สกุลเหลียวยัดเยียดบุตรสาว เหลียวอิงอิงให้แต่งงานกับคนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างหยางกั่วหลิงเพียงเพราะก้อนทองอันจิ๋ว เจินจื่ออีหนีออกจากวังหลังค้นพบเส้นทาง รู้สึกตัวอีกทีสนมขั้นผินอย่างนางก็อยู่ในห้องหอ!
สกุลเหลียวยัดเยียดบุตรสาว เหลียวอิงอิงให้แต่งงานกับคนไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างหยางกั่วหลิงเพียงเพราะก้อนทองอันจิ๋ว เจินจื่ออีหนีออกจากวังหลังค้นพบเส้นทาง รู้สึกตัวอีกทีสนมขั้นผินอย่างนางก็อยู่ในห้องหอ!
เจินจื่ออีรับรู้ถึงแรงโถมหนักหน่วงบนร่าง สองตากลับไม่อาจปรือเปลือกตาตื่น ใบหน้านางถูกใครบางคนจับประคอง ทั้งประทับจูบพวงแก้มอิ่มแดงหน้าตาเฉย
ออกไปจากตัวข้านะ!
เจินจื่อจีกรีดร้องในใจ นางกับเถารุ่ยนางกำนัลติดตามหนีออกจากวังหลวงมาได้กลับถูกบุคคลปริศนาจับตัวไว้!
“ช่วยไม่ได้ มารดาเจ้าพาคนทั้งบ้านมารอฟังอยู่ด้านนอก น้องหญิงขึ้นเกี้ยวมาหาข้าแล้ว เจ้าอดทนสักหน่อย หรืออยากร้องก็ร้องให้เต็มที่เถอะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยวาจาอยู่ข้างหู ทั้งยังขบเม้มติ่งหูเจินจื่ออีไปด้วย ปลายลิ้นบุรุษหยาบคายไล้เลียไปตามซอกคอนาง เจินจื่ออีทั้งร่างขยับไม่ได้ มีเพียงเสียงร้องแผ่วเบาเท่าลูกแมวเปล่งออกมา
...เถารุ่ยอยู่ที่ใด! เจ้ามาช่วยข้าเร็วเข้า...
“น้องหญิงร้องออกมาเถอะ”
น้ำเสียงแผ่วเบาส่งเสียงดังเท่ายุงบิน เจินจื่ออีทั้งร่างไร้เรี่ยวแรงแต่นางยังคงรับรู้ทุกอย่าง จำได้ว่าตอนถูกคนจับตัวไว้นางดมกลิ่นเหม็นฉุนบางอย่าง จากนั้นหมดสติไป นางอาจโดนคนวางยา!
คิดมาถึงตรงนี้ผิวเนื้อเจินจื่ออีเจ็บแปลบ ที่แท้บุรุษเลวผู้นี้ลงมือหยิกนางไปทั่วตัว นางเจ็บเข้าแล้ว!
“น้องหญิงเจ้ารีบร้องออกมาเร็วเข้า ร้องดังกว่านี้อีก หากเจ้าไม่ร้องท่านพี่ผู้นี้จะลงมือกับเจ้าแล้วนะ”
สิ้นเสียงบุรุษคนเดิม ทั้งร่างเจินจื่ออีหนาววูบ นางได้ยินเสียงใครบางคนบอกให้ส่งเสียงร้อง แต่โชคร้ายที่เจินจื่ออีขยับตัวไม่ได้ ความรู้สึกนุ่มนิ่มบางอย่างกดลงมาตรงซอกคอ ไม่หยิกนางแล้วหรือ? เขากำลังทำอะไรกันแน่? เจินจื่ออีไม่กล้าคาดเดา เถารุ่ยอยู่ที่ใดรีบมาเร็วเข้า!
“น้องหญิง”
แววตาหยางกั่วหลิงหลุบสายตามองเนินเนื้อขาวเนียนใหญ่โต สองมืออดลูบไล้ผิวเนื้อตรงต้นคอคนงามไม่ได้ แตะต้องนางมากหน่อยคงไม่เป็นไร? อย่างน้อยพวกคนสกุลเหลียวจะได้รีบไสหัวไปเสียที
เรียวปากบุรุษผู้ถูกยัดเยียดภรรยาไวเท่าความคิด ต้นคอคนงามที่นอนแน่นิ่งเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดง เขาเป็นปลิงหรืออย่างไร? รู้จักแต่ดูดผิวเนื้อผู้อื่นหน้าไม่อาย คราวนี้เสียงร้องดังเท่ายุงบินเปลี่ยนเป็นเสียงคราง สัมผัสนุ่มนิ่มเปลี่ยนจากซอกคอเลื่อนต่ำลงมา เจินเจื่ออีเปล่งเสียงร้องดังกว่าเดิม
ได้ยินเสียงร้องดังกว่าเดิม บุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีเงยหน้าขึ้นมาจากทรวงอกเย้ายวน มองดูใบหน้าแดงเรื่อกับลมหายใจหอบถี่ของสตรีบนเตียง ดูเหมือนวิธีนี้จะได้ผล เขาจูบนางหน่อยเดียวก็ร้องออกมาแล้ว
หยางกั่วหลิงหรี่สายตามองอาภรณ์สีกลีบเหมยปักลายดอกไม้หรูหรา ส่งเจ้าสาวมาทั้งที สกุลเหลียวกลับไม่ให้เหลียวอิงอิงสวมชุดเจ้าสาว เหลียวอิงอิงงดงามปานนี้ เหตุใดสกุลเหลียวถึงได้ยัดเยียดบุตรสาวให้คนไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นเขาได้ หรือเพราะก้อนทองอันจิ๋วก้อนเดียว?
นึกถึงใบหน้าไร้ยางอายของพวกคนสกุลเหลียวด้านนอก หยางกั่วหลิงโน้มใบหน้าลงไปใกล้ซอกคอขาวเนียน กัดหัวไหล่คนนอนนิ่งคำใหญ่
“กรี้ด!”
“ลำบากเจ้าแล้ว”
หยางกั่วหลิงเอ่ยวาจาอู้อี้ในลำคอ พอกัดนางไปหนึ่งคำเหลียวอิงอิงร้องออกมาเสียงดัง น้ำเสียงเจ็บปวดทำเอาหยางกั่วหลิงใจอ่อน
“เอ้อร์สือ! เจ้าอย่าได้ทำน้องสาวข้าเจ็บตัว”
เป็นเสียงบุรุษผู้หนึ่งที่ด้านนอกตะโกนเข้ามา จำได้ว่าเมื่อวานเหลียวโถวป่ายเอะอะลงมือกับผู้อื่นไม่ฟังเสียง เขาเกือบสาดผงพิษสังหารคนหยาบคายติดตรงที่คร้านจะก่อเรื่องใหญ่ หยางกั่วหลิงแค่นยิ้มตะโกนกลับไป
“พวกท่านยังไม่ไปกันอีกหรือ ข้าก็นึกว่าไม่มีผู้ใดอยู่แล้ว ข้ายุ่งอยู่ไม่สะดวกออกไปส่งพวกท่าน ขออภัยด้วย”
“นี่เจ้า!” เหลียวโถวป่ายสบถเสียงดัง
“อาโถวเจ้าอย่ารั้งน้องสาวเจ้าอีกเลย อิงอิงแต่งออกไปแล้วพวกเราจะได้วางใจกลับจิ่วโจวอย่างหมดห่วง”
เสียงปลอบโยนจากสตรีวัยกลางคนจำได้แม่นว่าเป็นมารดาหน้าไม่อายสกุลเหลียว นางเหลียวเอ่ยวาจาปลอบบุตรชายคนโตอยู่นาน จะอย่างไรบุตรสาวแต่งออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่ถูกสาด อย่างน้อยบุรุษนามว่าเอ้อร์สือก็ดูดีกว่าต้าหย่งคนงานหลังโรงเตี๊ยมมาก ก้อนทองในอกเสื้อนางเหลียวราวกับรู้สึกร้อนลวก
“เอ้อร์สือเจ้าฟังให้ดี หากเจ้ากล้ารังแกน้องสาวข้า ข้าเหลียวโถวป่ายไม่เอาเจ้าไว้แน่”
“อาโถวพวกเรารีบไปกันเถอะ”
เสียงเอะอะตึงตังด้านนอกเงียบลงแล้ว หยางกั่วหลิงหันมามองดูร่างสตรีที่ยังนอนหลับตาบนเตียง สายตาคมกวาดมองใบหน้างดงามหลับตาพริ้ม วันก่อนเขาไม่ได้มองดูนางเต็มตา นึกไม่ถึงเหลียวอิงอิงเป็นหญิงงาม
“ขออภัยเจ้าด้วย”
หยางกั่วหลิงเอื้อมมือกระชับสาบเสื้อเข้าที่ให้นาง ทั้งยังผูกเชือกรัดเอวให้ ใบหน้าแดงเรื่อนอนหลับตาพริ้ม หยางกั่วหลิงมองดูรอยแผลจ้ำใหญ่ตรงเนินไหล่เหลียวอิงอิง คราแรกเขาตั้งใจปล่อยนางเป็นอิสระ แต่ตอนนี้? หยางกั่วหลิงรับรู้ถึงตัวตนตึงแน่นกลางหว่างขาตอบสนองขึ้นมา
...เขาเป็นบุรุษเต็มตัว จะให้ทำอย่างไรได้....
หยางกั่วหลิงเบนสายตาออกจากร่างบางบนเตียง คนเป็นหมออาการกำหนัดบุรุษจะไม่รู้ตัวได้อย่างไร เขาแตะต้องนางไม่คิดว่าตนเองจะหลงเสน่ห์เหลียวอิงอิงเข้าแล้ว โชคดีห้องพักนี้มีฉากกั้นทำไว้เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ ด้านในวางถังน้ำเย็นที่เขาใช้เหลือเมื่อคืน อาศัยอาบน้ำเย็นสักหน่อยอาการตึงแน่นคงหายเป็นปกติ
หยางกั่วหลิงราดน้ำไป สมองแจ่มใสได้สติคืนมาเช่นกัน ในเมื่อเหลียวอิงอิงไม่ยินยอมแต่งงาน หากเขาทำตัวสารเลวแย่งคู่ยวนยางผู้อื่น หลุมศพบรรพชนบนเขาอาจผุดควันดำแทนที่จะเป็นควันเขียว [1] เมื่อครู่เขาไม่ได้ตั้งใจล่วงเกิน พอได้เห็นเรือนร่างงดงามราวกับหยาดน้ำค้างบริสุทธิ์ เรียวปากหยางกั่วหลิงถึงกับจูบนางไปเอง ไม่ใช่แค่จูบเมื่อครู่เขาทั้งดูดทั้งดอมดม คนตัวโตส่ายศีรษะ
เหลียวอิงอิงชอบพออยู่กับต้าหย่งคนงานตัดฟืนโรงเตี๊ยมเอ้อฝู คู่ยวนยางไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ส่วนหยางกั่วหลิงมีเหตุจำเป็นถึงได้รั้งอยู่โรงเตี๊ยมเอ้อฝูนานเป็นเดือน
เช้าวันก่อนไม่รู้ว่าเหลียวอิงอิงมาโผล่ในห้องพักเขาได้อย่างไร สตรีตัวน้อยเอาแต่ก้มหน้านิ่งไม่เอ่ยวาจา สุดท้ายเป็นเหลียวโถวป่ายพี่ชายนางมาเจอเข้า บุรุษตัวโตหยาบคายหวงน้องสาวยิ่งนัก สุดท้ายนางเหลียวผู้เป็นมารดาละลาบละล้วงค้นตัวหยางกั่วหลิงได้ทองคำก้อนเล็กติดมือไป วันนี้คนสกุลเหลียวถึงได้หามเกี้ยวเจ้าสาว เอานางมาโยนให้ถึงในห้องพัก
อาบน้ำเย็นไปรอบหนึ่ง หยางกั่วหลิงเดินกลับมาเห็นคนงามยังคงนอนนิ่งผิดสังเกต ปลายนิ้วเขาคลำชีพจรข้างลำคอคนที่ยังคงไม่ได้สติ ที่แท้นางโดนวางยา มิน่าเล่าพอเกี้ยวเจ้าสาวมาถึงเหลียวอิงอิงถึงได้ไม่ขยับเขยื้อน
“เจ้าถูกคนวางยาพิษ? คนสกุลเหลียวนิสัยใจคอเช่นใดกันแน่”
หยางกั่วหลิงพึมพำในลำคอ สกุลเหลียวพรากคู่ยวนยางทั้งยังบังคับบุตรสาวแต่งให้บุรุษไม่รู้หัวนอนปลายเท้าหน้าตาเฉย หนำซ้ำวันนี้คนทั้งบ้านยังออกเดินทางไกลไปถึงจิ่วโจว
หยางกั่วหลิงถอนหายใจ นางโดนพิษก็ดีเหมือนกัน เรื่องน่าอับอายที่เขาเอาเปรียบนางเมื่อครู่จะได้หายกันไป เงาร่างสูงโปร่งเดินเข้าไปเปลี่ยนอาภรณ์ตัวนอก แต่งแต้มใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ลอกคราบคุณชายโอสถอันดับหนึ่งกลายเป็นคนงานท่าทางงุ่มง่าม
บนใบหน้าหยางกั่วหลิงตอนนี้ติดยางไม้แปลงโฉมเอาไว้ เปลี่ยนจากคุณชายหยางกั่วผู้อ่อนโยนกลายเป็นเอ้อร์สือคนเงอะงะ นี่ก็คือรูปโฉมเอ้อร์สือบุรุษที่ตระกูลเหลียวปลงใจให้บุตรสาวแต่งงานด้วยแทนต้าหย่ง
ปลอมใบหน้าเสร็จเรียบร้อย หยางกั่วหลิงเหลือบมองเหลียวอิงอิงอีกครั้ง ปลายเท้าแผ่วเบาก้าวออกจากห้องพัก ตัดสินใจทำเรื่องที่สมควรทำเสียที นั่นคือไปหาต้าหย่ง
“พี่ชาย พี่ชาย ท่านเห็นต้าหย่งบ้างหรือไม่ มีคนไหว้วานข้าเอาของมาส่งให้เขา”
ไม่เพียงใบหน้าเหยเก น้ำเสียงเอ้อร์สือยังแหบแห้ง ตั้งแต่ออกจากวังโอสถหยางกั่วหลิงใช้วิชาแปลงโฉมตนเองจนชิน น้ำเสียงแหบแห้งเช่นนี้เขาชินแล้วเช่นกัน
“ข้ามาที่ร้านตั้งแต่ยามเฉินแล้ว [2] ยังไม่เห็นต้าหย่ง วันนี้ลูกค้ามากหน้าหลายตาข้าเองก็ยุ่งทั้งวัน เจ้าลองไปถามผู้อื่นดู”
“ลำบากพี่ชายแล้ว ท่านพอจะรู้จักที่พักต้าหย่งหรือไม่”
“แน่นอน”
หยางกั่วหลิงสอบถามที่พักของต้าหย่งจากหัวหน้าคนงานเพราะเริ่มรู้สึกสังหรใจ ได้ความว่าต้าหย่งพักอยู่แถวถนนเส้นที่หกไม่ไกลจากโรงน้ำชา หยางกั่วหลิงออกไปตามคำบอก สอบถามคนละแวกนั้นพักใหญ่ถึงได้เจอที่พักต้าหย่ง
ต้าหย่งผู้นี้ก็คือคู่ยวนยางของเหลียวอิงอิง ไม่รู้จะเป็นบุรุษหน้าตาเช่นใดถึงได้ครอบครองสตรีงามหยาดฟ้าเช่นเหลียวอิงอิงได้ นึกถึงเงาร่างบอบบางที่ยังนอนไม่ได้สติในห้องพัก หยางกั่วหลิงส่ายหน้าไปมาไล่ความคิดผิดศีลธรรมในหัว
นางแต่งให้เขาแล้วอย่างไร? คนสกุลเหลียวส่งเกี้ยวเข้ามาถึงในห้องพักทำราวกับส่งบุตรสาวไปเป็นอนุ ไร้ซึ่งขั้นตอนพิธีคำนับฟ้าดิน ไร้แม่สื่อไร้พยาน ในเมื่อฟ้าไม่รู้ดินไม่รู้ เช่นนี้เขาไม่รับนางเป็นภรรยาก็ย่อมได้
ยิ่งยามนี้คนสกุลเหลียวออกเดินทางไปจิ่วโจวแล้ว หยางกั่วหลิงหาใช่บุรุษที่สมควรจะมีครอบครัวได้ ไม่สู้คืนคู่ยวนยางให้กัน
“มีคนอยู่หรือไม่”
เรียกอยู่นานไม่มีผู้ใดขานรับ เงาร่างเงอะงะของเอ้อร์สือตัดสินใจผลักบานประตูเข้าไป ภาพด้านในที่เห็นทำเอาในหัวเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึง
...ต้าหย่งหนีไปแล้ว!...
ด้านในเรือนพักนี้ราวกับถูกโจรถ่อยยกเค้า ติดตรงที่สภาพเรือนพักเก่าซอมซ่อ โจรตาบอดที่ใดจะอยากยกเค้าให้เสียมือ หยางกั่วหลิงมองไปรอบด้าน ในนี้ไม่เหลือแม้แต่เครื่องใช้จำเป็น หรือนี่จะไม่ใช่ที่พักของต้าหย่ง
ชายชราบ้านข้างกันตะโกนถามมา
“เจ้ามาหาใครกัน มาหาต้าหย่งหรือ”
“ใช่ขอรับ เขาอยู่หรือไม่”
“เมื่อคืนข้าได้ยินเสียงโครมคราม เช้ามาก็ไม่เห็นใครแล้ว ไม่แน่ต้าหย่งคงไปทำความผิดอะไรมา ป่านนี้คงหนีไปไกลแล้ว”
หยางกั่วหลิงในคราบบุรุษหน้าตาเหยเกยืนทึมทื่ออยู่หน้าที่พักเก่าซอมซ่อ ใบหน้าทึมทื่อได้แต่ส่งยิ้มแก้เก้อให้ชาชราข้างบ้านก่อนหันไปมองสถานที่นั้นเป็นครั้งสุดท้าย ต้าหย่งหนีไปเช่นนี้ แล้วเหลียวอิงอิงจะทำอย่างไร
เชิงอรรถ^สำนวนจีน หมายถึงมีเรื่องดีเกิดขึ้นในตระกูล^ยามเฉิน 07.00 - 09.00 น.
‘แต่งงานแล้วจะได้ไม่ต้องลุกแต่เช้าไปล้างจาน ไม่ต้องทำนา ไม่ต้องเรียนหนังสือ แค่นั่งอยู่บ้านเฉย ๆ ตามธรรมเนียมของผู้หญิงที่อยู่บ้านดูแลสามี ดูแลลูก’
ชีวิตของลิลลี่เป็นชีวิตที่ใครหลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยาจะเป็นแบบเธอ แต่คนอื่นไม่เคยรู้เลยว่ามันโดดเดี่ยวมากแค่ไหน เกิดในตระกูลหมื่นล้านครอบครัวค่อย ๆ จากไปทีละคน อายุเพียงยี่สิบอาชายผู้ที่เป็นญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายที่เหลืออยู่ดวลจากไป ลิลลี่ ลลิลิล จึงกลายเป็นทายามเพียงคนเดียวของตระกูล มีแล้วอย่างไรสุดท้ายคนเราต้องจากไป มีเงินหมื่นล้านยื้อชีวิตใครไม่ได้สักคน ลิลลี่ในวัยยี่สิบปีเธอรู้ว่าธุรกิจของตระกูลไม่อาจสานต่อได้ ขายหุ้นให้คนอื่นรอรับเพียงเงินปันผลก็เพียงพอ ยี่สิบสามเรียนจบปริญญาตรีด้านแฟชั่นก่อนเรียนต่อปริญาเอก ปริญญาโท ในปีที่สามสิบของชีวิตลิลลี่ประสบความสำเร็จในด้านดีไซเนอร์ เป็นดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียง ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตหลังเรียนจบก็เสียชีวิตจากความเครียดที่สะสมมาตลอด คิดว่าหลังความตายคงจะถูกบรรพบุรุษสาปแช่งที่ดูแลตระกูลไม่ได้ ใครจะรู้ว่าลืมตาแล้วจะมาอยู่ในร่างของคนอื่น วันที่เจ็ดเดือนมกราคมปี 1980 ลิลลี่ตื่นขึ้นในในร่างของลูกสาวคนโตของบ้านฉิน ฉินเสี่ยวหราน มีน้องสาวหนึ่งคน พ่อเป็นทหารหารเพิ่งได้รับเลื่อนขั้นเป้นพันตรี แม่เป็นหญิงในชนบท ฉินเสี่ยวหรานเป็นนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีสุดท้าย ส่วนฉินเสี่ยวหลิงเป็นนักเรียนมัธยมต้นชั้นปีสุดท้ายที่จะขึ้นมัธยมปลาย
แป้งร่ำสาวใหญ่วัยสี่สิบ ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยงานจนกระทั่งเพิ่งรู้ตัวว่าไม่มีใครเคียงข้าง หลังจากทบทวนชีวิตดีแล้วจึงยื่นขอลาออกจากบริษัท และนับตั้งแต่นั้นมาชีวิตของเธอก็เปลี่ยน ระบบเส็งเคร็งนี่คืออะไร!
เป็นเพียงขยะไร้ค่าของตระกูลจะสู้หลานชายสุดที่รักของคุณปู่ได้อย่างไร ติณณ์เดินออกจากตระกูลไปยังประเทศเกรย์ดัชตามคำบอกเล่าของเพื่อนสาว แต่เข้าประเทศเขาวันแรกดันปากดีใส่องค์รัชทายาทจนโดนหมายหัว
แป้งร่ำสาวใหญ่วัยสี่สิบ ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยงานจนกระทั่งเพิ่งรู้ตัวว่าไม่มีใครเคียงข้าง หลังจากทบทวนชีวิตดีแล้วจึงยื่นขอลาออกจากบริษัท และนับตั้งแต่นั้นมาชีวิตของเธอก็เปลี่ยน ระบบเส็งเคร็งนี่คืออะไร! .
ซุนลี่เป็นหนึ่งเกรียงไกร แผ่นดินยิ่งยงไพศาล ใต้หล้าสยบชั่วกาล ว่านอี้ครองราชย์...ประชาร่มเย็น ว่านอี้ครองราชย์...ประชาร่มเย็น คำนี้มีความจริงเจือจางอยู่กี่มากน้อยกันแน่? เรื่องเหล่านี้คงเป็นเพียงบทเรียนในวังหลังที่จารึกให้คนท่องจำ ไปอย่างสูญเปล่า เพราะสำหรับตัวนางแล้ว คำกล่าวนี้ดูห่างไกลความจริง จนสุดหล้าทีเดียว
ซ่งเซียงทำสิ่งที่น่าอายที่สุดในชีวิต คือการเป็น "เลขานุการส่วนตัว" ให้กับเหยียนลี่หานนานถึงห้าปี เธอมอบทุกสิ่งให้เขา แต่ผู้ชายที่น่ารังเกียจกลับบอกว่าเบื่อ แล้วส่งเธอไปอยู่ในที่ที่ห่างไกลไม่มีใครสนใจ ชีวิตที่ถูกส่งไปอยู่ที่ห่างไกลนั้นไม่ง่าย แต่โชคดีที่เคราะห์ร้ายได้ผ่านพ้นไป เมื่อซ่งเซียงมาถึงระดับล่าง ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ปวดหลังปวดขาก็หายเป็นปลิดทิ้ง เธอจึงอดทนทำงานหนักจนประสบความสำเร็จ มีหนุ่มน้อยมาไล่ตาม ผู้ใหญ่ใจดีมอบผลงานให้ พ่อที่ไม่เคยพบหน้าเป็นมหาเศรษฐีใกล้ตาย พยักหน้าก็ได้รับมรดก ชีวิตมีขึ้นมีลงอยู่เสมอ เหยียนลี่หานคนโชคร้ายแน่ๆ! ในงานเลี้ยงเหยียนลี่หานถือแก้วไวน์ มองไปที่อดีตเลขานุการที่ไม่ได้เจอหลายวันด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย "ยังคิดถึงฉันจนต้องมาที่งานเลี้ยงนี้ใช่ไหม?" ซ่งเซียงยิ้มเยาะ "คุณเหยียน ฉันไม่ได้เชิญคุณนะ" เหยียนลี่หานตอบ "เธอคิดอะไรอยู่?"
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
หลังจากเมา เธอก็ได้รู้จักกับคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา ส่วนเขาหลงเสน่ห์รูปร่างที่ดีและความสวยงามของเธอ พอเวลาผ่านไป เธอก็ตระหนักได้ว่าเขามีคนอยู่ในใจแล้ว เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขาก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ละคืนเหวินม่านอยู่ในห้องว่างเปล่าด้วยคนเดียว แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เธอได้รับมาก็มีแต่เช็คใบหนึ่งและคำกล่าวลาเท่านั้น เดิมทีคิดว่าเธอจะร้องไห้โวยวาย แต่ไม่คาดคิดว่าเธอหยิบใบเช็คแล้วจากไปอย่างไม่ลังเล: "คุณฮั่ว ลาก่อน!"... พอพบกันอีกครั้ง เธอก็มีคนอยู่ข้างกายแล้ว เขาพูดด้วยตาแดงก่ำ: "เหวินม่าน ผมคบกับคุณมาก่อนนะ" เหวินม่านยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า "ทนายฮั่ว คนที่บอกเลิก นั่นคือคุณเองนะ! ถ้าอยากจะเดทกับฉัน คุณต้องต่อคิว..." วันถัดมา เธอได้รับเงินโอนหนึ่งแสนล้านพร้อมแหวนเพชร ทนายฮั่วคุกเข่าข้างหนึ่ง: "คุณเหวิน ผมอยากจะแทรกคิว"
หลีย่างอยู่กับฟู่เฉิงโจวเป็นเวลาสี่ปี แต่เขาไม่เคยแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเธอเป็นคนสำคัญ ทว่เขาแค่รู้จักกับเย่เซี่ยจูได้ไม่ถึงเดือน ก็ประกาศสถานะของเธอจากแฟนสาวไปเป็นคู่หมั้นอย่างเปิดเผย ฟู่เฉิงโจวให้ความรักและเกียรติทั้งหมดแก่เย่เซี่ยจู โดยบอกว่าเธอเป็นคนสะอาดบริสุทธิ์ ไม่เหมือนกับหลีย่าง หลีย่างไม่ได้ร้องไห้หรือโวยวาย เธอเก็บของเงียบๆ เตรียมตัวที่จะออกจากชีวิตของเขา แต่เมื่อชายคนนั้นตื่นขึ้นมา ฟู่เฉิงโจวกลับเสียสติ เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดและดิ้นรนสุดชีวิต “คิดจะกลับไปหาคนรักเก่าหรือ? ชาตินี้ก็อย่าหวังเลย! “หลีย่าง เธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!”
การสมรู้ร่วมคิดครั้งหนึ่งทำให้ตระกูลถูกทำลายจนหมดสิ้น ญาติพี่น้องต้องตายอย่างน่าสลดใจ ตระกูลเซียวถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏและถูกประณามอย่างหนัก ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก เซียวโหรวถูกสามีทรยศ ขณะตั้งครรภ์ถูกบีบให้กระโดดหน้าผาเพื่อจบชีวิต แต่เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของฮูหยินรองในจวนกงชินโหว จวนโหวที่ดูเหมือนจะทรงอำนาจ แต่กลับเต็มไปด้วยความลับและเรื่องสกปรกต่างๆ เผชิญหน้ากับเหล่าคนเลวที่แฝงตัวอยู่ เซียวโหรวขมวดคิ้วและตัดสินใจจัดการปัญหาอย่างเด็ดขาด นางจัดการคนรับใช้ที่ดื้อรั้น สั่นคลอนคนเลว ทอดทิ้งสามีที่ไม่คู่ควร และสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักในเมืองหลวง นางตั้งใจใช้มือที่เรียบเนียนของตนเป็นดั่งมีดคมเพื่อเปิดทางเลือดเพื่อแก้ไขความผิดและล้างแค้นให้กับตระกูล เขาคือรัฐทายาทที่มีอำนาจสูงสุดของตระกูลใหญ่ในแผ่นดินต้าเหลียง เขาหล่อเหลามีความหยิ่งยโสและเจ้าอารมณ์ คนทั่วไปพูดว่าเขาเย่อหยิ่ง ไม่มีมนุษยธรรม คุมขังพ่อฆ่าน้องชาย มือเปื้อนเลือดเหมือนนักฆ่า แต่เขายิ้มและพูดว่า "เมื่อเทียบกับแม่นางเซียวแล้ว ข้าสู้ไม่ติดเลย"
อดีตนักฆ่าสาวอันดับหนึ่ง ผู้มีใจคอโหดเหี้ยมได้ทะลุมิติอยู่ในร่างสาวน้อยรูปโฉมอัปลักษณ์ ที่ทุกคนต่างสาปส่งและรังแกสารพัด!
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY