นางถูกขับไล่ออกจากสกุลสามี คนพวกนั้นให้เหตุผลว่านางเป็นตัวซวยทำให้สามีสอบไม่ผ่าน หากแต่ออกมาได้สามวัน เขากลับแขวนโคมไฟสีแดง รับเกี้ยวเจ้าสาวเข้าจวน!!
นางถูกขับไล่ออกจากสกุลสามี คนพวกนั้นให้เหตุผลว่านางเป็นตัวซวยทำให้สามีสอบไม่ผ่าน หากแต่ออกมาได้สามวัน เขากลับแขวนโคมไฟสีแดง รับเกี้ยวเจ้าสาวเข้าจวน!!
“แง ๆ”
ค่ำคืนนี้มีสายฝนโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า คล้ายกับว่าสวรรค์กำลังร่ำไห้ให้กับชะตากรรมของแม่นางผู้หนึ่งที่อุ้มลูกน้อยวัยสามเดือนไว้แนบอก เสียงร่ำไห้ของนางและลูกดังก้องแข่งกับเสียงของฝนที่กำลังตกพรำ ๆ
และแม่นางผู้นี้มีนามว่า หลิวเจียหรู ยืนอุ้มลูกน้อยอยู่หน้าประตูจวนสกุลจ้าว เนื้อตัวของนางและลูกเปียกโชกด้วยน้ำฝน ร่างกายสั่นเทาด้วยความเหน็บหนาว แต่ไม่มีสิ่งใดจะเจ็บปวดไปกว่าหัวใจของนางที่กำลังบอบช้ำ
“นางเป็นตัวซวย! หากมิใช่นาง ฮุยเผิงย่อมสอบผ่านอย่างแน่นอน!”
เสียงของ ฮูหยินเมิ่งเฟย ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมารดาของสามีเจียหรูนั้นเต็มไปด้วยโทสะ และดวงตาเต็มไปด้วยความชิงชัง เพราะนางปักใจว่าเป็นเพราะเจียหรู ที่ทำให้บุตรชายของนาง จ้าวฮุยเผิง ไม่สามารถสอบคัดเลือกขุนนางผ่านเสียที
“ใช่! นางเป็นกาฝาก ตั้งแต่แต่งนางเข้าจวนมาข้าก็มีแต่เคราะห์กรรม!”
จ้าวฮุยเผิงบุรุษผู้เป็นสามีเอ่ยเสริมด้วยสีหน้ารังเกียจพร้อมกับผลักร่างบางให้ออกไปให้ไกลอย่างไม่คิดใยดี ทั้งที่เจียหรูกำลังอุ้มเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ ๆ ของเขาอยู่แนบอก
เจียเหม่ย แม่นางน้อยวัยสามเดือยผู้น่าสงสาร ที่ถูกท่านพ่อและท่านย่าไม่ยอมรับว่าเป็นสายเลือดของตระกูลจ้าวตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลกเลยด้วยซ้ำ
“เจ้าและลูกออกไปจากจวนของข้า! อย่าได้มาให้ข้าเห็นหน้าอีก!”
ปัง!
เสียงประตูจวนปิดดังสะท้อนอยู่ในหูของเจียหรู นางถูกขับไล่ออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา แม้แต่ลูกน้อยก็ไม่ได้รับความเมตตาใด ๆ ความอดสูทำให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
สายฝนกระหน่ำลงมาจนเสื้อผ้าของหลิวเจียหรูและเจียเหม่ยเปียกชุ่มจนแทบหลุด นางอุ้มลูกแนบอกแน่นขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้หยดฝนเย็นเฉียบกระทบผิวบางของทารกน้อยไปมากกว่านี้ ถึงแม้ว่าร่างกายของนางสั่นสะท้าน แต่ไม่อาจเทียบได้กับหัวใจที่แตกสลาย
“ได้โปรดเถิด…ข้าไม่มีที่ไป อาเหม่ยยังเล็กนัก เขาจะทนหนาวไม่ไหว ได้โปรดเมตตาพวกเราเพียงสักนิดด้วยเถิด”
เจียหรูเอื้อมมือไปเคาะประตูจวนพลางพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนสั่นเครือ แต่ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กลับมาจากข้างในทั้งนั้น มีเพียงเสียงฟ้าร้องคำรามและเสียงหยดน้ำกระทบพื้นกับดิน
หลิวเจียหรูรู้ว่าบ่าวไพร่หลายคนยังคงยืนอยู่หลังประตู บางคนอาจกำลังฟังเสียงร้องขอของนาง แต่ก็ไม่มีผู้ใดคิดริอาจจะช่วยเหลือ
“ฮุยเผิง! ท่านเคยบอกว่าจะดูแลข้าตลอดไป ท่านจะปล่อยให้ข้ากับลูกตากฝนเช่นนี้หรือ ทำไมเจ้าใจร้ายใจดำได้ถึงเพียงนี้”
หลิวเจียหรูกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเคาะประตูแรงขึ้น แต่ด้านในก็ยังคงเงียบงัน เงียบจนหัวใจของนางปวดร้าวกว่าได้ยินคำด่าทอใด ๆ กลับมาเสียอีก
จนกระทั่งมีเสียงของฮูหยินเมิ่งเฟยดังขึ้นพร้อมเงาของนางที่ปรากฏบนระเบียงสูง ฮูหยินใหญ่ของจวนจ้องมองลงมา ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชา
“หึ! สะใภ้ต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าดีอย่างไรถึงคิดอยากจะกลับเข้ามาในจวนของข้า! เจ้าเป็นตัวซวย! หากยังไม่ไปก็อย่ามาหาว่าข้าใจดำอำมหิตก็แล้วกัน!”
“ข้าไม่ใช่ตัวซวย! ข้าเป็นภรรยาของจ้าวฮุยเผิง เป็นแม่ของลูกเขา ทำไมท่านถึงใจร้ายกับข้าและลูกเช่นนี้!”
“เจ้ามันก็แค่หญิงไร้ค่าที่ข้าผิดพลาดให้เข้ามาในจวน!”
เสียงนี้มิใช่ของผู้ใดอื่น นอกจาก จ้าวฮุยเผิง บุรุษที่ครั้งหนึ่งเจียหรูเคยรักสุดหัวใจ บัดนี้เขากลับยืนกอดอกมองนางด้วยสายตารังเกียจ ท่าดอด้วยถ้อยคำที่เหยียบย่ำหัวใจดวงน้อย ๆ ของเจียหรูเป็นอย่างมาก
“เจ้าเป็นแค่ตัวถ่วง! เสียงร้องของเด็กคนนั้นทำให้ข้าสอบตก เจ้าจะชดใช้ให้ข้าได้หรือไม่!”
“แต่อาเหม่ยเป็นลูกของท่าน!”
“หึ! ลูกของข้าอย่างนั้นหรือ จำใส่หัวของเจ้าเอาไว้เลยนะ ข้าไม่ต้องการทั้งเจ้าและลูกของเจ้า!”
คำพูดนี้ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจของหลิวเจียหรู นางยืนนิ่ง มือเย็นเฉียบ ไม่อาจเชื่อได้ว่าบุรุษที่เคยอ่อนโยนกับนางจะพูดเช่นนี้กับเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองได้
“ถ้าเจ้ายังไม่ไป ข้าจะให้คนมาลากเจ้าออกไป!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวเจียหรูก็รู้ว่าตัวเองหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง นางหมดหวังแล้วจริง ๆ ในตัวของจ้าวฮุยเผิง บุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทั้งสามีของนางและบิดาแท้ ๆ ของเจียเหม่ย
หลิวเจียหรูก้มลงมองลูกน้อยที่ตอนนี้ได้หลับใหลไปกับความอ่อนเพลียและความเหน็บหนาวท่ามกลางสายฝน เจียเหม่ยไม่รับรู้เลยว่าชีวิตของตัวเองถูกปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่รู้ความ
มือของเจียหรูที่เคยวอนขอความเมตตา ตอนนี้กำแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยน้ำตาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา
“ข้าจะไป…ข้าเองก็ไม่ต้องการอยู่ในจวนที่ไร้หัวใจเช่นนี้อีกต่อไปเช่นกัน ข้าจะไม่ร้องขอความเมตตาจากพวกท่านอีก”
พูดจบ หลิวเจียหรูก็กอดบุตรสาวเอาไว้แน่น ก่อนจะค่อย ๆ หันหลังให้กับประตูที่ปิดตาย และก้าวเดินออกไปในความมืดของคืนฝนตก
หลิวเจียหรูยังคงกอดเจียเหม่ยเอาไว้แนบอก ร่างกายของนางสั่นสะท้านทั้งจากความเหน็บหนาวและความหวาดหวั่น น้ำตาไหลรินปะปนไปกับสายฝนที่ยังคงตกหนักไม่หยุด ทารกน้อยในอ้อมแขนเริ่มกระสับกระส่ายอีกครั้ง ร่างเล็ก ๆ ที่ยังอ่อนแอทำให้นางรู้สึกหวาดกลัว
“อาเหม่ย…เจ้าอย่าเป็นอะไรนะ”
นายหัว(เถื่อน) กระหายรัก เพราะเป็นลูกมาเฟียถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก จู่ๆ ก็ถูกแม่ตัดหางปล่อยวัดให้เผชิญชะตากรรมด้วยตนเอง เผชิญชะตากรรมไม่ว่า แต่วันแรกเธอก็ทำคนตายแล้ว เหตุการณ์ในวัยเด็กทำให้เธอไร้สติหยั่งคิด เผลอเข้าร้านหรูจนกินไวน์ราคาแพงหมดไปสองแสน แม้จะจำนำของในตัวจนหมดแต่ก็ไม่พอ เพราะกลัวว่าพ่อกับแม่จะรู้ เธอจึงเลือกใช้กายชดใช้แทน แต่ใครคิดว่าหลังจากสิ้นคิดคืนนั้น เธอก็ต้องพบปัญหาไม่รู้จบ
เจียซินที่อยู่ในชีวิตปั่นปลายนั้น กลับต้องรู้สึกเสียใจที่เลือกเส้นทางรักผิด เมื่อเลือกหนทางใหม่ได้ เธอก็จะเลือกหนทางที่ดีที่สุด และเขาชายที่เธอเคยละทิ้งไปก็กลายมาเป็นคู่ชีวิต ที่พร้อมจะร่ำรวยไปด้วยกัน
ชมดาวต้องทนรับสภาพสถานะเลขาของเจ้านายและสถานะบนเตียงมาตลอดห้าปี เธอคิดว่าอีกไม่นานเขาก็จะขอเธอแต่งงาน หากแต่ว่าเขากลับเห็นเธอเป็นเพียงสถานะรองเท่านั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ต้องแต่งงาน ไม่ใช่กับเธอแต่เป็นคนอื่น เธอจะเลือกจำยอมอยู่ในความลับต่อไป หรือเลือกที่จะเดินออกมาพร้อมกับเด็กในท้อง!!
ลู่เจียหง นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังในยุคปัจจุบัน จับผลัดจับพลูลงลิฟต์ก็โผล่ไปยังยุคโบราณ แถมยังอยู่ในชุดเจ้าสาวอีก ถ้าประหลาดแค่นั้นไม่พอคงไม่เป็นไร ถ้าไม่พบว่าตัวเองกำลังถูกตามล่าจากว่าทีสามีที่ยังไม่ทันเข้าหอ งานนี้นางถือคติไม่ยุ่งเกี่ยวต่างคนต่างอยู่ แต่ท่านอ๋องผู้นั้นก็เอาแต่วนเวียนอยู่ข้างตัวนางไม่หยุด แบบนี้นางจะหย่าสำเร็จได้ตอนไหนกัน!!
จ้าวเหม่ยซื้อนิยายมาอ่าน พระเอกของเรื่องเป็นทรราชที่ได้รับการยกย่อง บ้าไปแล้วเป็นทรราชจะดีได้อย่างไร ปากบ่นไปสมองก็ด่าไปดันถูกเครื่องทำน้ำอุ่นช็อตตายไป ฟื้นมาอีกทีก็กลายเป็นสนมของทรราชผู้นั้น!! งานนี้เธอจะสามารถกลับออกจากนิยายได้ไหม หรือว่าต้องอุ้มให้ทรราชผู้นั้นตลอดไป ไปลุ้นกันค่ะ ****************** จบดีมีความสุขค่ะ
“หมี่ขาว” สาววิศวะที่โสดขึ้นดอยเป็นปีที่สาม เธอไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะเป็นคนนั้น แต่ทว่าเพราะคำท้าที่รับปากเพื่อนด้วยความคึกคะนอง ทำให้เธอตกปากรับคำชวนของ “เก้าอี้” ตัวละครลับของภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งวันนี้เขากลายเป็นพี่ปีสี่ ผูดผ้าคาด SOTUS สีแดง และวิ่งถือธงเกียร์นำขึ้นดอย เพียงเพราะเขาเดินมาทักและชวนเธอด้วยถ้อยคำเรียบง่าย “ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ”
เธอคิดว่าพวกเขาจะต่างคนต่างไปหลังจากการหย่าร้าง โดยเขาใช้ชีวิตของเขาเอง ส่วนเธอก็มีความสุขกับเธอไป-- แต่แล้ว... "ที่รัก ผมผิดไปแล้ว คุณกลับมาได้ไหม" ชายใจร้ายที่เคยหักหลังเธอสุดท้ายก็ก้มหัวที่หยิ่งผยองลง "เราคืนดีกันเถอะ ผมขอร้องล่ะ" ซูเชียนชือผลักดอกไม้ที่ชายคนนั้นมอบให้ออกไปอย่างเย็นชา และตอบอย่างใจเย็น "มันสายไปแล้ว"
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
ในชีวิตชาติที่แล้ว เพื่อช่วยรักแรกของตัวเอง คนชั่วสามคนได้ทำลายพลังการต่อสู้ของนาง ตัดแขนขาของนางออก ตัดเส้นเลือดของนางและปล่อยเลือดของนางไหลออกมาทั้งอย่างนั้น และทรมานนางจนตาย เมื่อเกิดใหม่ครั้งนี้ นางวางแผนอย่างรอบคอบ โดยสาบานว่าจะให้พวกเขาได้สัมผัสกับความทุกข์ทรมานที่นางเคยประสบมา! รักแรกที่ไร้เดียงสาอะไรกัน ที่จริงก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ตีสองหน้าเก่ง อยากจะไต่ขึ้นไปสูงเหรอ งั้นก็จะให้เจ้าปีนขึ้นไป ยิ่งปีนขึ้นสูงมากเท่าไร ตอนตกลงมาก็จะยิ่งเจ็บมากเท่านั้น! พวกสวะสมควรได้รับบาปกรรมของพวกสวะ พวกมันทำชั่วกับนางไปชั่วชีวิตหนึ่ง นางจะทำให้พวกมันไม่ตายดี พวกคนที่เจ้าเล่ห์ ตีสองหน้าเก่ง นางจะจัดการกับทุกคน! แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าในการแก้แค้นของนาง นางจะไปมีเรื่องกับเสด็จอาที่เป็นเจ้าแผนการเข้า ที่วัน ๆ ต้องการให้นางจูบและกอดเขาตลอดทั้งวัน ในขณะที่นางแก้แค้นคนชั่วนั้นยังสามารถสนิทสนมกับเสด็จอาด้วย ในความจริงแล้ว การที่เป็นผู้หญิงชั่วๆ ก็มีความสุขมาทีเดียวกว่าที่คิดเลย!
หลังจากแต่งงานกันมาสองปี สามีของเธอไม่เคยเหยียบเข้าไปในบ้านและมองดู 'ภรรยาขี้เหร่' ของเขาเลย แถมเขาก็มีเรื่องอื้อฉาวกับดาราหน้าใหม่หลายคนทุกวัน ซูเหว่ยทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอตัดสินใจปล่อยเขาไป ต่อไปก็ต่างคนต่างไปเลย แต่เมื่อเธอเสนอเรื่องหย่า... ฟู่เหยียนอันพบว่านักออกแบบในบริษัทนั้นสะดุดตาเป็นพิเศษ เขาค่อยๆ ทำความรู้จักกับเธอเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเธอเข้า เขาเสียใจแล้ว
ความรักของฉันมันคงเหมือนนาฬิกาทราย.. .. เมื่อด้านหนึ่งถูกเติมเต็ม....อีกด้านกลับว่างเปล่า ..และสูญสิ้นไป..กับกาลเวลา........ "สำหรับฉันเธอมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่า อยู่บนที่สูงแต่ทำตัวต่ำ" "หึ....ขอบคุณค่ะที่ชม จะพูดแค่นี้ใช่มั้ย จะได้ไปอ่อยผู้ชายต่อ" "อ้อ...ถ้าสนใจ เชิญนะคะ พอดีชอบแบบ ทีเดียวหลายๆคนมันสนุกดี แต่คนดีๆอย่างพี่...."เธอมองเขาอย่างพิจารณา พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินจากไป หมับ!! "มีอะไรอีกคะ หรือว่าสนใจอยากไปร่วมเตียงด้วย" "......" ชายหนุ่มเงียบ มองหน้าเธออย่างเอาเรื่อง และออกแรงบีบข้อมือเล็กอย่างแรง แต่คนตรงหน้ากลับไม่แสดงท่าทีว่าเจ็บ ถึงเธอจะเจ็บเหมือนกระดูกกำลังจะแหลกเป็นชิ้นๆ "ถ้าไม่ทำอะไรก็ปล่อย พี่ไม่อยากได้แต่คนอื่นเขาอยากได้!" พรึบ!! เธอสะบัดมือเขาอย่างแรงและเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง หมับ! "ว้าย เป็นบ้าอะไรปล่อยนะ" แต่ไม่ทันจะเดินไปถึงไหนร่างบางก็ถูกกระชากจนตัวปลิว จนชนเข้ากับกำแพงห้องอย่างแรง "ถ้าเธอยังหาเรื่องอุ่นอีก ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่!" เขามองเธออย่างเกรี้ยวกราด "หึ...ทำไมค่ะ จะแกล้งแล้วจะทำไม" เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เกรง ยิ่งได้ยินเขาพูดแบบนี้แล้วมันยิ่งรู้สึกเจ็บ ทำไมนะทำไมต้องรักคนที่ไม่มีใจ "ปล่อย!" "ทำไม จะรีบไปเสนอตัวให้ไอ้บ้านั่นรึไง!"ใบหน้าหล่อคม ยื่นเข้าใกล้ พร้อมตะเบ็งเสียงแข็งใส่หน้าเธอ มือหนาออกแรงบีบท่อนแขนราวกับจะให้มันแหลกละเอียด "ใช่แล้วจะทำไม คืนนี้เรามีนัดกัน จะไปทำอะไรกันคนไม่ต้องให้บอกนะ หรือว่าอยากรู้จะได้ถ่ายคลิปมาให้ดู!" "หึ...ร่าน! ถ้ามันคันมากเดี๋ยวฉันจะสังเคราะห์ให้เธอเอง" "นะ...ฺฮื่อ" ร่างเล็กดิ้นพยายามให้หลุดจากพันธนาการเมื่อ เขาประกบปากจูบดูดเม้มริมฝีปากบางสีแดงอย่างแรง เขาดูดเม้มมันอย่างหนักหน่วง มือหนาลูบบีบขย้ำหน้าอกอย่างแรงเหมือนจะให้มันแหละติดมือออกมา "ฮื่อ" เสียงหวานร้องท้วงในลำคอ เมื่อได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มปาก จนแทบจะอ้วก -ญี่ปุ่น ณิชาภัทร โชติฐิติเมธานนท์ ดีไซเนอร์สาวสวย เก่งฉลาดไม่ยอมใคร มั่นใจในตัวเอง ลูกสาวคนโตของแด๊ดดี้กันต์ อายุ 24 -แบงค์ นิธิภัทร์ พัชรกานต์กุล วิศวกรหนุ่มไฟแรง หล่อเก่งมีความสามารถทั้งศึกษาวิเคราะห์ คำนวณ ออกแบบ ตรวจสอบแก้ไขปัญหาและควบคุมการผลิต....วัย 27 ความผูกพันระหว่างคนเป็นสิ่งมีค่าและมีความหมาย เป็น เสมือนเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ที่คนทุก ๆ คนไขว่คว้า แต่กลับมีน้อยช่วงเวลา ที่สอนสิ่งดี ๆ ให้เราได้รับรู้ ที่มีค่าให้เรานึกถึง ทุกครั้งที่นึกถึงมัน จะคอยย้ำเตือนเราให้นึกถึงช่วงวันเก่าๆ ที่ดึงทุก ๆ คนไว้ให้อยู่ร่วมกัน สิ่ง ดี ๆ ที่ผ่านไปเป็นเสมือนเม็ดทรายในนาฬิกาที่ร่วงหล่น…… ทุกเม็ดทรายแทน ความหมายของ………………ความผูกพัน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความห่วงใย ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความชิดใกล้ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………การไขว่คว้า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความคิดถึง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ความลึกซึ้ง ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………วันเวลา ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………สิ่งมีค่า ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………จิตใจ ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………ตัวตน ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “รัก” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เรา” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “มิตรภาพ” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………คำว่า “เพื่อน” ทุกเม็ดทรายแทนความหมาย ของ………………” ทุกสิ่งที่เต็มใจ ให้เพื่อเธอ” เม็ดทรายเหล่านี้แม้จะ ร่วงหล่น แต่ก็ยังคงรวมกันในนาฬิกาทราย คอยย้ำเตือนเราถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านมา เป็นนาฬิกาที่มีค่าและมีความหมาย อยู่ในความทรงจำของกันและกันตลอดไป … ช่วงเวลาแห่งความสุข อาจไม่เคย อยู่กับเรานานในโลกของความเป็นจริง เป็นเหมือนสิ่งที่ผ่านเข้ามาและก็ผ่านเข้าไป ให้เราได้สัมผัส ให้เราได้รู้สึกดี ๆ ให้เราได้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุข แต่ถึงแม้ช่วง เวลาเหล่านี้อาจจะไม่ยาวนาน แต่มันสร้างสิ่งดี ๆ ให้เรามากมาย มันมีค่าและยิ่งใหญ่ และจะเป็นกำลังใจให้เราตลอดไป มันจะแทนความหมายของความเป็น “เพื่อน” ตลอดไป…… “นาฬิกาทรายใบนี้ ขอให้แทนมิตรภาพของเราตลอดไป ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่เราห่างไกล โดยไม่ผูกพัน” ขอบคุณบทความจาก คุณ นุชรัตน์ รักมาก คำเตือน ในทุกเรื่องทุกการกระทำของตัวละครเกิดจากจินตนาการ ไม่ใช่เรื่องจริงไม่ควรลอกเลียนแบบการกระทำที่ไม่เหมาะสม อันจะนำไปสู่ความสูญเสียความผิดบาปทั้งปวง ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อตัวบุคคลหรือวิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่ง หากอ่านแล้วไม่มั่นใจว่าหรือไม่เลียนแบบได้หรือไม่แนะนำให้ปรึกษาผู้ปกครองค่ะ นิยายเรื่องนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะอาจมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม ความรุนแรง เพศ หรือการใช้ภาษาโปรดใช้วิจารณญาณและเสพเนื้อหาอย่างมีสตินิยายเรื่องนี้เกิดจากความต้องการจะเขียนของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรือสนับสนุนการใช้ความรุนแรงในชีวิตจริง รบกวนอ่านคำเตือนก่อนอ่านของนักเขียนแล้วค่อยตัดสินใจหากไม่ชอบไม่เป็นไรค่ะ ©ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่เพียงผู้เดียวการเผยแพร่ทำซ้ำดัดแปลงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายตาม พ. ร. บลิขสิทธิ์ 2537 มาตรา 1527 31 มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ไม่อนุญาตให้คัดลอกทำซ้ำดัดแปลงตัดภาพหรือถ่ายภาพไปเผยแพร่ใด ๆ ทั้งสิ้นหากพบจะขอดำเนินคดีตามกฎหมาย❌❌❌ พึ่งหัดแต่งนิยายเป็นมือใหม่หัดแต่งคำบางคำอาจจะใช้ผิดไปต้องขออภัยด้วยนะ คำโปรยเนื้อหาการบรรยายอาจใช้คำได้ไม่สวยเท่ากับนักเขียนท่านอื่นๆ แต่ก็ตั้งใจเขียนออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 14 กุมภาฯ 13/01/2022 ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY