"อย่าดื้อนะอีหนู คนดีของพี่กำนัน" "พี่กำนันบ้าอะไร ไอ้แก่!" พระนางลิ้นกับฟัน โคแก่กินหญ้าอ่อน ตีกันตลอด เร่าร้อน หึงโหด โกรธแรง ดราม่าครบทุกรส ตลก เศร้า น่ากลัว ซึ้ง หวาน โรมานติก
"อย่าดื้อนะอีหนู คนดีของพี่กำนัน" "พี่กำนันบ้าอะไร ไอ้แก่!" พระนางลิ้นกับฟัน โคแก่กินหญ้าอ่อน ตีกันตลอด เร่าร้อน หึงโหด โกรธแรง ดราม่าครบทุกรส ตลก เศร้า น่ากลัว ซึ้ง หวาน โรมานติก
สะแบงสาวงามประจำตำบลทุ่งนาโนน วัย20ปีบริบูรณ์ เจ้าของดวงตากลมโต พ่วงแก้มใสขาวนวลเหมือนหยวก ผิวกายผ่องเนียนละเอียดด้วยทางฝั่งพ่อมีเชื้อสายญวน จมูกโด่งเรียวปลายหยดน้ำก็ได้พ่อมาเช่นกัน ส่วนใบหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วดกดำ ขนตาหนางอนเป็นแพ ปากกระจับอวบอิ่ม ทรงจะคล้ายทางฝั่งแม่ เธอผู้นี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่รูปร่างหน้าตา ยังฉลาด หัวไว ใฝ่เรียนรู้ กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ ไม่เหมือนสาวบ้านนอกบ้านนาทั่วไป ทั้งยังทะเยอทะยานฝันสูง เธอมีความฝันว่าอยากจะเป็นดาราเหมือนกบ สุวนันท์ และ นิ้ง กุลสตรี อยากมีชีวิตเฉิดฉายในเมืองใหญ่ท่ามกลางไฟแสงสี แต่ด้วยความที่เกิดมาในครอบครัวชาวนาฐานะยากจนความฝันจึงเป็นได้แค่ความฝันเท่านั
้น
หญิงสาวเกลียดความยากจน เกลียดบ้านนอกบ้านนา เธอพยายามขอพ่อกับแม่เข้าไปทำงานในกรุงเทพฯหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง จนกระทั่งวันที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับกำนันเดช! เพื่อล้างหนี้ที่ครอบครัวหยิบยืมมา เธอจึงคิดหนีเข้ากรุงเทพฯเพื่อหนีงานแต่ง
คืนวันเดือนดับมืดสนิทไปทุกแห่งหนสะแบงตัดสินใจแน่แน่วว่า อย่างไรก็จะหนีไปกรุงเทพกับสะดิ้งเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นสาวประเภทสอง ซึ่งสะดิ้งเองก็มีความฝันอยากเป็นช่างทำผม
เงินรางวัลที่ได้จากการประกวดนางนพมาศปีนี้ยังไม่ได้แกะใช้สักบาท สะแบงคิดจะเอาเงินก้อนนี้เป็นทุนในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทำงานหาเงินได้แล้วก็ค่อยส่งมาให้พ่อแม่เอาไปใช้หนี้ ปัญหาทุกอย่างมีทางออก เรื่องอะไรต้องทิ้งชีวิต ทิ้งศักดิ์ศรี ยอมแต่งงานกับคนชั่วอย่างกำนันเดชด้วย!
เมื่อแน่ใจว่าพ่อกับแม่นอนหลับสะแบงก็เปลี่ยนจากชุดนอนมาสวมเสื้อยืด กางเกงยีนขาม้า มัดผมยาวสยายรวบตึงขึ้นสูงปล่อยหางม้าไว้ด้านหลัง จากนั้นจึงวางจดหมายลาพ่อกับแม่ไว้บนที่นอน โยนกระเป๋าเสื้อผ้าลงไปทางหน้าต่าง แล้วจึงกระโดดตามกระเป๋าลงไป
ตุ๊บ! ตุ๊บ!
หมาอีตุ่นสะดุ้งโหยงถึงสองหน แต่เมื่อมันเห็นว่าเป็นสะแบงที่กระโดดลงมามันก็เดินมาดมเจ้านายพร้อมกระดิกหางไปมา พลอยทำให้สะแบงน้ำตาซึม ใจยังนึกเป็นห่วงบุพการีถ้าหนีไปกำนันเดชจะทำอะไรพ่อกับแม่ของเธอหรือไม่ แต่ถ้ายอมแต่งงานชีวิตเธอหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร
เอาล่ะ!ในเมื่อตัดสินใจแล้ว เสี่ยงแขนหักขาหักกระโดดลงมาจากบ้านแล้ว ชีวิตต้องเดินต่อไปข้างหน้า และชีวิตอีสะแบงต้องดีกว่านี้ คิดได้อย่างนั้นจึงลูบหัวหมาอีตุ่นเบาๆก่อนจะก้าวเท้าเดินกึ่งวิ่งออกจากบ้าน
หมาอีตุ่นวิ่งตามมาจนถึงถนนใหญ่
“อีตุ่น! กลับไปเดี๋ยวนี้ กลับไปอยู่กับพ่อกับแม่ ดูแลพ่อกับแม่ด้วยนะ พี่สัญญาอีกไม่นานพี่จะกลับมา” สะแบงหยุดเดินแล้วหันไปพูดกับทาสสี่ขาผู้ซื่อสัตย์
หมาอีตุ่นเหมือนฟังรู้เรื่อง ท่าทางมันคล้ายลังเลว่า จะตามเจ้านายไปหรือหันหลังกลับบ้าน สะแบงน้ำตาไหล เจ็บตรงหัวใจ คนจนก็เท่านี้ ไม่มีทางเลือกมากนัก ถ้าต้องอยู่เหมือนตายทั้งเป็น ก็สู้ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า ลองดูกันสักตั้ง! ถ้าชีวิตนี้จะหาดีไม่ได้เลยก็ให้มันรู้ไป เธอหันหลังให้เจ้าหมาแสนรู้ บังคับสองขาให้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า จุดหมายคือศาลาปากทางเข้าหมู่บ้าน
สะดิ้งรอเธออยู่ตรงนั้น
แสงไฟจากหลอดนีออนที่ติดอยู่กลางศาลาช่วยให้สะแบงมองเห็นร่างผอมบางหุ่นทรงอ้อนแอ้นนั่งหันหลังอยู่ หญิงสาวเผยยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอยู่ลึกๆ ชีวิตใหม่ของเธอกำลังจะเริ่มขึ้นนับจากนี้ สองเท้าเร่งระยะการเดินเพื่อตรงเข้าไปหาเพื่อนสนิทผู้พี่
“พี่สะดิ้งฉันมาแล้ว รอนานไหมจ๊ะ รถยังไม่มาใช่ไหม”
เมื่อได้ยินเสียงหวานนุ่มนวลพูดอย่างตื่นเต้น สะดิ้งก็ลุกขึ้นยืนหันหน้ามาหาเจ้าของเสียง สีหน้าเจ้าหล่อนดูเจื่อนหมองคล้ายแฝงความหวั่นเกรงในอะไรบางอย่าง
สะแบงวางกระเป๋าลงบนม้านั่งพลางเอ่ยถามขึ้นอีก
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นจ้ะพี่ อย่าบอกนะว่ารถไปแล้ว เราจองรอบสี่ทุ่มไม่ใช่เหรอ นี่พึ่งสามทุ่มกว่าๆ เองนะ”
“สะแบงรถไม่มารับเราแล้วล่ะ”
คนตอบน้ำเสียงสั่นเครือกิริยาเหมือนอยากจะร้องไห้ ทำให้สะแบงยิ่งประหลาดใจ
“อ้าว! ยังไงกันพี่ หมายความว่ายังไง เราจองตั๋วไว้แล้วนิจะไม่มารับได้ไง” เจ้าของพวงแก้มใสพูดขึ้นคล้ายเอ็ดตะโร
ในช่วงระยะลมหายใจเข้าออก ก็ได้รู้สึกเหมือนว่ามีบุคคลอื่นนอกเหนือจากเธอและเพื่อนสนิทผู้พี่เร่งฝีเท้าเข้ามาร่วมสนทนา
“คิดจะหนีหนี้หรืออีสะแบง!”
น้ำเสียงทุ้มทรงอำนาจระคนความเกรี้ยวกราดดังมาจากด้านหลังของสะแบง เวลานั้นหัวใจของเธอเหมือนถูกดึงกระชากออกแล้วโยนทิ้งลงไปบนพื้น ขณะนั้นมีลมพัดผ่านมาพอในเย็นสบาย แต่กลับสร้างความรู้สึกเย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจที่พึ่งขาดโหวง เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
สะแบงค่อนข้างแน่ใจว่าเจ้าของเสียงคือใคร! แต่กระนั้นก็ยังส่งคำถามออกมาทางสายตา
สาวประเภทสองร่างบางที่จริตจะก้านทิ้งความเป็นชายไปหมดแล้ว พยักหน้าตอบคำถามของสายตาคู่สวย ยิ่งทำให้แน่ใจว่าคนที่พูดประโยคเมื่อครู่คือ กำนันเดช!
เรือนร่างอรชรค่อยๆ หันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ที่ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่ยังมีลูกสมุนตามมาด้วยอีก2คน ซึ่งนั้นถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าเห็นกำนันเดชไปไหนมาไหนคนเดียวนี่สิแปลก
“กะ กำนันเดช!” ไม่ใช่แค่เสียงสั่นเครือจนคำพูดคำจากระท่อนกระแท่น แต่เวลานี้หญิงสาวกลัวจนสั่นไปทั้งตัว
เวรกรรมอะไรของอีสะแบงนักหนา อุตส่าห์วางแผนจะหนี แต่สุดท้ายก็หนีไม่รอด!
“ว่ายังไงนางตัวดีจะหนีไปไหน หึ? ” แววตาดุดันปานเสือร้ายจ้องมองใบหน้างามคล้ายจะกัดจะกิน
“เปล่า! ฉันไม่ได้จะหนี ทำไมฉันต้องหนี ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันจะไปกรุงเทพ ไปทำงานหาเงินมาคืนกำนันนั่นแหละ ฉันจะได้ไม่ต้องจำใจแต่งงานกับคนอย่างกำนัน! ” แม้จะกลัว แต่ก็ยังรวบรวมความกล้ากัดจิกอีกฝ่าย
“ไปทำงานกรุงเทพ ฮ่าๆๆ อย่างเอ็งจะไปทำงานอะไรถึงจะได้เงินมากมายขนาดนั้นมาคืนข้า นอกจากไปเป็นกะหรี่! แต่จะไม่เป็นเอดส์ก่อนตายรึ ถึงจะหาเงินมาคืนได้ พวกแม่เล้า พวกแมงดามันดุนะโว้ย”
อีกฝ่ายไม่ได้คิดจะดูถูก หากคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น แต่คำพูดของเขาทำให้สะแบงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า สองมือเรียวกำหมัดแน่น ถ้าไม่เหลือบไปเห็นปืนที่เหน็บอยู่บริเวณชายพกของเขาเสียก่อนคงพลั้งฟาดปากเข้าให้ไปแล้ว
“เป็นกะหรี่หรือเป็นอะไรฉันก็ยอมทั้งนั้นแหละ ดีกว่าต้องแต่งงานกับคนชั่วๆ อย่างกำนัน! ”
ในเมื่อฟาดหน้าไม่ได้จึงฟาดด้วยคำพูด
กำนันเดชกัดกรามแน่น! ดวงตาเต็มไปด้วยแววพิโรธ คำพูดเธอทำให้เขาโกรธแรงพอสมควร จึงไม่เสียเวลาต่อปากต่อคำอีก ร่างสูงก้าวเข้าประชิดดึงร่างบางมาอย่างไม่ถนอม จับแขนเธอล๊อกไพล่หลังเอาไว้
“งั้นก็ไปเป็นกะหรี่ให้ข้าก็แล้วกัน รับรองข้าจ่ายตามจริง ไม่เอาเปรียบเอ็งสักบาท ใช้หนี้คืนหมดเมื่อไหร่ อยากไปไหนก็ไสหัวไปได้เลย”
พูดจบเขาก็ลากร่างอรชรที่ถึงแม้จะดิ้นรนขัดขืนก็เหมือนไม่ได้มีผลอะไร พาเดินตรงไปที่รถ ซึ่งจอดหลบความมืดไว้ข้างทาง
“ไม่นะ ปล่อยฉันนะกำนัน ช่วยด้วย! พี่สะดิ้งช่วยฉันด้วย”
หลังสืบรู้ว่าภรรยาเก่าของลูกหนี้ผู้น่ารำคาญคือผู้หญิงแพศยาที่เคยทำให้ครอบครัวของเขาพัง เดปมาเฟียหนุ่มเจ้าของบ่อนคาสิโนจึงไม่รีรอที่จะแก้แค้น ผู้หญิงแพศยาคนนั้นทำเลวไว้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ครั้งล่าสุดก็คือทิ้งลูกสาวกับผู้ชายที่เป็นลูกหนี้ของเขาไปแต่งงานใหม่กับมหาเศรษฐี และตอนนี้ลูกสาวของหล่อนที่อยู่กับลูกหนี้ของเขาโตพอใช้งานได้แล้ว.....
ฟ้าเป็นใจให้สินทรผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหนุ่มวัย34 มีโอกาสได้เห็นเรือนร่างเปล่าเปลือยของ ดาวใจ สาวน้อยวัย16 ย่าง17 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้หญิงที่เคยทำให้เขาช้ำใจ จึงได้ข้ออ้างมาต่อรองหวังฟันสาวน้อยแล้วทิ้งขว้างเพื่อแก้แค้นพ่อแม่ของเธอ ทว่าฟ้าก็ดันกลั่นแกล้งให้สินทรหลงรักลูกสาวอดีตกิ๊กจนโงหัวไม่ขึ้น ความรักของ น้าสินทรตัวร้าย กับ อีหนูดาวใจตัวแสบ จะสนุกสนาน เสียวซ่าน บันเทิงเริงใจ ฮาลั่นทุ่งกันเพียงไหน ไปติดตามกันเลยจ้า..... “แม่เจ้าโว้ย! อีดาวใจ ข้าเห็นเอ็งมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ตอนนี้หอยเท่าฝ่าตีนข้าแล้วหรือวะเนี่ย” “น้าสินพูดบ้าอะไรเอาผ้าถุงฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องแม่” “ยังกะข้ากลัวแม่กับพ่อเอ็งนิ!” “น้าสิน เอาผ้าถุงมาให้ฉันเถอะเดี๋ยวคนมาเห็น”
เธอมาเพื่อเงินของเขา ส่วนเขาต้องการแค่สนุก วินๆทั้งคู่ แค่ความสุขฉาบฉวยของผู้ชายขี้เบื่อ และ เงินจำนวนหนึ่งที่หญิงสาวกำลังต้องการ เพียงเท่านั้น... แต่!วันหนึ่งคนขี้เบื่อดันกลัวจะโดนเบื่อซะเอง..
อุตส่าห์ช่วยเหลือเพราะเห็นว่าไร่อยู่ใกล้กัน แต่พี่ชายตัวดีของเธอกลับไม่ยอมคืนเงิน แถมยังร่วมมือกับพวกชาติชั่วเล่นงานเขาอีก "มีเมียเป็นคนใบ้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องทนฟังเสียงบ่น ถอดเสื้อผ้า!!!"
ใครบัญญัติว่าพระเอกต้องเป็นคนดี ในเมื่อผู้หญิงส่วนมากหลงรักคนเลวทั้งนั้น สำหรับเขาก็แค่จะร้ายให้เธอรัก (รวยมากเลวมากใครไม่รักก็ให้มันรู้ไป)
นิยายเรื่องนี้มีพระนาง2คู่ "อย่าหวังจะเอาความบริสุทธิ์ผุดผ่องมาจับฉัน ผู้หญิงของฉันทุกคนก็สาวบริสุทธิ์ทั้งนั้นแล้วอย่าลืมคุมกำเนิด ถ้าไม่อยากทำแท้ง! เพราะฉันไม่มีทางมีทายาทกับผู้หญิงชั้นต่ำ" VS "อะไรที่ฉันอยากได้ ฉันต้องได้ แม้แต่ตัวนายถ้าฉันต้องการ นายก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ"
หลังจากที่แต่งงานเข้ามาในตระกูลมู่ หลินซีได้ทำหน้าที่เป็นคุณนายมู่ที่ยอมอดทนกับทุกอย่างโดยไม่ปริปากเป็นเวลาสามปี เธอรักมู่จิ่วเซียว จึงยอมอดทนดูแลเขาอย่างเต็มใจ แม้ว่าเขาจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกก็ตามแต่เขากลับไม่เคยเห็นค่าของเธอ เหยียบย่ำความรักของเธอให้แหลกสลาย และถึงขั้นปล่อยให้น้องสาวของเขามอมเหล้าเธอแล้วส่งไปยังเตียงของลูกค้า หลินซีนั้นถึงเพิ่งจะตาสว่างเมื่อรู้ว่าความรักที่มีมานานนั้นช่างน่าขันและน่าเศร้าในใจของเขา เธอไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เข้ามาเกาะเขา เธอจึงทิ้งข้อตกลงการหย่าไว้แล้วจากไปโดยไม่ลังเล มู่จิ่วเซียวมองดูเธอประสบความสำเร็จ กลายเป็นดวงดาวที่ส่องแสงในสายตาของผู้คนเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง เธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเสงี่ยม โดยมีผู้ชายที่มีฐานะสูงส่งอยู่เคียงข้าง มู่จิ่วเซียวมองดูใบหน้าของคู่แข่งหัวใจที่ดูคล้ายกับของเขามาก จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าในสายตาเธอ เขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในมุมแห่งหนึ่ง เขาขวางทางเธอไว้ “หลินซี คุณเล่นตลกกับผมใช่ไหม”
เมื่อนางย้อนยุคกลายเป็นพระชายาคังที่ถูกขังอยู่ในโรงขังคนบ้า เพิ่งมาถึงฉินเซิงก็กำจัดคนสองคนที่ต้องการทำร้ายนาง นางบุกเข้าไปในงานแต่งงานของคู่รักชั่วชาสองคนนั้นในชุดแดง นางหยิ่งผยองและยั่วยุ ทำให้ชายชั่วโกรธจนกัดฟันแน่นแต่กลับทำอะไรไม่ได้ และหญิงร้ายนั้นก็เกลียดชังอย่างมากทว่าเอาคืนไม่ได้ ท่านอ๋องจิ้นได้เห็นสถานการณ์ทั้งหมดนี้ เขาโค้งงอริมฝีปาก สตรีนางนี้ช่างแตกต่างจากคนอื่นจริงๆ ถูกใจเหลือเกิน เขาจะเอาชนะใจนางและให้ชีวิตที่ดีแกนาง
ในชาติก่อน นางได้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติเป็นเวลาห้าปี แต่ความดีความชอบทางการทหารกลับถูกน้องหญิงยึดไป คู่หมั้นที่นางรักหมดใจนั้นกลับนิ่งเฉยและร่วมมือกับอีกฝ่ายผลักนางตกลงสู่ห้วงลึกจนต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจในคืนที่หนาวเย็น หลังจากได้เกิดใหม่ นางสาบานว่าจะทำให้ทุกคนที่รังแกนางได้รับผลกรรมที่สาสม เมื่อเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เสแสร้งและผู้ชายเจ้าชู้ นางยิ้มเยาะ : ความดีความชอบทางทหาร? รางวัล? คู่หมั้น? เอาไปให้หมด นางหันหลังกลับและคุกเข่าในงานเลี้ยงในวังอย่างน่าตกใจโดยชี้ตรงไปยังมุมมืดที่มีอ๋องอวี้นั่งอยู่บนรถเข็น“ขอฝ่าบาททรงโปรดพระราชทานการสมรสระหว่างหม่อมฉันกับอ๋องอวี้เพคะ” ทุกคนต่างตกตะลึง อ๋องอวี้เซียวจือ ขาทั้งสองข้างใช้การไม่ได้และมีนิสัยเย็นชา เป็นคนที่ทุกคนหลีกเลี่ยงเสมือนปีศาจที่มีชีวิต ทุกคนหัวเราะเยาะนางว่าคงบ้าไปแล้ว ถึงรนหาที่ตายเช่นนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่านางเห็นถึงความโดดเด่นและพลังที่ซ่อนอยู่ลึกในตัวชายคนนี้ นางช่วยให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งและรักษาขาที่เป็นพิการ เขาสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่มั่นคงแก่นางและเป็นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดให้นาง เมื่อน้องหญิงที่แอบอ้างนำความดีความชอบทางทหารของนางไปอวดความเก่งกล้า และแม่แท้ ๆ ยังคงใช้กลอุบายควบคุมชะตากรรมของนาง… นางและอ๋องอวี้ร่วมมือกันวางแผนอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน เปิดโปงกลโกงและแสดงความกล้าหาญในสนามรบ! จนกระทั่งอ๋องอวี้ยืนขึ้นได้อีกครั้งและมีอำนาจครอบครองราชสำนัก จนกระทั่งนางแสดงตราประทับที่แท้จริงข และให้ทหารทั้งหลายยอมรับ ทุกคนเพิ่งรู้สึกตระหนักว่า คนที่พวกเขาเคยทิ้งไปไม่ต่างจากขยะนั้น ทั้งคู่ได้จับมือกันแล้วครองแผ่นดินไว้ด้วยแล้ว
หนานอันพริตตี้สาวสู้ชีวิตอายุยี่สิบปีแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งอย่างหนักและอยากได้เขามาเป็นแฟนใจจะขาด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเธอ หญิงสาวได้ไปดูดวงแม่หมอคนนั้นจึงบอกให้เธอมาขอพรที่ศาลเจ้าเล็ก ๆ ในอำเภอแห่งหนึ่งที่ห่างไกลเพื่อให้เธอสมหวังและต้องไปในวันที่ฟ้ามืดที่สุดของเดือนในอีกสองวันข้างหน้าถึงจะเห็นผล หนานอันเชื่อแม่หมอเพราะอยากได้ผัว เธอจึงไม่รอช้ารีบคว้ากระเป๋าเป้เดินทางมายังศาลเจ้าทันที เมื่อหนานอันเข้าไปภายในศาลเจ้าก็พบว่า มีสตรีสูงวัยคนหนึ่งอายุราวหกสิบกว่าปีกำลังกวาดศาลเจ้าอยู่ ...... "ได้ของสิ่งนี้ไปต้องสมหวังอย่างแน่นอน" คุณยายพูดพร้อมกับรอยยิ้ม น้ำเสียงนี้ฟังดูเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง หนานอันยิ้มให้คุณยายจู่ ๆ ขนแขนของเธอก็ตั้งชันขึ้นมา เธอกำลังจะลุกขึ้นในตอนนั้นก็เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา หนานอันหวีดร้องด้วยความตกใจทว่าเมื่อหันไปมองคุณยายเธอไม่เห็นแม้แต่เงาแล้ว หนานอันประหลาดใจมากร้องเรียกคุณยายอยู่หลายคำ แต่ว่าในตอนนี้เธอก็ไม่มีเวลาให้คิดสิ่งใดแล้วเพราะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นเมื่อฟ้าผ่าลงมาที่ศาลเจ้าเข้าอย่างจังหนานอันที่อยู่ด้านในจึงถูกฟ้าผ่าไปด้วยและสติดับวูบลงไปทันใด ไม่รู้ว่านานเท่าใดที่หนานอันตกอยู่ในความมืดมิด และเมื่อเธอตื่นขึ้นมาทุกอย่างรอบกายของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...
เจ้าของร่างเดิมถูกท่านย่าตัวเอง ขายให้ชายพิการด้วยเงินเพียงห้าตำลึง จึงคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณของเซี่ยซือซือทะลุมิติมาเข้าร่างแทน ชีวิตในโลกนี้บิดามารดาล้วนตายไปแล้ว เหลือเพียงน้องสาวกับน้องชายร่างกายผอมแห้งหิวโซสองคน เธอต้องช่วยพวกเขาให้รอด ก่อนจะถูกคนชั่วพวกนี้ขายทิ้งไปแบบเธอ 1 : ทะลุมิติ แคว้นจ้าว หมู่บ้านตระกูลแซ่อวี่ ภายในบ้านสกุลเซี่ย “ท่านพี่รีบกินเร็วเข้า” เสียงเด็กเล็กดังก้องอยู่ข้างหูอย่างน่ารำคาญ ว่าแต่ฉันมีน้องชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน รู้สึกได้ถึงอะไรแข็ง ๆ มาแตะที่ริมฝีปาก ทว่ายังลืมตาไม่ขึ้น “ท่านพี่กินสิ ๆ” เซี่ยซือซือรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งศีรษะ พยายามที่จะเปิดดวงตาขึ้นมอง เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ด้านข้าง “ท่านพี่ ๆ ท่านพี่อย่าตายนะ ลืมตาสิท่านพี่” “นังตัวดีออกมาเดี๋ยวนี้นะ !” เสียงเอะอะโวยวายดังหนวกหูเซี่ยซือซือเป็นอย่างมาก ปัง ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยซือซือลืมตาขึ้นจนได้ พลันสมองกลับมีเรื่องราวพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย จนต้องกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อ๊าก ! “พี่รอง !” เด็กน้อยเซี่ยซือหยางในวัยสามหนาวเรียกพี่สาวพร้อมเบะปากอยากร้องไห้ “ท่านพี่ !” เซี่ยซานซานทิ้งบานประตูที่ตัวเองดันไว้ หันกลับมาดูพี่สาวด้วยความตกใจ “ท่านพี่ ๆ ท่านเป็นอะไร อย่าทำให้พวกข้าตกใจสิท่านพี่ !” ผลัวะ ! มีคนถีบประตูบานเก่าผุพังเข้ามาภายในห้อง เด็กทั้งสองรีบเข้าไปขวางผู้บุกรุกไม่ให้ทำร้ายพี่สาว แม่เฒ่าเซี่ย เซี่ยจิ่วเม่ย หน้าตาแลดูดุร้าย ไม่ใช่หญิงชราใจดีแต่อย่างใด ด้านหลังของแม่เฒ่าเซี่ยยังมีลูกสะใภ้บ้านใหญ่ กับบ้านรองเดินตามมา ท่าทางดุดันเอาเรื่อง “ไอ้พวกบ้านสามตัวดี กล้าลักขโมยอาหารเอาไว้กินเอง ยังเห็นแม่เฒ่าอย่างข้าอยู่ในสายตาหรือไม่ ไอ้พวกหมาป่าตาขาว ดูซิวันนี้ข้าจะจัดการพวกเจ้าอย่างไร” “ท่านย่าพวกข้าไม่ได้ขโมยนะ นี่เป็นหมั่นโถวของท่านพี่ ท่านพี่ไม่สบายข้าแค่เก็บไว้ให้ท่านพี่เท่านั้นเอง” เซี่ยซานซานยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบหนาว แต่นางข่มความกลัวตอบโต้ผู้ใหญ่ในบ้านออกไป “หึ กฎบ้านก็มีบอกอยู่แล้วถ้าพลาดมื้ออาหารไปก็คืออด แต่พวกเจ้ากลับแหกกฎ แอบยักยอกอาหารเก็บไว้กินเอง ยังมีหน้ามาเถียงท่านแม่อีก ท่านแม่ท่านต้องลงโทษคนบ้านสามนะเจ้าคะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริง ๆ ด้วย ตอนนั้นยวี่เฟยของข้านางได้พลาดมื้อเย็นไป ท่านก็ไม่ให้นางกินนะเจ้าคะ” สะใภ้บ้านรองนามว่าจงอี้ซิน ย้อนรำลึกถึงเรื่องลูกสาววัยแปดปีของตัวเองขึ้นมา “ดูเจ้าเด็กพวกนี้สิท่านแม่ กางแขนปกป้องพี่สาวตัวเอง ช่างน่าสมเพชไม่รู้จักสำเหนียกกำลังตัวเอง ถุย !” หลินพ่านเอ๋อสะใภ้บ้านใหญ่มองดูเด็กทั้งสองพร้อมถ่มน้ำลายใส่ตรงหน้า แม่เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้ทั้งสองสลับกันไปมา เดินตรงไปกระชากหมั่นโถวเย็นชืดแถมแข็งปานหิน ออกจากมือของเซี่ยซือหยาง “แง ๆ ๆ” เด็กน้อยถูกแย่งของกินของพี่สาวไป ถึงกับแผดเสียงร้องลั่น “เจ้าคนชั่ว ! เอามานะ ของท่านพี่ข้า” กำปั้นน้อย ๆ ทุบไปยังต้นขาของแม่เฒ่เซี่ย “เจ้าเด็กเนรคุณกล้าตีข้ารึ นี่นะ !” แม่เฒ่าเซี่ยเตะทีเดียวเซี่ยซือหยางก็กระเด็นไปติดกับผนังห้อง “น้องเล็ก !” เซี่ยซานซานรีบวิ่งไปอุ้มน้องชายขึ้นมากอดไว้ด้วยความตกใจ “ท่านย่า น้องเล็กยังเด็กไม่รู้ความ เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายเช่นนี้” “แง ๆ ๆ” เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยฟังแล้วน่าสงสารจับใจ ดวงตาที่ปิดไว้ก่อนหน้าของเซี่ยซือซือ ลืมขึ้นหลังจากค้นพบว่า ตัวเองได้ทะลุมิติมายังอดีตอันไกลโพ้นแล้วจริง ๆ หลังจากหลับตาลืมตาอยู่หลายหน เรียบเรียงความคิดที่ไหลเข้ามาไม่ยอมหยุด เมื่อค่อย ๆ จัดการกับมันได้ ความเจ็บปวดที่ศีรษะก่อนหน้าจึงบางเบาลง และมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยชา ครบสูตรของการทะลุมิติจริง ๆ มีท่านย่าผู้ชั่วร้าย ขนาบข้างด้วยป้าสะใภ้เลวทั้งสอง ครั้นหันไปมองน้องสาวในวัยสิบขวบของตัวเองกับน้องชายตัวน้อย ทั้งตัวดำเมี่ยมเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาเป็นเดือน ร่างกายผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าเก่าขาดมีรอยปะชุนเต็มไปหมด เส้นผมแห้งกรังเหมือนไม่ผ่านน้ำมานาน ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู ไม่ได้มีสภาพต่างกันแม้แต่น้อย ครั้นเงยหน้ามองป้าสะใภ้ใหญ่ร่างกายอวบอ้วนเต็มไปด้วยก้อนไขมัน ป้าสะใภ้รองแม้ไม่ได้อ้วนแต่ก็ไม่ได้ผอม ยิ่งแม่เฒ่าเซี่ยด้วยแล้ว ร่างกายบึกบึนเหมือนคนกินดูอยู่ดีมาตลอด “ท่านแม่ดูอาซือมองท่านสิเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่เห็นสายตาเย็นเยียบของคนที่นอนอยู่บนเตียงก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูเยือกเย็นจนไม่น่าไว้ใจ “เจ้าอย่าคิดว่ากระโดดน้ำตายแล้วทุกอย่างจะจบนะอาซือ ข้ารับเงินคนบ้านถานมาแล้ว ถ้าเจ้าตายข้าจะให้อาซานไปแทนเจ้า” คำพูดของแม่เฒ่าเซี่ยทำให้ดวงตาของเซี่ยซือซือเบิกกว้าง ท่านย่าของนางขายนางให้คนบ้านถานในราคาแค่ห้าตำลึง เจ้าของร่างเดิมไม่อยากไปเป็นเมียคนพิการ เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทว่าเธอที่มาจากยุคปัจจุบันกลับเข้ามาแทนที่เจ้าของร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมว่ายน้ำไม่เป็น จึงได้ขาดอากาศตายใต้น้ำ แต่เธอที่เข้ามาสวมร่างกลับพาร่างนี้ขึ้นมาจากน้ำได้ โชคชะตาคงเล่นตลกให้เธอกับเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเดียวกัน “ท่านย่าอาซานยังเด็กนัก ท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นเลย” นานมากกว่าที่นางจะเอ่ยออกมา “มันอยู่ที่เจ้าอาซือ ข้าขอเตือนเอาไว้ อีกสองวันคนบ้านถานจะมารับตัวเจ้าแล้ว อย่าให้เกิดเรื่องขึ้น ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งอาซานไปแทนเจ้า แล้วขายซือหยางทิ้งเสีย” แม่เฒ่าเซี่ยจ้องหน้าเซี่ยซือซือแบบอาฆาต เด็กนี่ก่อนหน้าดูอ่อนแอไร้ทางสู้ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูแปลกตาไปนัก “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านจะลงโทษคนบ้านสามเรื่องหมั่นโถวนี่อย่างไรเจ้าคะ” สะใภ้ใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ “พรุ่งนี้งดอาหารบ้านสาม” แม่เฒ่าเซี่ยเอ่ยแล้วหันหลังเดินออกจากห้องของเด็กน้อยทั้งสามไป โดยมีสะใภ้ใหญ่เดินตามไปด้วย “พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม จำใส่หัวเอาไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ” สะใภ้รองหมุนตัวตามหลังไปติด ๆ “ท่านพี่ต่อไปท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้ากับน้องเล็กจะทำอย่างไร ถ้าท่านไม่อยู่” เซี่ยซานซานปล่อยเสียงร้องไห้ในทันที
ในชาติก่อน ซูเยว่ซีถูกอวิ๋นถังยวี่ทำร้ายจนตาย ทำผิดต่อครอบครัวของท่านตา และตัวเองยังถูกทรมานจนตาย เกิดใหม่ครั้งนี้ นางตั้งใจจะจัดการกับพวกผู้ชายชั่วและหญิงเลวจัดการพ่อชั่ว เพื่อปกป้องแม่และครอบครัวของท่านตาให้ปลอดภัย พวกผู้ชายชั่วเข้ามาใกล้งั้นเหรอ นางจะใช้แผนให้เขาเสียชื่อเสียง หญิงตีสองหน้าเก่งชอบทำตัวอ่อนแองั้นเหรอ นางจะเปิดโปงธาตุแท้อีกฝ่ายและไล่นางออกจากจวนซู! ในชาตินี้ สิ่งที่นางต้องทำคือการจัดการพวกปลวกที่แอบแฝงอยู่ในราชสำนัก แก้แค้นคนทรยศ เพื่อปกป้องท่านตาที่เป็นคนซื่อสัตย์ นางใช้มือเรียวเป็นเครื่องมือ ก่อให้เมืองจิงเกิดความวุ่นวาย แต่ท่ามกลางความโกลาหล นางได้พบกับองค์ชาย ผู้ที่ทุกคนเล่าลือว่าเป็นคนพิการ “อวิ๋นเฮิง เจ้าจะมาขวางข้าหรือ” อวิ๋นเฮิงยิ้มเบาๆ “ไม่ ข้าตั้งใจจะมาช่วยเจ้า”
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY