ที่ไม่เข้าตา (เฉื่อย X ก้าน)
↬Status :: จบแล้ว
➍ เธอ...ที่ไม่คิดจะรัก (อาร์ม X ตี้)
↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*
➎ เธอ...ที่ใจมิใฝ่หา (ดิน X มิ้ม)
↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*
➏ เธอ...ที่ต้องสงสัยว่าจะไม่ถูกรัก (ใบ X เอื้อ)
↬Status :: จบแล้ว *มี EBOOK*
ทั้งวัยเยาว์และตอนนี้...เธอเป็นคนสำคัญสำหรับเขาเสมอ เช่นเดียวกับเขา...ที่เป็นแค่คนอื่นในสายตาของเธอมาตลอดเช่นกัน
‘หญิงแกร่งชายแกร่ง + การต่อสู้ทางธุรกิจ + ความรักหวานชื่น + การแก้แค้น + ลึกลับ + คลั่งรักแบบอันตราย’ “ เข้าคุกตอนอายุยี่สิบ พ้นโทษตอนอายุยี่สิบสาม... สามปีแห่งการเคี่ยวกรำ มันเพียงพอแล้วที่จะส่งพวกแกทุกคน—ลงนรก!” ซ่งอันหราน คุณหนูตัวจริงที่พลัดพรากของตระกูลซ่ง ชาติก่อนเธอถูกพ่อแม่และพี่ชายแท้ๆ ส่งเข้าคุกเพื่อรับโทษแทนคุณหนูตัวปลอมในคดีอาชญากรรมทางการเงิน เธอต้องทนทุกข์ทรมานในคุก ในขณะที่คุณหนูตัวปลอมเสวยสุขในกองเงินกองทอง สืบทอดกิจการ มิหนำซ้ำยังจ้างนักเลงมาทรมานเธอจนตาย เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอได้ย้อนเวลากลับมาในวันแรกที่เข้าคุก ชาตินี้ เธอตัดทิ้งซึ่งความไร้เดียงสา และใช้ชีวิตในคุกเพื่อ…… เรียนรู้การเงิน ควบคุมตลาดหุ้น วางกลยุทธ์จากในเรือนจำ จนมีเงินทุนก้อนแรกในชีวิต ฝึกการต่อสู้ ศึกษาจิตวิทยา สยบเหล่านักโทษเดนตาย เพื่อสร้างขุมกำลังใต้ดินของตัวเอง อาศัยความทรงจำจากชาติก่อนวางหมากอย่างรัดกุม เพื่อรอคอยวันที่จะเริ่มงานเลี้ยงแห่งการแก้แค้นในวันที่พ้นโทษ! สามปีให้หลัง เธอพ้นโทษออกมา สาวน้อยผู้อ่อนแอในวันวานได้เปลี่ยนไปเป็นกุหลาบที่อันตรายที่สุดแห่งโลกธุรกิจ แผนการทุกอย่างดำเนินไปอย่างแยบยล ทว่าซ่างกวนหวายจือ……ผู้ที่ได้รับฉายายมทูตแห่งโลกธุรกิจผู้เย็นชาไร้ใจ กลับล็อกเป้าหมายมาที่เธอ เขาต้อนเธอจนมุม ใช้ปลายนิ้วลูบคลำหมายเลขนักโทษบนลำคอระหงของเธอ พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทว่าแฝงความอันตรายว่า “ซ่งอันหราน เกมแก้แค้นของเธอ…… ให้ผมเข้าร่วมด้วยคนสิ?”
กู้จือหลิงสูญเสียการมองเห็นทั้งสองข้างเพื่อช่วยซ่งจิ่งชวน แต่กลับถูกทรยศอย่างไร้เยื่อใยในคืนก่อนวันแต่งงาน อีกฝ่ายยังใช้ประโยชน์จากการที่เธอตาบอด ส่งเธอไปให้ผู้สืบทอดตระกูลลู่ที่มีชื่อเสียงในเป่ยเฉิงเพื่อชดใช้หนี้สิน กู้จือหลิงที่ทุ่มเทความรักให้ผิดคน ในเมื่อผิดแล้วจึงตัดสินใจผิดแต่งงานเข้าตระกูลลู่เสียเลย มีข่าวลือว่าทายาทของตระกูลลู่มีชื่อเสียงที่ไม่ดี ไร้ความสามารถทำอะไรไม่สำเร็จ คนทั้งเมืองต่างเฝ้ารอดูความล้มเหลวของสาวตาบอดและลูกชายตระกูลลู่ที่ไร้ค่า แต่ไม่คาดคิดเลยว่า สาวน้อยผู้น่าสงสารได้กลายเป็นนักปรุงน้ำหอมอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก เป็นแฮกเกอร์ระดับโลก เป็นนักซิ่งระดับเทพที่มีชื่อเสียง และเป็นหัวหน้าขององค์กรลับเพื่อสันติภาพ คนทั้งเมืองต่างตกตะลึง อดีตคู่หมั้นถึงกับช็อกจนพูดไม่ออก ครั้งหนึ่งด้วยความเมาเขาร้องไห้สำนึกผิดต่อหน้าสื่อ : "สิ่งที่ผมเสียใจที่สุดในชีวิตนี้คือการปล่อยกู้จือหลิงให้หลุดมือไป นี่มันเป็นการยกของดีให้กับไอ้บ้าตระกูลลู่ชัด ๆ !"
หลังจากแต่งงานมาสามปี เสิ่นเนียนอันคิดว่าตนเองสามารถเอาชนะใจโฮ่วอวินโจวได้ แต่กลับพบว่าเขามีเพียงคนรักแรกอยู่ในใจ "ฉันจะปล่อยเธอไปหลังจากที่เธอคลอดลูก" ในวันที่เสิ่นเนียนอันมีปัญหาในการคลอดบุตร โฮ่วอวินโจวได้พาผู้หญิงอีกคนออกจากประเทศด้วยเครื่องบินส่วนตัว "ไม่ว่าคุณจะชอบใครก็แล้วไป สิ่งที่ฉันเป็นหนี้คุณ ฉันคืนให้หมดแล้ว" หลังจากที่เสิ่นเนียนอันจากไป โฮ่วอวินโจวก็เสียใจ "กลับมาหาฉันอีกครั้งได้ไหม"
ในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวของเฉียวซิงเฉินหนีไปกับผู้หญิงอีกคน เธอโกรธมาก จึงสุ่มหาชายคนหนึ่งมาแต่งงานด้วยทันที "ตราบใดที่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็ยอมเป็นเมียคุณ" หลังจากแต่งงาน เธอได้ค้นพบว่าสามีของเธอคือลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ ชื่อลู่ถิงเซียว ทุกคนเยาะเย้ยว่า "เธอยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ" และผู้ชายที่ทรยศเธอก็มาเกลี้ยกล่อมว่า "ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะฉันหรอก สักวันเธอต้องเสียใจแน่ๆ" เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะและโต้ตอบว่า "ไปให้พ้น ฉันกับสามีรักกันมาก" ทุกคนต่าก็คิดว่าเธอเป็นบ้า ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวตนที่แท้จริงของลู่ถิงเซียวถูกเปิดเผย ที่แท้เขาเป็นคนรวยอันดับต้นๆในโลก ในการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชายคนนี้คุกเข่าข้างเดียว ถือแหวนเพชรมูลค่าหลักพันล้าน และพูดช้าๆ ว่า "คุณภรรยา ชีวิตที่เหลือนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"
เมื่อร่างกายทั้งคู่ได้หยุดพักจนหายเหนื่อย ชายหนุ่มก็ลงมือทำโทษต่อ เหมือนที่เขาบอกไว้ ว่าคืนนี้เขาจะลงโทษภรรยาคนนี้ทั้งคืน ************************************************** สิ่งที่เธอกอดไว้คือทะเบียนสมรส ส่วนสิ่งที่ผู้หญิงที่ดีพร้อมทุกอย่างกอดไว้คือหัวใจเขา
ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY