.. "ใครให้คำนิยาม ว่าการแต่งงานคือตอนจบของชีวิต การแต่งงานต่างหากล่ะ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด" .. . . . # "หากมนุษย์เราสามารถย้อนอดีตไปได้ แล้วการแก้ไขเรื่องราวในอดีต จะทำให้อนาคตเปลี่ยนแปลงไหม"
.. "ใครให้คำนิยาม ว่าการแต่งงานคือตอนจบของชีวิต การแต่งงานต่างหากล่ะ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด" .. . . . # "หากมนุษย์เราสามารถย้อนอดีตไปได้ แล้วการแก้ไขเรื่องราวในอดีต จะทำให้อนาคตเปลี่ยนแปลงไหม"
‘ใครให้คำนิยาม ว่าการแต่งงานคือตอนจบ
การแต่งงานต่างหากละ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด’
‘หากมนุษย์เราสามารถย้อนอดีตไปได้
แล้วแก้ไขเรื่องราวในอดีต
จะทำให้อนาคตจะเปลี่ยนแปลงไหม’
.
.
.
.
“กราบเรียนแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับ วันนี้เป็นวันมงคลสมรสระหว่าง นางสาว โสธิยา กับ นาย จิรณัฐ หรือคุณหยกและคุณนิล กระผมซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเจ้าบ่าว อยากจะกล่าวคำอวยพรกับพวกเขาสักนิด” สายตาของผู้ที่ยืนอยู่บนเวที ของเขามองไปยังเจ้าบ่าวที่ประสานมือกับเจ้าสาวไว้แน่นด้านล่างของเวที
“ผมขอแสดงความยินดีกับเจ้าสาวและเพื่อนของผม ที่เป็นฝั่ง เป็นฝากะเพื่อนเขาได้เสียที” พิธีกรของงาน หันหน้ามาทางเจ้าบ่าวอีกครั้ง “ไอ้นิลกูขอให้มึงมีความสุขกับน้องหยก มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง จบงานแล้วรีบทำหลานให้กูนะเว้ย” สายตากรุ้มกริ่มของอีกฝ่ายกล่าวทีเล่นทีจริง แต่สามารถเรียกเสียงเฮฮาจากแขกได้เป็นอย่างดี
แต่ชายหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าบ่าว กล่าวออกมาเบา ๆ ด้วยคำว่า ‘เชี่ย’ จนเพื่อนของเขาหยักคิ้วกลับสองถึงสามครั้ง ก่อนจะกล่าวใส่ไมค์
“เอาละครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นมากล่าวขอบคุณกับแขกครับ” พูดจบ เขาก็ผายมือให้เจ้าของงานขึ้นมาด้านบน
เมื่อทั้งสองได้สาวเท้าขึ้นมาบนเวที เป็นจิรณัฐที่เป็นฝ่ายรับไมค์มาจากเพื่อนชายหรือพิธีกร ก่อนที่จะปลีกตัวเองยืนข้าง ๆ เวที
“อะ เอ่อคือ...ผมอยากจะกล่าวขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมงานของผมในคืนนี้ ขอบคุณญาติพี่น้องของผมที่มางานให้เกียรติผมและภรรยา ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ยอมสละงานสละเวลาเพื่อมางานแต่งของเพื่อนที่ไม่เอาไหน และผมขอขอบพระคุณ ผู้มีพระคุณของผมและเจ้าสาวที่ยอมรับในตัวผู้ชายคนนี้” จิรณัฐยกมือไหว้กล่าวขอบคุณแขกที่มาในงาน รวมไปถึงบิดาและมารดาของเขากับของโสธิยา ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะด้านข้าง
หลังจากที่จิรณัฐกล่าวจบเสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มไปทั่วห้องโถงก่อนจะยื่นไมค์ให้กับเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“หยกขอขอบพระคุณทุกท่านเช่นกันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นแม่งานที่จัดหาสถานที่ จัดหาชุดงานแต่งที่เหมาะสมกับพวกเราทั้งสอง รวมไปถึงการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง และหยกขอขอบพระคุณแขกในงานทุกท่านนะคะ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องของหยก เพื่อน ๆ ที่ยอมมางานแต่งของหยก ถึงแม้ว่าบางท่านไม่สะดวกมาก็ตาม และหยกขอขอบพระคุณคุณพ่อ คุณแม่ของพี่นิล และคุณพ่อคุณแม่ของหยก ที่ให้พวกเราได้อยู่กันฉันสามีภรรยา” ในระหว่างที่เธอกล่าว ก็ได้พนมมือขึ้นมาพร้อมกับขอบคุณทุก ๆ คนที่มาในงานของพวกเขา
เมื่อหญิงสาวกล่าวจบก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นมาอีกครั้งจากแขกที่มาร่วมงาน พิธีกรอย่างธราธิปที่อยู่ข้างเวที ก็ได้สาวเท้าเข้ามา โสธิยาจึงได้ยื่นไมค์ให้เขา
“เจ้าสาวและเจ้าบ่าวได้กล่าวไปแล้ว เรามาฟังฝ่ายญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองกันบ้างนะครับ ผมขอเรียนเชิญคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวกล่าวมาอวยพรบนเวทีสักหน่อยนะครับ” เมื่อพิธีกรกล่าวจบ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเขาที่ผายมือให้ผู้ใหญ่ทั้งสองขึ้นมายังบนเวที
ผู้ใหญ่ทั้งสี่ก็ได้สาวเท้าขึ้นมาทีละคู่ พร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้า ก่อนที่บิดาของฝ่ายเจ้าบ่าวได้ยื่นมือไปรับไมค์ด้วย ในขณะที่มือของเขาประสานมือภรรยาของตนที่อยู่ข้าง ๆ
“พ่อกับแม่ก็ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุข หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน ไม่ว่าจะทุกข์หรือจะสุขขอให้ลูกทั้งสองอยู่เคียงข้างกันไปจน แก่เฒ่าเหมือนอย่างพ่อและแม่” บิดากล่าวจบ เสียงโห่ร้องของญาติพี่น้อง พร้อมกับเสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะยื่นไมค์ให้กับอีกฝ่าย
“แม่กับพ่อดีใจที่ลูกของแม่ได้มีครอบครัว มีคู่ชีวิตที่ดี ที่คอยอยู่ข้าง ๆ ในวันที่ลูกลำบาก หากเมื่อไหร่ที่ลูกทั้งสองทะเลาะเบาะแว้งกัน แม่อยากให้นึกถึงวันที่เรามีความสุข มีเรื่องอะไรโกรธเคืองกันก็หันหน้าปรับความเข้าใจให้เร็ว และเป็นสามีภรรยาที่มีความสุขให้ชาวบ้านเขาอิจฉา แล้วรีบมีหลานให้แม่ไว ๆ นะ” มารดาของโสธิยาแอบกระซิบเบา ๆ เรียกเสียงหัวเราะและเสียงโห่จากแขกในงานได้ดี
“เอาละครับ เมื่อได้ยินเหล่าคุณพ่อและคุณแม่กล่าวเช่นนี้ ผมขอเรียนเชิญพวกท่านให้ไปพักผ่อนทานอาหารด้านล่างกันต่อนะครับ” ว่าแล้วธราธิปก็ได้ผายมือไปยังผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ให้เชิญไปที่โต๊ะตามเดิม “มีสาว ๆ คนไหนที่ยังโสด ยังไม่มีแฟน หรือสาว ๆ ที่มีแฟนแล้วเชิญมายืนรอหน้าเวทีนะครับ ตอนนี้ถึงช่วงที่เจ้าสาวจะต้องโยนช่อดอกไม้แล้วครับ” เขายังคงกล่าวต่อไป ก่อนจะผายมือให้เจ้าสาวอย่างโสธิยาให้มาด้านหน้าเวที ในมือที่ถือดอกไม้ช่อใหญ่พร้อมกับหันหลังให้แขกที่มาในงาน
“ผมจะเริ่มนับถอยหลังแล้วนะครับ” เขาบอกหญิงสาวที่มาออกันหน้าเวทีอยู่หลายสิบคน มีทั้งสาวใหญ่ สาวแก่ แล้วสาวจริง ๆ มาร่วมสนุกกันขำ ๆ
“สาม” ธราธิปเริ่มนับถอยหลัง ในขณะที่โสธิยาค่อย ๆ ขยับแขนแกว่งไปมา
“สอง” เสียงนับถอยหลังยังคงดังอยู่เป็นระยะ
“หนึ่ง” เมื่อสิ้นเสียงพิธีกร โสธิยาจึงได้โยนช่อดอกไม้จนสุดแขน เสียงเชียร์จากแขกในงาน พร้อมกับเสียงกรีดร้องวี๊ดว๊ายของสาว ๆ หน้าเวที แค่เพียงชั่วครู่ก็พบว่าช่อดอกไม้ช่อนั้นไปอยู่ในมือของผู้หญิงที่มาร่วมงาน ซึ่งเป็นเพื่อนฝ่ายเจ้าบ่าว พร้อมกับโยกช่อดอกไม้ในมือว่าเธอเป็นคนได้มันไป
“แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้ช่อดอกไม้นะครับ หากคุณสาว ๆ ยัง ไม่มีแฟน ผมสามารถเป็นคู่ให้ควงได้นะครับ” ใบหน้ายิ้มแย้มของพิธีกร พร้อมกับเสียงโห่ร้องจากเพื่อน ๆ ที่นั่งมองพวกเขา
++ คำโปรย ++ เมื่อเธอท้องกับเขา แต่แม่ฝ่ายชายกลับไม่ยอมรับแถมยังให้ชายคนรักของตนต้องไปแต่งงานของคนอื่นน้องแฝดที่คลอดก่อนกำหนดด้วยสภาวะจิตใจของผู้เป็นแม่จะเป็นอย่างไร +++ เนื้อหาบางส่วน +++ "พะ แพรว... อ๊ายยย" ธิดาเสียหลัก จึงเรียกสายตาของทุกคน พร้อมกับแพรวที่เข้ามาหาร่างของเธอ "กะ แกละ เลือด..." น้ำเสียงสั่นเครือ มองไปบนพื้น ซึ่งเริ่มมีสีแดง ค่อย ๆ ไหลเจิ่งนอง ใบหน้าของธิดาเริ่มไม่สู้ดี เมื่อเพื่อนสาวของตนบอกว่ามีเลือด จึงทำให้ธิดาก้มไปมองด้านล่าง และก็เป็นอย่างที่เห็น "ธะ ธิดา" นันยศลืมไปเลยว่าตนเองอยู่ในฐานะไหน ร่มที่กางแดดบังลมให้กับขวัญเนตร ก็ร่วงหล่นตกพื้น ก่อนจะรีบปีนข้ามรั้ว ปรี่เข้ามาชอนร่างของธิดามาอยู่ในวงแขน "ฉันจะพาธิดาไปโรงพยาบาล ส่วนเธอค่อยตามไป เตรียมของทุกอย่างของธิดาให้พร้อม และอย่าลืมบอกแม่ด้วย" เขากล่าวเสร็จสรรพ ก่อนจะสาวเท้าไปด้านหน้า เช่นเดียวกับที่แพรววิ่งไปเปิดประตูรั้ว "อุ่น!" ตะโกนลั่น ริมฝีปากที่ขบเม้มเข้าหากัน แววตาเบิกโพลง ไม่ชอบใจที่เขาทำอะไรออกนอกหน้า "ถ้ายังเป็นคน ก็หลีกไปซะ ผมจะไม่ยอมให้ลูกในท้องเป็นอะไรเด็ดขาด" น้ำเสียงเข้มของนันยศ ทำให้ขวัญเนตรต้องสะดุ้ง เพราะตั้งแต่ทั้งสองเป็นสามีภรรยา เขาก็ไม่เคยใช้น้ำเสียงแบบนี้กับหล่อนเลยสักครั้ง
กุมภัณฑ์ เป็นชายหนุ่มที่เกิดในราศี กุมภ์ และเขาเป็นผู้ที่อยู่ในดินแดนของยมโลก เนื่องด้วยได้คำสั่งจากเบื้องบนให้ไปดูแล โมราห์ เป็นเด็กสาวที่อยู่ในการปกครองของ กุมภัณฑ์ แต่มันจะเกี่ยวอะไรกับเธอหรือเปล่านะ ทำไมถึงต้องส่งชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ที่วัน ๆ คลุกคลีสาวงามที่ดินแดนมีแต่กระทะทองแดง ต้นหงิ้ว และเสียงร้องโหยหวยจากพวกวิญญาณที่ทำชั่ว ทว่าเขาจะอดใจได้หรือไม่ ที่ไม่ได้ปลดปล่อยความเป็นชาย
++ คำโปรย ++ ใครจะไปคิดล่ะว่านางจะเข้าไปอยู่ในซีรีส์ที่ได้ชมก่อนนอน จึงทำให้นางได้ไปพบกับท่านแม่ทัพในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งมีจักรพรรดิเฉียนหลงเป็นฮองเต้ในสมัยนั้น แถมท่านแม่ทัพผู้นี้เพิ่งจะโดนหักอกมามาด ๆ อีกด้วย *** เนื้อหาบางส่วน *** “เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้ในเรือนของซูเม่ย ดังขึ้นมาจากด้านนอก พลางรีบปรี่เข้ามาหานายของตน ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าสาวใช้ของตนมาก่อน “เจ้าจะเอะอะโวยวายอันใดกัน ข้ากำลังนั่งปักผ้าให้สามี” ซูเม่ยที่กำลังจดจ่อกับผ้าขาวบาง ที่มีไม้ขนาดสี่เหลี่ยมทับผ้าผืนนั้นเอาไว้ พร้อมกับลายผ้าที่มีรอยร่างเส้นไว้บาง ๆ ให้เป็นลายปัก “กะ… เกิดเรื่องใหญ่ที่เรือนภรรยาเอกของท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ” สาวใช้คนดังกล่าวมีใบหน้าที่ตื่นตระหนก พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ “เกิดเรื่องอันใดของเจ้ากัน ข้ากำลังอารมณ์ดี ๆ เจ้ากลับหาเรื่องมาให้ข้าอารมณ์ขุ่นมัว” คิ้วขมวดเป็นปมของซูเม่ยบ่งบอกว่านางไม่สบอารมณ์จริง ๆ เพราะหลังจากที่ท่านแม่ทัพมาให้ความสุขกับนางถึงในอ่างอาบน้ำ นางจึงปักผ้าให้สามีของตนเป็นการตอบแทน ที่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ลืมนางเสียทีเดียว
เมื่อ 'รมิตา' ต้องมาเป็นเลขาจำเป็นอย่างไม่เต็มใจ เพราะ 'ชัชนนท์' เป็นบอสของเธอ ที่เอาแต่จะหาเรื่องแกล้งเธอตลอดเวลา แต่ทว่ามีอะไรฝั่งใจชัชนนท์กันนะ ถึงได้แกล้งนางเอกของเรา แต่มันมีเรื่องราวอะไรมากกว่านั้น
*** เนื้อหาบางส่วน *** ปลายนิ้วหยาบแตะลงบนกางเกงชั้นในของขวัญจิราอย่างเบา ๆ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วถูขึ้นลงไปมาระหว่างร่องสาวของเธอ ในขณะที่หญิงสาวนั่งจนตัวเกร็ง เพราะเธอไม่เคยรู้สึกยินดีและเต็มใจขนาดนี้มาก่อน “อ๊า! อ๊ะ! อ๊ายยย” คิรากรถูปลายนิ้วขึ้นลงตามจังหวะจากช้าไปเร็ว จนทำให้หญิงสาวหลุดครางเสียงดังออกมาด้วยความเสียว “พี่ขอนะขวัญ” เขากระซิบบอกหญิงสาวที่ตอนนี้นั่งหลับตาพริ้มพร้อมกับขบเม้มริมฝีปากของตนเพื่อกลั้นความเสียวนั้นเอาไว้ ขวัญจิราพยักหน้าตอบเขาแทน เพียงแค่นั้นเขาก็จับกางเกงชั้นในของเธอหลุดออกจากขาขาว ๆ ของเธออย่างเบามือ
หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้
ในชาติที่แล้ว ซูชิงหยวนได้แต่งงานกับหลิงโม่เฉิน ลูกชายคนที่สองของตระกูลหลิง ทั้งคู่เป็นคู่รักนักวิชาการที่ผู้คนยกย่องอย่างมาก แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อขโมยผลงานของเธอ สุดท้ายเธอตกจากตึกเสียชีวิต ซูหยูราน น้องสาวต่างแม่ของเธอ ได้แต่งงานกับหลิงเยี่ยนโจว ลูกชายคนโตของตระกูลหลิง แต่กลับถูกสามีทอดทิ้งเพื่อไปคบกับคนรักเก่า ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวในบ้าน สุดท้ายชีวิตของเธอก็พังทลายและเสียชีวิตพร้อมกับลูกในท้อง เมื่อทั้งสองพี่น้องได้เกิดใหม่ ซูหยูรานรีบแต่งงานกับหลิงโม่เฉิน หวังจะสร้างชีวิตที่รุ่งเรืองเหมือนซูชิงหยวนในชาติก่อน โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกลงในกับดักเดิมและกลายเป็นผู้เสียสละแทน การแต่งงานตามข้อตกลงของซูชิงหยวนกับหลิงเยี่ยนโจวนั้นเริ่มต้นจากการตกลง แต่เมื่อกับดักกำลังจะมาถึง เขากลับปกป้องเธอไว้ “ภรรยาของฉัน ไม่มีใครมีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยว ” การเปลี่ยนคู่ชีวิตของสองพี่น้องในครั้งนี้จะสามารถฝ่าฟันชะตากรรมที่พันธนาการในชาติก่อนได้หรือไม่ และจะสามารถพลิกโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นชีวิตใหม่ที่สดใสได้หรือเปล่า?
เพราะการบนบาลครั้งนั้นทำให้เธอต้องรีบหาสามีเพื่อผลิตลูกไม่อย่างนั้นเธอก็จะต้องเจอกับสิ่งลี้ลับและผู้โชคดีที่จะเป็นพ่อของลูกของเธอก็ดันรุ่นราวคราวพ่อเธอจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร..... ...................................///............................... ทุกคนเชื่อในเรื่องการผิดคำพูดในการบนบานศาลกล่าวกันหรือเปล่า... เรื่องราวที่ไรท์จะเขียนในนิยายเป็นเรื่องที่นางเอกของเราเคยบนบานเอาไว้และเมื่อสิ่งที่บนประสบผลสำเร็จนางเอกของเราก็จะต้องแต่งงานกับผู้ชายคนแรกหลังตื่นเช้าของอีกวันและผู้ชายคนนั้นก็คือ...พระเอกของเราเองค่า.. แต่..แต่..แต่..ว่า...พ่อพระเอกของเราไม่ได้จะยอมง่ายๆเพราะว่านางเอกดันอายุอ่อนกว่าเขายี่สิบกว่าปีเรียกว่ารุ่นลูกยังได้ แต่หากพระเอกของเราไม่ยอมแม่นางเอกของเราก็ต้องตื๊อให้ยอมจนได้... เพราะว่า... เธอ... ไม่อยากจะเจอเรื่องซวยๆอีกต่อไป.. ความสนุกของเรื่องนี้จะเกิดจากความโก๊ะๆเปิ่นๆของนางเอกแถมความลี้ลับที่นางเอกต้องเจอ...มันสร้างความเดือดร้อนให้เธอมากมายจนพระเอกของเราต้องคอยปกป้องนางเอกของเราอยู่ตลอด...นานวันเข้าทั้งสองก็...(คิดกันเอาเอง อิๆๆ) เรื่องราวจะเป็นอย่างไร...ติดตามกันได้ในเรื่อง เสี่ยงรักสัจอธิษฐาน.. ได้เลยนะคะ.. เนื้อหาชื่อคนหรือสถานที่ในนิยายล้วนเกิดจากจินตนาการไม่ได้มีเจตนาอ้างอิงถึงใครหรือสิ่งใดขอทำความเข้าใจ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
รูรักอันบริสุทธิ์เมื่อถูกปลายลิ้นร้อนของชายหนุ่มเป็นครั้งแรกดูเหมือนว่าจะตอบสนองได้เป็นอย่างดี ร่องของนางขมิบรัว สะโพกของนางยกขึ้นยังเด้งเข้าไปหาปากร้อน ฝ่าบาทเก่งกาจยังสามารถแยงลิ้นเข้าไปในรู อันซูเซี่ยถูกทาขี้ผึ้งหอมรอบปากทาง ขี้ผึ้งนี้นอกจากจะมีรสชาติดีส่งเสริมรสน้ำรักของนางแล้วยังมีคุณสมบัติอันวิเศษ แม้จะเป็นหญิงพรหมจรรย์ก็จะไม่รู้สึกเจ็บปวด และเผลอทำร้ายฝ่าบาทจนบาดเจ็บ อี้หลงดูดแบะขาของนางให้กว้างขึ้นแล้วรวบขึ้นไปให้ขาชี้ฟ้า จากนั้นมุดใบหน้าลงมาอย่างหลงใหล “หอมอร่อยเหลือเกิน รู้สึกเหมือนดื่มสุราไม่เมามาย อ้า ข้าชอบยิ่ง หอยของฮองเฮาช่างใหญ่โต ดูโคกเนื้อโยนีแทบจะล้นริมฝีปากของข้า สีแดงเช่นนี้คงไม่เคยผ่านสิ่งใดมาก่อน บริสุทธิ์ยิ่งนัก ซี้ด” นางดิ้นเร่าอยู่ในปาก ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรนอกจากเชื่อฟังในคำของฝ่าบาท “อืม อร่อยยิ่งนัก อ้า ข้าไม่ไหวแล้วขอดูหน้าฮองเฮาของข้าหน่อยเถิด” ดูเหมือนว่าร่องรักของนางยังขมิบ นางไม่อยากให้เขาเงยหน้าขึ้นจากตรงนั้นด้วยซ้ำ อยากถูกปลายลิ้นเลียเช่นนั้นจนกว่านางจะได้รับการปลดปล่อย “อ้า ฝ่าบาทเพคะ อย่าหยุดเพคะ อื้อ” นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ มี 2 เล่มจบ เป็นนิยายแบบพล็อตอ่อน เน้นฉากรักบนเตียงของตัวละครเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ไม่เหมาะสำหรับสายคลีนใส ๆ นะคะ หากใครไม่ชอบอ่าน NC เยอะ ๆ กรุณาเลื่อนผ่าน เพราะเรื่องนี้เน้น NC เป็นหลักค่ะ ซีไซต์ นักเขียน
ห้าปีก่อน เพื่อช่วยเผยจี๋ ท้องของซางหว่านถูกแทงจนบาดเจ็บ ชาตินี้ไม่สามารถมีลูกได้อีก เผยจี๋ที่เคยบอกว่าทั้งชาตินี้ไม่อยากมีลูก สุดท้ายก็ยังมีความคิด “อาศัยท้องคนอื่นอุ้มบุญ” และคนที่เขาเลือกคือ ซูเซวี่ย นักศึกษามหาวิทยาลัยที่หน้าตาคล้ายกับซางหว่าน เผยจี๋ไม่รู้เลยว่า ในวันที่เขาเสนอความต้องการนี้ออกมา ซางหว่านก็ได้ตัดสินใจจะจากเขาไปแล้ว
เดิมทีนางเป็นทายาทของตระกูลแพทย์เทพ แต่จู่ๆ นางก็กลายเป็นบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีที่พ่อไม่สนใจใยดีและแม่ก็เสียชีวิตตั้งแต่ยังนางยังเด็ก ในวันที่นางย้อนยุค นางถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริงที่สังหารฮูหยินจวนโหว นางพยายามพลิกผัน พลิกสถานการณ์ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนาง นางคิดว่าภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้นจบลงแล้ว แต่นางไม่รู้ว่าสิ่งที่นางจะต้องเผชิญคือเหวอันไม่มีที่สิ้นสุด เป็นถึงบุตรีของภรรยาเอกจากจวนเสนาบดีกลับมีอันตรายอยู้รอบตัวมากมาย ทุกคนก็รังแกนางได้ พ่อไม่สนใจนางจะเป็นหรือจะตาย แม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่สนุกกับการทรมานนาง คู่หมั้นชั่วร้ายของนางอยากจะใช้นางเป็นประโยชน์เพื่อขึ้นไปที่สูง และแม้แต่น้องชายแท้ๆ ของนางยังทรยศนาง นางจึงเริ่มต่อสู้กับคนเจ้าเล่ห์ ข่มเหงแม่เลี้ยงของนาง และดูแลน้องชายและน้องสาวของนาง ดังนั้นนางวางแผนที่จะเล่นงานผู้ชายชั่ว เอาคืนแม่เลี้ยง และแก้แค้นน้องๆ ระหว่างที่นางแก้แค้นนั้น นางมีชีวิตที่มีความสุข แต่กลับไม่รู้ว่าไปยั่วยุคนใหญคนหนึ่งเข้าเมื่อไร เมื่อนางจะทำเรื่องไม่ดีหรือฆ่าคน เขาก็ช่วยนางหมด ในที่สุดนางก็อดไม่ได้ที่ถามออกมาว่า "ท่าน แม้ว่าข้าจะทำลายโลกที่ไม่มความยุติธรรมนี้ ท่านก็จะช่วยข้าเช่นกันหรือ" เขาทำหน้าใจเย็น "ตราบใดที่เจ้าอยู่เคียงข้างข้า แม้ว่าจะเป็นโลกใบนี้ ข้าก็สามารถให้เจ้าได้"
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY