เธอผิดนักเหรอที่เกิดมาเป็นผู้หญิงหัวโบราณ หวงเนื้อหวงตัวไม่ยอมให้ใครแตะต้อง แม้แต่คนรักของเธอเองก็ตาม ถ้ามันผิดมากนักต่อไปนี้เธอก็จะแรด จะอ่อยให้ดู เธอจะไม่เก็บซิงไว้ชิงโชคอีกแล้ว... อ่อยให้สุดแล้วไปหยุดที่ใครดี...
เธอผิดนักเหรอที่เกิดมาเป็นผู้หญิงหัวโบราณ หวงเนื้อหวงตัวไม่ยอมให้ใครแตะต้อง แม้แต่คนรักของเธอเองก็ตาม ถ้ามันผิดมากนักต่อไปนี้เธอก็จะแรด จะอ่อยให้ดู เธอจะไม่เก็บซิงไว้ชิงโชคอีกแล้ว... อ่อยให้สุดแล้วไปหยุดที่ใครดี...
ถ้าหากเรารักใครสักคน เราก็จะสามารถทำทุกอย่างได้เพื่อเขา...
ก๊อกๆๆ
พระพายหญิงสาวท่าทางเรียบร้อยใส่แว่นหนาเตอะ เธอกำลังเคาะประตูของห้องพักห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องของภูมิแฟนหนุ่มคนแรกและคนเดียวของเธอ ทั้งสองคบหากันมานานหลายปีตั้งแต่มัธยมจนถึงปัจจุบัน แต่ถึงแม้จะคบกันมาหลายปีแล้วทั้งสองก็ไม่เคยมีอะไรกันเกินเลย เพราะหญิงสาวเป็นผู้หญิงที่หัวโบราณมากๆ สิ่งที่เธอสามารถให้แฟนหนุ่มของเธอได้ก็มีเพียงแค่การจับมือเท่านั้น
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว และเป็นวันเกิดของแฟนเธอ พระพายเลยตั้งใจทำเค้กมาอวยพรให้เขาเป็นคนแรก
ก๊อกๆๆ
พระพายยกมือขึ้นเคาะประตูอีกครั้ง เมื่อแฟนหนุ่มของเธอยังไม่เดินออกมาเปิดประตูให้
“หรือว่าจะนอนแล้ว” พระพายพูดพึมพำออกมา เวลาดึกดื่นขนาดนี้แฟนของเธอคงจะนอนหลับไปแล้วแน่ๆ พระพายจึงถือกล่องเค้กด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกมือหนึ่งเธอก็ล้วงมันเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบกุญแจออกมาไขประตูห้อง
เธอเปิดประตูเข้าไปช้าๆ แล้วปิดเอาไว้ตามเดิม ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อเอาเค้กออกมาปักเทียนแล้วจึงจะเอาไปเซอร์ไพรส์แฟนของเธอในห้องนอน
เมื่อเธอปักเทียนและจุดไฟเรียบร้อยหมดแล้ว เธอก็ยืนมองเค้กตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข เธอยกมันขึ้นมา แล้วเดินตรงไปยังห้องนอนที่ประตูเปิดอ้าเอาไว้ ภายในห้องนอนนั้นมืดสนิท
“เซอร์ไพรส์...” พระพายพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่รอยยิ้มของเธอจะต้องหุบลงช้าๆ เมื่อแสงเทียนที่เธอจุดมันสามารถทำให้เธอมองเห็นว่าบนเตียงนั้น มีแฟนของเธอกับผู้หญิงคนหนึ่งนอนกอดกันด้วยสภาพที่ท่อนบนเปลือยเปล่าทั้งคู่
พระพายตั้งสติสักพักเพราะคิดว่าตัวเองคงตาฝาด เธอเอื้อมมือไปกดสวิตซ์ไฟเพื่อให้ตัวเองได้เห็นอะไรชัดเจนขึ้น
แสงไฟสว่างจ้าขึ้นภายในห้อง ภาพทุกอย่างฉายชัดอยู่ตรงหน้าพระพายอย่างชัดเจน
แผละ!
เค้กปอนนั้นที่เธอถืออยู่ล่วงหล่นลงสู่พื้นทันที ความรู้สึกทุกอย่างมันตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ขณะที่ดวงตาของเธอก็เริ่มคลอด้วยหยาดน้ำตา
“ใครวะ!” ภูมิ แฟนหนุ่มของเธองัวเงียตื่นขึ้นมาอย่างอารมณ์เสีย เมื่อแสงไฟมันส่องเข้าตาของเขา เขาพึ่งจะหลับได้เพียงไม่นาน เพราะกิจกรรมบนเตียงที่พึ่งทำจบไป
“พระพาย!” ดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างตกใจ เขารู้สึกตื่นขึ้นเต็มตา เมื่อเห็นว่าแฟนสาวของตัวเองกำลังยืนอยู่ที่ปลายเตียง และมองมาที่เขากับผู้หญิงข้างกายด้วยสายตาเจ็บปวด
“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย...ฮึก” พระพายพูดออกมาเสียงสั่น พลางสะอื้นออกมาเล็กน้อย ขณะที่ผู้หญิงข้างกายของภูมิก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน หญิงสาวคนนั้นมองพระพายด้วยหางตา ก่อนจะทำเป็นไม่สนใจแล้วหันไปซบหน้าที่อกแกร่งของภูมิอย่างออดอ้อน
“อยากจะรู้เหรอ” ภูมิถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเบื่อหน่าย พร้อมกับถามออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ วันนี้คงจะเป็นวันที่เขาจะสามารถตัดทุกอย่างที่เกี่ยวกับพระพายให้หมดสิ้น
“เธอคิดว่าจะมีผู้ชายคนไหนทนกับเธอได้นานบ้างล่ะ ผู้หญิงจืดชืดแบบเธอน่ะไม่มีใครเขาคิดจะเอาหรอก” ภูมิพูดออกมานิ่งๆ เขาเป็นผู้ชายเขามีความต้องการ แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับไม่สามารถมอบมันให้เขาได้ เขาจึงต้องไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นอยู่แบบนี้
ตอนแรกเขาก็รักเธอ แต่พอนานไปมันก็เริ่มเบื่อ เลิกแล้วไปหาอะไรที่มันตื่นเต้นไม่ดีกว่าเหรอ
“แต่เราคบกันมานานแล้วนะภูมิ...ฮึก...เราสองคนรักกันไม่ใช่เหรอ” พระพายถามออกมา เธอยังคงหวังว่าเขาจะไม่ตอบอะไรที่มันทำให้เธอเจ็บปวดออกมาอีก
ภูมิเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูข้างเตียงมาพันช่วงล่างของตัวเองเอาไว้ เขาลุกลงจากเตียงแล้วเดินเข้ามาหาพระพายช้าๆ พระพายยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเพื่อจะโอบกอดเขา แต่เขาก็ผลักมือของเธอออกอย่างไม่ใยดี
“นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ไม่ใช่!” ภูมิพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง คำพูดของเขาแต่ละคำมันเหมือนมีดคมๆ ที่กรีดลึกลงมาบนหัวใจของเธอ
“ออกไปจากห้องนี้ได้แล้วไป” เขาผลักตัวของเธอพร้อมกับพูดไล่ออกมา พระพายผละถอยหลังไปเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาช้าๆ ด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
“ไม่ พายจะไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่จบ” พระพายพูดออกมา น้ำเสียงของเธอมันยังคงเต็มไปด้วยเสียงสะอึกสะอื้น
“เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว ออกไปซะ!” ภูมิพูดออกมาเสียงเข้มพลางผลักตัวพระพายให้ออกไป แต่เธอก็ยังคงฝืนตัวเองเอาไว้ด้วยขาเล็กๆ สองข้างนั้น
“ภูมิเดี๋ยวจูลี่จัดการให้เอง” จูลี่ คือชื่อของหญิงสาวคนนั้น เธอเดินเข้ามาหาพระพายหลังจากที่ใส่เสื้อคลุมอาบน้ำเอาไว้แล้ว
พรึ่บ!
“โอ๊ย” พระพายร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เมื่อถูกเล็บเรียวยาวสีแดงเพลิงของจูลี่จิกเข้ามาที่เส้นผม
“ถ้าออกไปดีๆ ไม่ได้ก็คงต้องใช้กำลัง” จูลี่กระชากศีรษะของพระพายเล็กน้อย เพื่อให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
ยามใดที่ได้กลิ่นหอมของเธอ นิสัยของผมจะกลับกลายเป็นอีกคน... ทั้งชีวิตที่เกิดมา ไม่เคยมีใครแสดงท่าทีรังเกียจฉันได้มากเท่าเขาอีกแล้ว… “คุณมีปัญหาอะไรกับฉันหรือเปล่าคะคุณแซ้งค์” “ใครจะกล้ามีปัญหากับลูกสาวเจ้าพ่ออย่างคุณเอวาได้ล่ะครับ” “ก็คุณไงคะ” .......................................................................................... ฉันต้องรู้สึกยังไงที่จู่ ๆ ก็มีคนบางคนชอบแสดงท่าทีเหมือนรังเกียจ ทุกครั้งที่พยายามเข้าใกล้ เขาก็จะถอยห่าง มองจากดาวอังคารยังรู้ ว่า ‘คุณแซ้งค์’ กำลังไม่ชอบขี้หน้าฉันอย่างแรง แต่บอกไว้ก่อน เราไม่เคยมีเรื่องกัน แล้วทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ไปได้ “บอกเหตุผลมาหน่อยได้มั้ยคะ ว่าทำไมถึงทำเหมือนไม่ชอบฉันนัก” “ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ผมแค่ไม่อยากอยู่ใกล้คุณ” “แล้วมันทำไม?” “ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง” หลังจากได้รับคำตอบ ฉันก็ไม่เคยเข้าใจในความหมายนั้น กระทั่งคืนหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ซึ่งนี่แหละคือจุดเปลี่ยนความสัมพันธ์ของเราไปตลอดกาล...
ยามใดที่ร่างกายสัมผัสถูกเกสรดอกไม้ นิสัยของผมจะกลับกลายเป็นอีกคน... เพราะความเมามายเป็นเหตุ จึงทำให้ฉันต้องอยู่บนเตียงกับเขาตลอดทั้งค่ำคืนนั้น คิดว่าจะจบ ทว่าเราสองคนกลับหวนมาเจอกันอีกครั้งในวันหนึ่ง “คุณท้องกับผมเหรอ?” “คุณคิดว่าเครื่องตัวเองฟิตสตาร์ทติดง่ายขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” .......................................................................................... ชีวิตของฉันซวยมากเลยค่ะคุณกิตติคะ ด้วยความที่เพื่อนงอนกับแฟนก็เลยอยู่ช่วยปลอบใจ พร้อมคอยปรามไม่ให้เพื่อนดื่มแอลกอฮอล์จนเมามายไร้สติ แต่จู่ๆ ก็มีนังตัวดีที่ไหนไม่รู้ส่งคลิปคนรักของฉันซึ่งกำลังนัวเนียกับผู้หญิงคนอื่นมาให้ดู ไป ๆ มา ๆ จึงกลับกลายเป็นว่าเพื่อนต้องปลอบใจฉันแทน อาการเจ็บช้ำหัวใจที่จู่โจมเข้ามากะทันหันโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ส่งผลให้ฉันกระดกเหล้าเข้าปากรัว ๆ แบบไม่หยุดยั้ง ยังค่ะ...เรื่องยังไม่จบที่ตรงนั้น แฟนเพื่อนตามมารับเพื่อนกลับบ้าน แต่ก็ยังมีน้ำใจพาฉันขึ้นไปห้องพัก ทว่า...ห้องนั้นดันไม่ใช่ห้องของฉันนี่สิ "คุณเป็นใคร เข้ามาในห้องของผมได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้!" ท่าทางของผู้ชายตรงหน้าที่กำลังเอ่ยปากไล่ฉันดูแปลกตา คล้ายกับกำลังระงับอารมณ์บางอย่าง กระนั้นระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายก็ทำให้ฉันไม่อยากสนใจอะไรนอกเสียจากล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง "อะไร? จะแปลงร่างเหรอ? ไปเล่นที่อื่นไปหนู พี่จะนอน" ความเมาเป็นเหตุสังเกตได้ ตื่นขึ้นมานั่นแหละถึงได้รู้ ว่าตนเองถูก 'คนแปลกหน้า' พรากความบริสุทธิ์ไปเสียแล้ว...
ยามใดที่ดวงอาทิตย์ตกดิน นิสัยของผมจะกลับกลายเป็นอีกคน... ค่ำคืนนั้นเขาช่างเร่าร้อน ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราล้วนไม่ใช่เพราะความรัก... "ขึ้นชื่อว่าคนดูแลชั่วคราว เธอก็จะได้อยู่แค่ในสถานะนั้น อย่าใฝ่สูง" .......................................................................................... ฉันได้รับหน้าที่ให้ดูแล 'ผู้ชายคนหนึ่ง' ทว่าของแถมที่พ่วงติดมาด้วยนั้นคือเรื่องราวน่า 'ประหลาด' ซึ่งเป็นเหตุทำให้ชีวิตของฉันต้องพลิกผันไปตลอดกาล "คุณซานเป็นอะไรหรือเปล่าคะ" การเห็นเจ้านายแสดงท่าทีราวกับทุกข์ทรมานอยู่ตรงหน้า จึงไม่นิ่งนอนใจที่จะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง พร้อมขยับก้าวเข้าไปเพื่อช่วยพยุง "ออกไป!" ทว่าร่างสูงตรงหน้ากลับตะคอกใส่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หนำซ้ำยังสะบัดตัวฉันออกจนเซถลาเกือบล้มลงกระแทกพื้น "ออกไปจากห้องฉัน...เดี๋ยวนี้!!" หากย้อนเวลากลับไปได้ คืนนั้นฉันจะเชื่อฟัง และยอมเดินออกไปจากห้องแต่โดยดี...
ผมไม่เคยคิดว่าการที่ไว้หนวดไว้เครา และทำตัวเซอร์ๆ จะทำให้ใครบางคนต้องร้องไห้เพียงเพราะแค่เห็นหน้า "ฮือ...แม่จ๋าหนูกลัวโจร" เด็กผู้หญิงที่ร้องไห้ในวันนั้น คือคนที่ผมต้องสยบจวบจนถึงทุกวันนี้... ........................................................................ ฉันไม่รู้ว่าเริ่มชอบเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าพอได้ชอบฉันก็ไม่สามารถห้ามความรู้สึกของตัวเองได้อีกเลย... วินาทีแรกที่เจอกัน 'เขา' ทำให้ฉันรู้สึกกลัว แต่พอนานวันเข้า เขากลับเป็นคนที่สอนให้ฉันรู้จักคำว่า 'ความรัก' "ถ้าโตขึ้นแล้วมีผู้ชายมาชอบหนู แด๊ดดี้จะทำยังไงคะ?" "ฆ่ามัน" ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นเอาไว้ในใจ พอโตมาถึงได้รู้ ว่าฉันจะต้องเป็นของแด๊ดคนเดียวตลอดไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม...
"มาโรงพยาบาลวันนี้ป่วยเป็นอะไรอีกล่ะคะ" "พอดีกินข้าวไม่ค่อยได้น่ะครับ" "หืม? มีอาการอาเจียนด้วยหรือเปล่าคะ หรือว่ายังไง" "เปล่าครับ แค่ไม่มีตังค์" "..." "ถ้าคุณพยาบาลไม่รังเกียจ ผมขอฝากท้องไว้สักมื้อนะครับ" "คุณท้องเหรอคะ?" ........................................................................ "ถ้านายทำร้ายฉัน ฉันจะโทรไปฟ้องพี่" ฉันรู้ว่าคำขู่ของตัวเองมันอาจจะไม่ได้ผล เพราะเขาเป็นผู้ชายที่หน้าด้านหน้าทนยิ่งกว่าปูนซีเมนต์ หมายถึงทนมือทนตีนน่ะนะ "ฟ้องมากๆ ระวังโดนตบด้วยปากและกระชากด้วยลิ้นนะ" นอกจากจะเป็นผู้ชายที่กวนตีนแล้ว ความหื่นของเขาก็มีมากเช่นกัน หมดเรี่ยวแรงไปเท่าไหร่แล้วกับผู้ชายพันธ์นี้...โปรดอยู่ให้ห่างแล้วชีวิตจะปลอดภัย
เคยได้ยินคำว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้หรือเปล่า? และฉันก็ไม่ชอบให้ใครมาหากินในที่ของฉัน แต่ 'มัน' เสือกทำ "ไม่ใช่เด็กถิ่นเช็คอินได้เปล่า" ด้วยความที่โชคชะตามันโหดร้าย จึงทำให้เราสองคน 'ได้' กัน ........................................................................ สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือความเจ้าชู้ แต่แล้ววันหนึ่งฉันกลับกลายทำตัวเป็นแบบนั้นซะเอง เหตุการณ์ที่พบเจอมันบีบบังคับให้ฉันต้องร้าย ต้องแรง และ...อยู่ให้เป็น "นี่ไม่ใช่ที่วิ่งเล่นของเด็ก กลับบ้านไปดูดนมนอนไป๊!" วาจาที่พ่นออกมาจากริมฝีปากหนาเป็นอะไรที่ฉันรังเกียจพอๆ กับการเห็นหน้า 'คนพูด' "ก่อนไป ขอเตะปากทีดิ" เท้าของฉันมันกำลังกระตุก เมื่อหูได้ยินอะไรที่ไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ เขาว่ากันว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เห็นทีว่ามันจะจริง...
ในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวของเฉียวซิงเฉินหนีไปกับผู้หญิงอีกคน เธอโกรธมาก จึงสุ่มหาชายคนหนึ่งมาแต่งงานด้วยทันที "ตราบใดที่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็ยอมเป็นเมียคุณ" หลังจากแต่งงาน เธอได้ค้นพบว่าสามีของเธอคือลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ ชื่อลู่ถิงเซียว ทุกคนเยาะเย้ยว่า "เธอยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ" และผู้ชายที่ทรยศเธอก็มาเกลี้ยกล่อมว่า "ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะฉันหรอก สักวันเธอต้องเสียใจแน่ๆ" เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะและโต้ตอบว่า "ไปให้พ้น ฉันกับสามีรักกันมาก" ทุกคนต่าก็คิดว่าเธอเป็นบ้า ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวตนที่แท้จริงของลู่ถิงเซียวถูกเปิดเผย ที่แท้เขาเป็นคนรวยอันดับต้นๆในโลก ในการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชายคนนี้คุกเข่าข้างเดียว ถือแหวนเพชรมูลค่าหลักพันล้าน และพูดช้าๆ ว่า "คุณภรรยา ชีวิตที่เหลือนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"
กู้จือหลิงสูญเสียการมองเห็นทั้งสองข้างเพื่อช่วยซ่งจิ่งชวน แต่กลับถูกทรยศอย่างไร้เยื่อใยในคืนก่อนวันแต่งงาน อีกฝ่ายยังใช้ประโยชน์จากการที่เธอตาบอด ส่งเธอไปให้ผู้สืบทอดตระกูลลู่ที่มีชื่อเสียงในเป่ยเฉิงเพื่อชดใช้หนี้สิน กู้จือหลิงที่ทุ่มเทความรักให้ผิดคน ในเมื่อผิดแล้วจึงตัดสินใจผิดแต่งงานเข้าตระกูลลู่เสียเลย มีข่าวลือว่าทายาทของตระกูลลู่มีชื่อเสียงที่ไม่ดี ไร้ความสามารถทำอะไรไม่สำเร็จ คนทั้งเมืองต่างเฝ้ารอดูความล้มเหลวของสาวตาบอดและลูกชายตระกูลลู่ที่ไร้ค่า แต่ไม่คาดคิดเลยว่า สาวน้อยผู้น่าสงสารได้กลายเป็นนักปรุงน้ำหอมอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก เป็นแฮกเกอร์ระดับโลก เป็นนักซิ่งระดับเทพที่มีชื่อเสียง และเป็นหัวหน้าขององค์กรลับเพื่อสันติภาพ คนทั้งเมืองต่างตกตะลึง อดีตคู่หมั้นถึงกับช็อกจนพูดไม่ออก ครั้งหนึ่งด้วยความเมาเขาร้องไห้สำนึกผิดต่อหน้าสื่อ : "สิ่งที่ผมเสียใจที่สุดในชีวิตนี้คือการปล่อยกู้จือหลิงให้หลุดมือไป นี่มันเป็นการยกของดีให้กับไอ้บ้าตระกูลลู่ชัด ๆ !"
ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
กลางวันอ่อนหวาน กลางคืนร้อนแรง นี่คือคำที่ลู่เยียนจือใช้เพื่อบรรยายถึงเธอ แต่หานเวยบอกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ไม่ถึงครึ่งปี ลู่เยียนจือกลับไม่ลังเลที่จะขอหย่ากับสือเนี่ยน “แค่ปลอบใจเธอไปก่อน ครึ่งปีข้างหน้าเราค่อยแต่งงานใหม่” เขาคิดว่าสือเนี่ยนจะรออยู่ที่เดิมตลอด แต่เธอได้ตาสว่างแล้ว น้ำตาแห้งสนิท หัวใจสือเนี่ยนก็แตกสลายไปแล้วด้วย การหย่าปลอมๆ สุดท้ายกลายเป็นจริง ทำแท้งลูก เริ่มต้นชีวิตใหม่ สือเนี่ยนจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก แต่ลู่เยียนจือกลับเสียสติ ต่อมา ได้ยินว่าคุณชายลู่ผู้มีอิทธิพลนั้นก็อยู่นิ่งๆ ต่อไปไม่ได้ ขับรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ไล่ตามเธออย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อขอให้เธอเหลือบมองเขาอีกครั้ง...
นางเจ็บปวดปางตายเมื่อเขาโยนร่างบอบช้ำทิ้งไว้หลังจวนโดยไม่แยแส เมิ่งลี่เฟยน้ำตาไหลพรากทว่ากลับไม่ทำให้คนที่เพิ่งเหยียบย่ำร่างกายเล็กเห็นใจแต่ประการใด"เฝ้านางเอาไว้ให้ดีอย่าให้ออกมาทำเรื่องชั่วอีก"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY