ข้าบอกเอ็งว่า เลิกยุ่งกับข้าซักที..!! ข้าไม่ได้ชอบเอ็ง ทำอย่างไรก็ไม่มีวันชอบเอ็ง ทุกคำที่สิงห์ตะคอกกลับไปหาร่างเล็กที่กำลังยืนยิ้มให้เขา ทั้งที่น้ำตาไหลอาบสองแก้ม นับจากนี้ไปพี่จะไม่เห็นหน้าข้าอีก..
ข้าบอกเอ็งว่า เลิกยุ่งกับข้าซักที..!! ข้าไม่ได้ชอบเอ็ง ทำอย่างไรก็ไม่มีวันชอบเอ็ง ทุกคำที่สิงห์ตะคอกกลับไปหาร่างเล็กที่กำลังยืนยิ้มให้เขา ทั้งที่น้ำตาไหลอาบสองแก้ม นับจากนี้ไปพี่จะไม่เห็นหน้าข้าอีก..
ลั่นทมเอ๋ยเคยหอมเคยสดใส
เปรียบดวงใจแสนเจ็บปวดของข้า
อยากจรลาจากจรไม่เหลียวหลัง
ดั่งรักพังสูญสลายมลาย
ดั่งพระพายพัดผ่านมิหวนคืน
มิอาจฝืนใจรักปักต่อพี่
ตัวน้องนี้รักมั่นดังหินผา
จำต้องลาเพราะพี่มิเหลียวแล
ตัวข้าคงเหมือนเจ้านะดอกลั่นทม สวยงามหลากสีแต่มิมีผู้ใดต้องการหรือเข้าใกล้ เพียงเพราะชื่อที่แสนเศร้าของเจ้ากระมัง หญิงสาวนั่งตัดพ้อใต้ต้นลั่นทมสีขาวแซมชมพู เจ้าหล่อนหลงไหลดอกลั่นทมจึงปลูกเอาไว้ห่างจากเรือนมิไกลมากนัก เป็นสวนที่นางรักแลหวงแหนเป็นที่สุดแม้ชาวบ้านจะมองว่าแปลกตาเพราะคนสมัยก่อนไม่นิยมปลูกลั่นทมเพราะชื่อที่อัปมงคล หญิงสาวนามว่าระย้าแก้ว ใบหน้าจิ้มลิ้ม ผมยาวดกดำ ดวงตากลมโต หน้ามนรูปไข่ อกเอวคอดกิ่ว สะโพกผาย ปัจจุบันก็อายุ 18 ปี เธอเป็นลูกพ่อครูศรีไพร เป็นหมอยาคอยรักษาคนในหมู่บ้านอาศัยอยู่ในหมู่บ้านทางเหนือผู้คนผ่านไปมาเรียกว่าหมู่บ้านกลางไพร เพราะเป็นทางผ่านของเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าพอดีที่พากันสัญจร เป็นชุมชนขนาดใหญ่ ห่างไกลจากพระนครไม่มากนัก ระหย้าแก้วที่มีใจภักรักมั่นต่อเจ้าสิงห์ผู้ชายที่เคยช่วยชีวิตนางเมื่อครั้งยังเยาว์วัย นางจึงไม่เคยชายตาแลผู้ชายคนใดเลย แต่เจ้าสิ่งห์ที่นับวันยิ่งเกลียดระย้าแก้วที่เอาแต่ตามเขาจนน่ารำคาญ
สิงห์ลูกหัวหน้าหมู่บ้าน อายุอานามก็ 30 ปีแล้ว ใบหน้าที่หล่อเหลา จมูกโด่ง คมเข้ม สาว ๆ ต่างพากันหมายปอง ไม่ใช่แค่รูปหล่อ ร่างกายกำยำสูงใหญ่กว่าผู้ชายทั่วไปจนโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นเชิงมวยเชิงดาบ ก็ไม่รองใคร อุปนิสัยที่เงียบขรึม ขยัน ดูสง่าผ่าเผยไม่เกเรผู้ใด คอยช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ มีลูกน้องบริวานับร้อย เขาถือเป็นผู้มั่งคั่งในหมู่บ้านพร้อมกับบริวานที่คอยดูแลสวนแลนาข้าว วัว ควาย อีกหลายร้อยเชือก ครั้งหนึ่งเขาเคยช่วยเหลือเด็กผู้หญิงนามว่าระย้าแก้วที่ตกน้ำ แต่เพราะความช่วยเหลือในครั้งนั้น ทำให้เด็กผู้หญิงคนนั้นเฝ้าตามเขาไม่ห่างกายจนเขาชิงชังนางนัก ต่อให้นางตายตรงหน้า ก็คงไม่เหลียวแล เพราะเขาพึงใจ หญิงงามนามว่า จันทร์แรม ที่อยู่ต่างหมู่บ้านไปไม่ไกล อายุ น่าจะห่างจากระย้าแก้วไม่กี่ปี
"ดาหวันคะ เดี๋ยวคุณลุงจะพาไปทานไอศครีมนะคะดาหวันไปกับคุณอานะคะ" "ไปค่ะ ไปทานไอศครีมกับคุงลุง" "ไอ้ราช!! นี่มันลูกกูนะมึงเมื่อไหร่มึงจะไปทำเป็นของตัวเองสักทีวันๆก็หิ้วแต่ลูกกูไปลูกกูมา กูกับเมียคิดว่าไม่มีลูกแล้วเนี่ยตอนนี้???" "ไอ้เวรนี่นี่มันก็หลานกูเหมือนกันเลี้ยงมาตั้งแต่ออกจากท้องแม่ มึงจะยึดเป็นของตัวเองคนเดียวได้ยังไง" "ที่รัก คุณดูมันนะมันมายึดลูกเราสองคนไปเป็นลูกมันแล้วคืนนี้กูจะเอาลูกกูมานอนด้วย" "ไม่ได้คืนนี้กูจะต้องนอนกับดาหวันมึงค่อยเอาไปพรุ่งนี้" " ฮิ ฮิ พี่สองคนเนี่ยตีกันเรื่องหลานทุกวันเลยอีกคนนึงก็อยากเป็นคุณพ่อแสนดี อีกคนนึงก็เป็นคุณพ่อทูนหัว เดี๋ยวดาหวันก็ได้รับความรักเต็มอกจนไม่รู้ว่าจะไปเก็บไว้ไหนหรอกค่ะคุณพ่อทั้งสองคน" "วันนี้ดาจะไปนอนกับคุงลุงราช คุงพ่อไปนอนกับคุงแม่เลยค่ะ" "โถ่ลูกดา ลูกเป็นลูกพ่อนะ* "ฮ่าๆๆมึงเห็นไหมว่าหลานรักกูมากกว่ามึง" "ไอ้เพื่อนเวรนี่!!" "งั้นเราไปกินไอศครีมกันดีกว่านะคะดาหวันเดี๋ยวคุณลุงจะพาไปซื้อของเล่นอีก" "ไอ้ราช มึงเอาลูกกูมาเลย ไอ้เพื่อนเฮงซวยเมื่อไหร่มึงจะมีเมียสักทีห๊ะ" เสียงสองเพื่อนรักที่ทะเลาะกันทุกวันในการแย่งการเลี้ยงแม่หนูน้อยดาหวัน เป็นเด็กผู้หญิงผิวขาวตาโตน่ารักน่าหยิก ถูกและ 2 ข้างถักเปียทุกวัน ราชหรือราชศักดิ์เป็นเพื่อนกับเดชหรือฤทธิเดช สองคนนี้เป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยเรียน จนฤทธิเดชแต่งงานมีลูกเป็นฝั่งเป็นฝาแต่ราชศักดิ์กลับไม่อยากจะแต่งงานมีเพียงแค่คู่นอนไปวันๆเท่านั้น แต่เขากลับไปหลานสาวเพียงคนเดียวที่น่ารักขนาดนี้เขาบอกกับฤทธิเดช ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรทุกอย่างจะตกเป็นของดาหวันแต่เพียงผู้เดียว
"นางมะลิต่อไปนี้มึงต้องขึ้นมาหากูทุกคืน""ทุกคืนเลยเหรอจ๊ะ""ใช่ทุกคืนมึงมีปัญหาอะไรหรือเปล่า""ไม่มีจ้ะแต่ว่าไม่ทุกคืนไม่ได้เหรอจ๊ะ""ต่อไปนี้มึงจะต้องมาให้กูดูดนมมึงทุกคืนก่อนนอน
ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 7 เดือนราฮิมที่ยังตามหาลูกกับเมียไม่เจอ เขากลายเป็นคนเงียบสุขุมไม่พูดไม่จากับใครสักเท่าไหร่วัน ๆ เขาเอาแต่เซ็นเอกสารส่วนการออกไปพบลูกค้า เขาไม่ไปเลย เขาเก็บตัวเงียบ เขาใช้ลูกน้องมือดีทั้งสองทำงานแทนเขา จนบางครั้งโมแอลคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของกิจการไปแล้วเพราะเจ้านายที่เปลี่ยนไปมาก เลิกงานเสร็จ เขาก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องดื่มหนักทุกวันจนหลับคาขวดเหล้า ขวดเหล้าเกลื่อนในห้องตั้งแต่เคาน์เตอร์บาร์จนไปถึงห้องนอน ราฮิมเดินโซซัดโซเซไปรอบคอนโดหรูที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของทั้งคู่ ขวดเหล้าไม่รู้เป็นใบที่เท่าไหร่ ในคืนนี้ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดไปหมด เมาไม่เมาไม่รู้ รู้แต่ว่าหัวใจมันเจ็บจนแทบจะระเบิดออกมา ความเงียบเข้ามาแทนที่เสียงเพลงที่เคยเปิดดังลั่น ความมืดเข้ามาแทนที่แสงสีที่เคยทำให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวา ตอนนี้ทุกอย่างดูว่างเปล่า เหมือนชีวิตของเขาตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือให้เกาะเกี่ยวอีกแล้ว "ฮึก...เธอทำกับผมได้ยังไง...ทำไมคุณถึงไม่ให้โอกาสผมได้อธิบายบ้าง นิชา ฮึก .." ราฮิมร้องไห้จนเสียงแหบพร่าออกมา น้ำตาไหลอาบแก้มที่เห่อร้อนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ "นิชาฉันรักเธอ ทำไมถึงทิ้งฉัปไป... ฮึก..." ความทรงจำเก่า ๆ ลอยเข้ามาในหัว เขาจำได้ว่าตอนคบกันใหม่ ๆ เธอสดใสร่าเริงแค่ไหน แต่ตอนนี้... เธอหายไปไหน ไปไหน "นิชาได้โปรดกลับมาหาผม ผมทรมานเหลือเกิน." ราฮิมกำมือแน่น ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้นมาอีก เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องที่เคยมีรูปของเขากับเธอติดอยู่ แต่ตอนนี้เหลือแค่กรอบรูปเปล่า ๆ และรอยความทรงจำที่แสนหวานระวังเธอและเขา "นิชา ผมจะตามหาคุณกับลูกให้เจอ... ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ก็ตาม..." ราฮิมพูดกระซิบเบา ๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟา ร่างกายอ่อนล้า แต่หัวใจยังคงร่ำไห้ไม่หยุดตลอด 7 เดือนที่แสนทรมาน
“หมี่ขาว” สาววิศวะที่โสดขึ้นดอยเป็นปีที่สาม เธอไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะเป็นคนนั้น แต่ทว่าเพราะคำท้าที่รับปากเพื่อนด้วยความคึกคะนอง ทำให้เธอตกปากรับคำชวนของ “เก้าอี้” ตัวละครลับของภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งวันนี้เขากลายเป็นพี่ปีสี่ ผูดผ้าคาด SOTUS สีแดง และวิ่งถือธงเกียร์นำขึ้นดอย เพียงเพราะเขาเดินมาทักและชวนเธอด้วยถ้อยคำเรียบง่าย “ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ”
ซูหลีพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจตระกูลซูมาตลอดห้าปี แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อคำใส่ร้ายของน้องสาวเพียงคำเดียว เรื่องที่ซูหลีเป็นคุณหนูปลอมก็ถูกเปิดเผย ทำให้คู่หมั้นทิ้งเธอ เพื่อนๆ ก็ห่างเหิน และพี่ชายขับไล่เธอออกจากบ้าน บอกให้เธอกลับไปหาพ่อแม่ชาวนาของเธอ ในที่สุดซูหลีก็สิ้นหวังและตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลซู ยึดความช่วยเหลือทุกอย่างคืนและไม่อดทนอีกต่อไป แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าชาวนาที่พี่ชายพูดถึงนั้นกลับกลายเป็นตระกูลลั่วผู้มั่งคั่งที่สุดในประเทศ ในคืนเดียวเธอเปลี่ยนจากคุณหนูตัวปลอมที่ถูกทุกคนรังเกียจเป็นลูกสาวของมหาเศรษฐีที่มีพี่ชายสามคนที่รักเธอ พี่ชายคนโตที่เป็นผู้บริหารใหญ่“เลิกประชุม จองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศ ฉันอยากดูสิว่าใครกล้าแกล้งน้องสาวฉัน” พี่ชายคนที่สองที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยมระดับโลก“หยุดการวิจัย ฉันจะไปรับน้องสาวกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ” พี่ชายคนที่สามที่เป็นนักดนตรีระดับโลก “เลื่อนคอนเสิร์ต ไม่มีอะไรสำคัญเท่าน้องสาวของฉัน” จู่ๆ คนทั้งเมืองจิงก็ต้องตกใจช็อก ตระกูลซูเสียใจจนสุดขีด คู่หมั้นก็กลับมาขอคืนดี ผู้คนที่มาขอจีบเธอก็แห่กันมาถึงหน้าบ้าน ไม่ทันที่ซูหลีจะตอบสนอง ตระกูลชือซึ่งเป็นตระกูลสูงสุดในเมืองจิงและมีตำแหน่งสูงสุดในกองทัพเรือ ก็เสนอใบสมรสให้เธอ ทำให้เธอกลายเป็นคนดังในสังคมชั้นสูง!
ในวันแต่งงาน เจ้าบ่าวของเฉียวซิงเฉินหนีไปกับผู้หญิงอีกคน เธอโกรธมาก จึงสุ่มหาชายคนหนึ่งมาแต่งงานด้วยทันที "ตราบใดที่คุณกล้าแต่งงานกับฉัน ฉันก็ยอมเป็นเมียคุณ" หลังจากแต่งงาน เธอได้ค้นพบว่าสามีของเธอคือลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่ขึ้นชื่อว่าไร้ประโยชน์ ชื่อลู่ถิงเซียว ทุกคนเยาะเย้ยว่า "เธอยนี่ช่วยไม่ได้จริงๆ" และผู้ชายที่ทรยศเธอก็มาเกลี้ยกล่อมว่า "ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพราะฉันหรอก สักวันเธอต้องเสียใจแน่ๆ" เฉียวซิงเฉินหัวเราะเยาะและโต้ตอบว่า "ไปให้พ้น ฉันกับสามีรักกันมาก" ทุกคนต่าก็คิดว่าเธอเป็นบ้า ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวตนที่แท้จริงของลู่ถิงเซียวถูกเปิดเผย ที่แท้เขาเป็นคนรวยอันดับต้นๆในโลก ในการถ่ายทอดสดทั่วโลก ชายคนนี้คุกเข่าข้างเดียว ถือแหวนเพชรมูลค่าหลักพันล้าน และพูดช้าๆ ว่า "คุณภรรยา ชีวิตที่เหลือนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ"
หลีย่างอยู่กับฟู่เฉิงโจวเป็นเวลาสี่ปี แต่เขาไม่เคยแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเธอเป็นคนสำคัญ ทว่เขาแค่รู้จักกับเย่เซี่ยจูได้ไม่ถึงเดือน ก็ประกาศสถานะของเธอจากแฟนสาวไปเป็นคู่หมั้นอย่างเปิดเผย ฟู่เฉิงโจวให้ความรักและเกียรติทั้งหมดแก่เย่เซี่ยจู โดยบอกว่าเธอเป็นคนสะอาดบริสุทธิ์ ไม่เหมือนกับหลีย่าง หลีย่างไม่ได้ร้องไห้หรือโวยวาย เธอเก็บของเงียบๆ เตรียมตัวที่จะออกจากชีวิตของเขา แต่เมื่อชายคนนั้นตื่นขึ้นมา ฟู่เฉิงโจวกลับเสียสติ เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดและดิ้นรนสุดชีวิต “คิดจะกลับไปหาคนรักเก่าหรือ? ชาตินี้ก็อย่าหวังเลย! “หลีย่าง เธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น!”
... ในวันครบรอบแต่งงาน ฮั่วเยี่ยนสือ สามีผู้มั่งคั่งทิ้งเธอไป แล้วหาคนรักแรกของเขา ผู้ชายที่ไม่รักนวลสงวนตัวก็เหมือนสิ่งไร้ค่า ผู้ชายที่เธอเคยอ่อนข้อให้แต่ก็ไม่สนใจเธอ งั้นเธอไม่ต้องการแล้ว จึงขอหย่าทันที ฮั่วเยี่ยนสือไม่สนใจ ซูหว่านหนิงกลับเข้าสู่วงการบันเทิงและเฉิดฉาย รักแรกในอุดมคติชอบแกล้งอ่อนแองั้นเหรอ งั้นก็ให้เธอเผยธาตุแท้จริงให้ทุกคนได้เห็น อดีตสามีที่เป็นคนปากแข็งที่สุด "เมื่อเธอเบื่อแล้วเธอจะกลับมาหาฉัน" แต่ภรรยาที่เคยเต็มใจทำทุกอย่างให้เขานั้นไม่กลับมาอีกแล้ว ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในอาชีพเท่านั้น แต่ยังมีคนมากมายมาตามจีบเธออีก ดาราระดับโลกแสดงความรักอย่างแรงกล้า ผู้บริหารบริษัทสื่อพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้เธอยิ้ม แม้แต่ทายาทเศรษฐีอันดับหนึ่งก็ต้องการเธอเท่านั้น จากนั้นฮั่วเยี่ยนสือเริ่มตระหนก เปลี่ยนจากคนเย็นชากลายเป็นคนที่คอยติดตามไม่ห่าง ใช้ทุกวิถีทางเพื่อตามจีบภรรยา ซูหว่านหนิงไม่แม้แต่จะมอง "เมื่อก่อนคุณเฉยเมยกับฉัน ตอนนี้คุณไม่คู่ควรกับฉันแล้ว" ฮั่วเยี่ยนสือขอร้องเธออย่างบ้าคลั่ง "หนิงหนิง เราแต่งงานใหม่เถอะ" ซูหว่านหนิงแสดงท่าทางหยิ่ง "คุณฮั่ว ฉันไม่เคยกลับไปหาของที่ทิ้งไปแล้ว"
หลี่เมิ่งเหยาย้อนเวลามาอยู่ในร่าง ของเด็กสาววัยสิบสองปี ในวันที่มารดาอนุผู้โง่เขลา ถูกขับไล่ออกจากจวน โชคยังดีที่ตอนตาย นางสวมกำไลหยกโลกันตร์เอาไว้ มันจึงติดตามนางมาที่นี่ด้วย +++ 1 : มารดาโง่ จนถูกไล่ออกจากตระกูล จวนตระกูลหลี่เจ้าเมืองถัง สตรีสองนางถูกสาวใช้จับคุกเข่าลง ตรงหน้าของหลี่หงซวนเจ้าเมืองถัง ทั้งยังเป็นพ่อสามีของทั้งคู่อีกด้วย ท่านกำลังสอบสวนเรื่องของสะใภ้ใหญ่ของบ้านสาม ถูกฮูหยินรองกับอนุรวมหัวกันลอบทำร้าย ด้วยการวางยาขับเลือดในถ้วยน้ำแกงบำรุงครรภ์ ทำให้นางต้องสูญเสียทารกในครรภ์ไป “ท่านพ่อข้าไม่รู้จริง ๆ ว่านั่นเป็นยาขับเลือด ฮูหยินรองบอกว่าเป็นน้ำแกงบำรุงครรภ์ ให้ข้าเป็นคนนำไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ เป็นนางนั่นเอง นางหลอกข้า !” เฉาซูหลิ่งชี้นิ้วไปทางสตรีด้านข้าง ร้อนรนเอ่ยออกมาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม “อนุเฉาเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ เจ้าทำคนเดียวทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับข้าเลย” ฮูหยินรอง ถูซวงอี้ ชี้นิ้วใส่หน้าเฉาซูหลิ่งกลับคืน ต่างคนต่างโยนความผิดให้กัน ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเยี่ยนหนานโบกมือให้คนเข้ามา “ข้าให้โอกาสพวกเจ้าสองคนพูดความจริง แต่กลับไม่มีใครยอมรับความผิดแม้แต่คนเดียว มันน่าจับส่งทางการให้รู้แล้วรู้รอด” พ่อบ้านหลัวให้คนลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา สภาพของนางถูกทรมานจนเนื้อตัวบวมช้ำไปหมด “เรียนนายท่านข้าให้คนไปค้นห้องสาวใช้ทุกคนในจวน พบเทียบยาซ่อนไว้ใต้หมอน จากห้องของสาวใช้คนนี้ขอรับ” ถูซวงอี้ถึงกับคุกเข่าต่อไปไม่ไหว ทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้น สาวใช้ที่ถูกทรมานจนสภาพน่าเวทนานั่น เป็นเสี่ยวอิงสาวใช้สินเดิมของนางเอง “ฮูหยินรอง ข้าขอโทษ ข้าทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ข้าขอโทษ !” เสี่ยวอิงโขกศีรษะลงตรงหน้าของถูซวงอี้แรง ๆ น้ำตาไหลนองหน้าจน แทบไม่เป็นผู้เป็นคนอยู่แล้ว พ่อบ้านหลัวเอ่ย “ข้าให้คนไปถามที่หอโอสถแล้วขอรับนายท่าน เป็นเทียบยาขับเลือดจริง ๆ” หลี่หงซวนมองไปทางบุตรชายคนที่สามของตน พบว่าเขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สตรีที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าคือฮูหยินรอง กับอนุภรรยาที่เขารักใคร่ไม่ต่างกัน เหตุใดถึงได้คิดร้ายต่อฮูหยินใหญ่ของเขาได้ เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียลูกที่อยู่ในท้องของนางไป เดิมทีฮูหยินใหญ่ของเขาก็ตั้งท้องยากอยู่แล้ว เขารอมาตั้งนานกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องสูญเสียไปเช่นนี้ “หย่วนเจ๋อนี่เป็นเรื่องในเรือนของเจ้า เจ้าอยากตัดสินเรื่องนี้ด้วยตัวเองหรือไม่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามบุตรชาย “ไม่ ข้าไม่อยากเห็นหน้าพวกนางอีกต่อไป แล้วแต่ท่านพ่อเถอะขอรับ ข้าขอตัวไปดูฮูหยินใหญ่ก่อน” หลี่หย่วนเจ๋อคำนับบิดา สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปในทันที หางตายังไม่แม้แต่จะมองสตรีทั้งสองนาง เฉาซูหลิ่งลนลานตามเขาไป “ท่านพี่ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ผิดนะเจ้าคะ ท่านพี่ !” แต่ถูกบ่าวรับใช้ขวางทางเอาไว้ หลี่หงซวน “หยุดโวยวายได้แล้วอนุเฉา เจ้าเป็นคนถือถ้วยน้ำแกงใส่ยาขับเลือด ไปมอบให้ฮูหยินใหญ่ด้วยตัวเอง ยังคิดจะหนีความผิดนี้ไปได้อีกรึ” “ท่านพ่อขะข้าข้า...ไม่ผิด” เฉาซูหลิ่งทิ้งตัวไปด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวแรง เดิมทีนางก็ไม่เป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่สามีอยู่แล้ว เพราะไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ครั้นได้บุตรสาวก็นิสัยขี้ขลาดขี้กลัว ไหนเลยจะเชิดหน้าชูตาให้ตระกูลหลี่ได้ เฉาซูหลิ่งนั่งเหม่อลอย คล้ายคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่หลี่หงซวนกำลังประกาศโทษทัณฑ์ของพวกนาง ถูซวงอี้กับคนของนาง ถูกขายออกจากจวน ไปอยู่หอนางโลมอย่างเงียบ ๆ ชาตินี้อย่าได้ก้าวเท้า กลับมาเหยียบที่จวนตระกูลหลี่อีก ส่วนเฉาซูหลิ่งถูกขับไล่ออกจากจวน ไปพร้อมกับบุตรสาว ให้ไปอยู่เรือนร้างของตระกูลหลี่ที่เมืองฉาง ห้ามกลับมาที่ตระกูลหลี่อีกชั่วชีวิต “ท่านพ่อท่านขับไล่ข้าไป ข้ายังพอรับได้ เหตุใดต้องขับไล่เหยาเอ๋อร์ไปด้วย นางเพิ่งจะสิบสองปีเองนะเจ้าคะ” เฉาซูหลิ่งนึกถึงบุตรสาวร่างกายผ่ายผอม นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ เกิดนึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปมองสามีเล็กน้อย นางเห็นเด็กสาวคนนั้นมาตั้งแต่เกิด แม้ไม่ได้เอ็นดูแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน “ฮูหยินเรื่องนี้ข้าตัดสินใจไปแล้ว ไม่อาจคืนคำได้” คำพูดของประมุขของตระกูล มีหรือใครจะกล้าขัด เฉาซูหลิ่งปล่อยเสียงร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ นางโง่งมจนทำให้บุตรสาว ต้องมารับเคราะห์กรรมตามไปด้วย “ลากตัวอนุเฉาออกไป หารถม้าสักคันให้คนส่งนาง ไปที่เรือนร้างเมืองฉาง” คำสั่งของหลี่หงซวนเป็นคำขาด บ่าวไพร่รีบทำตามในทันที ครั้นได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังกับฮูหยินผู้เฒ่า หลี่หงซวนถึงได้บอกเหตุผล ที่ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ นั่นเพราะตระกูลจี้ได้ยื่นคำขาดมา ให้ขับไล่พวกเขาออกไปให้หมด อย่าให้เหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว ไม่ต้องการให้คนที่ทำร้ายบุตรสาวของพวกเขา อยู่ระคายสายตาของจี้ชิวหรงอีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นออกมาหนึ่งคำ “อ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ความจริงแล้วต้องการกำจัดอนุในเรือนบุตรสาวทิ้งให้หมด นี่กระทั่งเด็กคนหนึ่งก็ไม่เว้น แต่ก็เอาเถอะ เหยาเอ๋อร์อยู่ที่นี่ ก็ใช่จะมีประโยชน์อันใด นางไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราด้วยซ้ำ ให้นางไปกับแม่ของนางนั่นแหละดีแล้ว” หลี่หงซวนนั้นเป็นเพียงเจ้าเมืองเล็ก ๆ มีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นที่ห้า ฝั่งตระกูลจี้บ้านเดิมของจี้ชิวหรงนั้น อยู่ในเมืองหลวงมีตำแหน่งใหญ่โตกว่าหนึ่งขั้น เรื่องนี้เขาจึงต้องขบคิด ถึงผลได้ผลเสียในอนาคตอีกด้วย การเสียสละอนุกับหลานสาวคนหนึ่ง เพื่อชดเชยให้แก่คนตระกูลจี้ นับว่าเป็นเรื่องสมควรทำแล้ว “ข้าก็คิดเช่นฮูหยินนั่นแหละ เพียงแต่สะใภ้สามแท้งคราวนี้ ไม่รู้จะยังสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่ พวกเรารอดูไปก่อนดีกว่า หากนางไม่สามารถตั้งท้องได้จริง ๆ เราค่อยหาอนุมาให้หย่วนเจ๋อภายหลังก็ยังได้ ยามนั้นคนตระกูลจี้จะเอาอะไรมาง้างกับเราได้อีก” “จริงดังท่านว่าเจ้าค่ะ” ฝ่ายเฉาซูหลิ่งที่ถูกคนใช้ ลากตัวออกมาให้เก็บของในเรือน นางส่งเสียงเอะอะโวยวายตลอดทาง พร่ำบอกต้องการพบหลี่หย่วนเจ๋อให้ได้ แต่ถูกสาวใช้ขวางไว้ไม่ให้ไป นางจำใจกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง รีบเก็บของสำคัญใส่ห่อผ้าเพื่อออกเดินทาง
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY