นางตายแล้วฟื้น ฟื้นมากับพรสวรรค์ที่สามารถมองเห็นวิญญาณและคุยกับสัตว์ได้ คุยกับผีว่าแปลกแล้ว ยังต้องมาเจอสามีที่ไม่เอาไหนอีก แบบนี้แล้วจะให้นางเป็นภรรยาที่แสนดีได้ยังไง ใครว่านางร้ายก็เชิญเข้ามา...
นางตายแล้วฟื้น ฟื้นมากับพรสวรรค์ที่สามารถมองเห็นวิญญาณและคุยกับสัตว์ได้ คุยกับผีว่าแปลกแล้ว ยังต้องมาเจอสามีที่ไม่เอาไหนอีก แบบนี้แล้วจะให้นางเป็นภรรยาที่แสนดีได้ยังไง ใครว่านางร้ายก็เชิญเข้ามา...
เรือนทางทิศใต้ตอนนี้มืดสนิท มีเพียงเสียงอีการ้องอยู่หน้าเรือนโดยไม่ยอมจากไปไหน ในเวลาที่จันทราปรากฏแสงสว่างอยู่บนฟ้า แต่ในตัวเรือนกลับเงียบเหมือนไม่มีคนอาศัย
สาวใช้ที่เดินเกาะกันกลม หันมองรอบด้านอย่างระแวง อีกไม่นาน ก็จะถึงเรือนด้านหน้าแล้ว แต่ขาพวกนางกลับไม่กล้าขยับเดินต่อไปอีก สาวใช้ที่หวาดกลัวนั้นหันมองซ้ายขวา ได้ยินเหมือนเสียงคนกำลังลับมีด เมื่อเห็นโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้ก็รีบวางถาดอาหาร แล้ววิ่งหนีอย่างรวดเร็ว
ประตูห้องถูกเปิดออกเสียงดัง เอี๊ยดดด ทำให้คนฟังยิ่งสั่นสะท้านจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง คนในเรือนก้าวเท้าออกมา มองจันทราที่ส่องแสงลงมาในคืนนี้
สตรีนางน้อยที่ว่าหันมองอีกาดำที่อยู่บนต้นไม้
“ตงตงมานี่” เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกยังคงเกาะอยู่ที่เดิม จนคนเรียกต้องพูดอีกรอบ “ถ้าเจ้าไม่ลงมา ข้าจะจับกินเป็นนกย่าง อีกอย่างใครใช้ให้เจ้าไปส่งเสียงเรียกสาวตรงนั้น ใช่เวลาที่ไหน”
อีกาดำกระพือปีก หันหน้ามองอีกฝั่ง และไม่ยอมลงไปตามคำสั่ง คนเรียกจึงหันมองรอบกายแล้วหยิบก้อนหินขึ้นปาใส่
“ลงมา เลิกเล่นได้แล้ว ข้าหิวจะแย่อยู่แล้ว ฟงจิวเสร็จหรือยัง”
เสียงลับมีดด้านในเรือนหยุดลง จากนั้นเจ้าของชื่อก็เดินถือมีด เล่มใหญ่ออกมาด้านนอก มือซ้ายชูปลาหนึ่งตัวที่ถืออยู่ให้ดู
“เสร็จแล้วคุณหนู” จากนั้นก็เอาปลาที่ว่าไปวางบนเตาไฟ หันมามองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ
“พวกเราโดนตัดอาหารอีกแล้ว” จานอาหารที่เหลือเพียงสองจาน มีแค่ผัดเนื้อเค็มกับผักกาดดอง “ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเราได้อดตายแน่ เจ้าค่ะคุณหนู”
คุณหนูนั่งลงแล้วคีบอาหารขึ้นกิน “ก็ดีกว่าไม่มีกิน” นางคีบอาหารใส่จานเจ้ากาดำไปด้วย เจ้ากามองเพียงครู่ก่อนสะบัดหน้าไม่ไยดี
“เอ๊ ถ้าเจ้าเลือกมากก็อดไปเลย” เจ้าอีกาดำดูเหมือนจะลังเล มันหันมามองอย่างทำใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะจิกลงไปบนเนื้อเค็มที่ค้างอยู่หลายวัน
“คุณหนูเจ้าขา กว่านายท่านจะกลับมา พวกเราไม่อดตายกันก่อนหรือเจ้าคะ ฮูหยินใหญ่รังแกพวกเราเกินไปแล้ว ถึงยังไงคุณหนูก็เป็นบุตรีของฮูหยินเอกนะเจ้าคะ”
หวังซูเหยามองวิญญาณมารดาที่กำลังนั่งถอนใจอยู่ข้าง ๆ นาง แสดงสีหน้าชัดเจนว่ากำลังโมโหตัวเองที่ตายไปเสียก่อน
“ท่านแม่อย่าโทษตัวเองเลย” นางกล่าวเช่นนี้ หากเป็นคนอื่นได้ยินคงวิ่งหนี แต่เพราะสาวใช้นาง และเจ้าอีกาดำนั้นเห็นภาพนั้นชินตาจึงหันไปทางอื่นแทน
ซูเหยานึกถึงเรื่องตั้งแต่สามเดือนก่อนตอนที่นางตกน้ำ และฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง จำได้ว่าตอนนั้นนางมองเห็นมารดาตน จึงร้องเรียก และพูดคุยอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับกลับมา
คนรอบข้างนางต่างคิดว่านางเสียสติ แต่นางรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้บ้า มีสติครบถ้วนดี เพียงแต่นางสามารถมองเห็นคนตายได้ ได้ยินความคิดของคนอื่นได้ อีกทั้งยังสามารถคุยกับ...
“ถ้าอิ่มแล้วก็ไปที่อื่น” อีกาดำหันมองนางแล้วผงกหัว จากนั้นก็บินไปยังต้นไม้ต้นเดิมเพื่อที่จะหลีสาวอีกครั้ง
ซูเหยานึกสถานการณ์ตอนนี้ นางต้องระเห็จมาอยู่ท้ายจวน ถูกลิดรอนอาหารการกิน แล้วยังถูกปล่อยข่าวลือว่า นางเป็นบ้าเสียสติอีก
รู้สึกว่าแม่เลี้ยงนางจะรังแกนางมากไปจริง ๆ แต่การอยู่ท้ายจวน ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ อย่างน้อยนางก็ได้คุยกับมารดาอย่างเปิดเผย
“กว่าท่านพ่อจะกลับจากชายแดนก็คงอีกหลายเดือน ถึงอย่างไร พวกเราก็ต้องอดทน ถึงไม่มีเนื้อให้กินก็ยังมีปลา” นางชี้ไปยังสระบัว เจ้าปลาที่ว่าตอนนี้กำลังกระโดดหนีหายเกือบหมด เหตุเพราะถูกนางจับกินทุกวัน
ฟงจิวถอนใจอีกรอบ “พวกเราจะยอมถูกรังแกเช่นนี้หรือเจ้าคะ” ใบหน้าสาวใช้บูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ พลางมองคุณหนูที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“หรือพวกเราจะออกไปเผชิญชะตากรรมด้านนอก ข้ารับหน้าที่เป็นหมอดูดีหรือไม่”
ฟงจิวส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่เอาเจ้าค่ะ คุณหนูของบ่าวเป็นถึงบุตรสาวคนโตของเสนาบดีสกุลหวัง จะให้ออกไปเดินเร่ปราบผีได้เช่นไร”
ซูเหยาได้ยินคำว่าปราบผีก็รู้สึกเข้าทาง “แต่ข้ามองเห็นวิญญาณได้ จะไม่ดีได้เช่นไร อีกอย่าง พวกเขาก็ไม่ได้น่ากลัวเสียหน่อย เพียงแต่พูดไม่ได้ และสื่อสารกับพวกเราไม่ได้”
วิญญาณมารดาพยักหน้าเห็นด้วย พอมองบุตรสาวตนที่กินอยู่อย่างลำบากก็ยิ่งเสียใจ ไม่ทันจะทำอะไรต่อก็มีบ่าวรับใช้หิ้วตะกร้าผ้ามากองใหญ่
“ฮูหยินใหญ่บอกให้คุณหนูปักผ้าพวกนี้ให้เสร็จภายในสามวัน”
เพราะว่าทำอะไรนางไม่ได้ แถมเรื่องผีก็ถูกลือไปทั่ว ฮูหยินใหญ่ จึงหาเรื่องเพิ่มจากการทรมานเรื่องข้าวปลาอาหาร ด้วยการมอบงานปักผ้าให้นางอีก
จวนเสนาบดีร่ำรวยเพียงนี้ จะปักผ้าไปขายทำไม ข้ออ้างเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายดูจะมีแต่คนโง่เขลาเท่านั้นที่เข้าใจ ซูเหยามองกองผ้านั้นแล้วก็ลุกขึ้น
“คุณหนู ผ้าพวกนี้ทำยังไงเจ้าคะ”
“วางไว้ตรงนั้นแหละ”
ทำหรือไม่ทำนางก็ถูกลงโทษอยู่ดี แล้วเหตุใดจะต้องลงแรงให้เมื่อยตัวด้วยเล่า ฟงจิวเห็นแบบนั้นก็ร้อน ๆ หนาว ๆ
และเป็นอย่างที่คิด สามวันถัดมาเมื่อแม่นมหลิว คนของฮูหยินใหญ่มาเห็น
“จับนางออกมาลงโทษ”
“ไม่ได้นะเจ้าคะ” ฟงจิวรีบมาขวางทาง แต่ก็ถูกบ่าวพวกนั้นขวางเอาไว้ สุดท้ายก็จับคุณหนูออกมาด้านนอกจนได้
ซูเหยาถูกจับกดลงพื้นหมายจะเฆี่ยนให้ตาย ระหว่างที่แม่นมหลิวของฮูหยินใหญ่สั่งการนั้น บ่าวชายที่กำลังยกไม้ขึ้นมาก็พบว่า
“ทำไมไม่ยก”
“มันหนักขอรับ”
“ไม้แค่นั้นจะหนักเท่าไรเชียว” แม่นมหลิวไม่เชื่อก็รีบเข้ามาคว้า หมายจะนำไปฟาดลงหลังซูเหยาเอง แต่กลับยกไม่ได้เช่นกัน
คนกำลังจะถูกเฆี่ยนเงยหน้า ก็เห็นวิญญาณมารดากำลังนั่งทับ ไม้นั้นอยู่ จากนั้นก็มีลมและฝนมืดฟ้ามัวดิน พร้อมกับเสียงร้องของอีกา แม่นมหลิวและบ่าวพวกนั้นก็มองอย่างระวัง พอเห็นเงาสีดำลอยมาก็ร้องลั่นกระท่อม แล้ววิ่งหนีกันกระเจิง
ฟงจิวรีบประคองคุณหนูขึ้นมา และช่วยปัดฝุ่นออก “ทีแบบนี้ละวิ่งเร็วนัก ดูสิว่าต่อไปจะมาหาเรื่องคุณหนูอีกหรือเปล่า”
“เอาน่า ถึงพวกนั้นไม่มาหาเรื่องข้า ก็ยังหาโอกาสแกล้งข้าได้อยู่นั่นแหละ” ซูเหยาคิดว่าอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่นอน
เรือนตะวันออกซึ่งเป็นเรือนของเจียงฮูหยินในตอนนี้ ซูเหมยผู้เป็นบุตรสาวกำลังวุ่นวายกับการเลือกเสื้อผ้าที่จะไปงานวันเกิดสกุลเหยียนพรุ่งนี้
“ท่านแม่ ท่านว่าชุดนี้ดีหรือไม่”
“ดีที่สุด เสื้อผ้าพวกนี้แม่ล้วนเลือกมาเพื่อเจ้าอย่างดี”
สีหน้าซูเหมยดูมีความสุข “ลูกจะต้องทำให้คุณชายรองเฉิงเคอพอใจในตัวลูกให้ได้”
คุณชายรองเฉิงเคอที่บุตรสาวนางพูดถึงนั้น คือคู่หมายของซูเหยาบุตรสาวคนโตของฮูหยินคนก่อน ที่จริงแล้วเรื่องพวกนี้มีความผิดพลาดอยู่ ตามหลักแล้วซูเหยาต้องหมั้นหมายกับคุณชายจือหยวนมากกว่า แต่เพราะว่านิสัยไม่เอาไหนของอีกฝ่าย เหนียงฮูหยินเลยหมั้นหมายบุตรสาวตนให้กับคุณชายรองเฉิงเคอแทน
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว นางก็แค่ทวงสิ่งที่เป็นของตนจะผิดอะไร ในเมื่อ ซูเหยาไม่สามารถไปได้ และบุตรสาวตนก็เพียบพร้อมพอที่จะออกหน้า ออกตาได้
พวกนางสองคนไปร่วมงานกันอย่างมีความสุข ซูเหมยได้พบกับคุณชายเฉิงเคอสองต่อสอง ก็เลยได้สนทนากันครู่หนึ่ง
“แล้วซูเหยาเล่า ไม่ได้มาด้วยรึ” เฉิงเคอหันมองรอบ ๆ พยายามมองหาซูเหยา แต่ก็ไม่เห็น
คนเป็นน้องสาวหงุดหงิด แต่ก็รู้ว่าตัวเองสามารถทำให้อีกฝ่ายสนใจได้ จึงทำทีเหมือนเป็นลมให้อีกฝ่ายประคองลงนั่ง
“ขอบพระคุณท่านพี่มากเจ้าค่ะ”
“เจ้าควรพักผ่อน” แต่เฉิงเคอกลับไม่ได้สนใจนางสักนิด จึงทำให้นางไม่พอใจ นึกแค้นใจจนพาลมายังกระท่อมท้ายเรือน
ซูเหยาที่กำลังเอามือผิงไฟเพราะหนาวจัด กำลังรู้สึกดีก็มีเสียงประตูเปิดเข้ามา เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นซูเหมย น้องสาวคนดีของนาง
อีกฝ่ายเดินเข้ามา หันมองฟืนในเตาแล้วก็เดินไปหยิบกาน้ำชามาสาดลงไป
“คุณหนูรอง” ฟงจิวรีบห้าม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว กองไฟสุดท้าย ดับไปแล้ว ความหนาวเหน็บเข้ามาแทนที่
“ข้าเกลียดท่าน จำเอาไว้ สิ่งใดที่เป็นของท่าน ข้าจะเอามันมาเป็นของข้าให้ได้!”
นี่ซูเหมยไปกินตีนหมีที่ไหนมา มาถึงก็ด่านางไม่หยุดปาก จากนั้นก็ทำลายข้าวของ ซูเหยาไม่ได้ห้าม นางเพียงแต่จดจำการกระทำของน้องสาวคนดีให้ขึ้นใจ
นางเชื่อคำว่าทีใครทีมัน และเชื่อว่าอีกไม่นานนางจะได้ทำแบบนั้น
“ข้าจะให้ท่านแม่งดส่งอาหารพวกเจ้า พวกเจ้าจะได้อดตายไปเลย”
พูดเสร็จก็กระทืบเท้าจากไป คงเป็นฟงจิวที่ด่าตามหลังไม่หยุด
“ที่พวกเราอยู่ตอนนี้ก็เหมือนตายอยู่แล้ว ไม่ต้องมาขู่”
ถ้าคุณหนูไม่ให้นางแอบเอาเครื่องประดับออกไปขาย พวกนางก็ตายตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้ว แต่ตอนนี้สิ เงินที่มีแทบไม่เหลือแล้ว แล้วพวกนางจะเอาอะไรกิน
“คุณหนู พวกเราจะทำยังไงดีเจ้าคะ”
นั่นสิ ขืนอยู่อย่างนี้ต่อไปได้อดตายแน่
“ขอเวลาข้าคิดอีกนิด อาจจะมีทางอื่นอีก”
เสียงอีกาด้านนอกดังขึ้น นางก็เดินออกไปมอง เห็นเจ้าตงตงคาบอะไรในปาก เมื่อมันทิ้งลงมาก็พบว่าเป็นเครื่องประดับ
“เจ้าไปขโมยใครมา”
“ข้าไม่ได้ขโมย เพียงเอาของของเจ้าคืนมา”
อ้า... แสดงว่ามันเข้าไปในห้องสินสมรสมารดานางแน่ นั่นเป็น สิ่งสุดท้ายที่ทำให้นางอยากมีชีวิตอยู่ อยู่เพื่อรักษาสมบัติของมารดา
“ถ้าอย่างนั้นก็เอามามากหน่อย”
“เจ้าเห็นปากข้าหรือไม่ ที่คาบมานี่ก็เกือบบินไม่รอด”
เจ้านกช่างเถียงนี่ “เลี้ยงเสียข้าวสุก ข้าว่าเอาเจ้าไปย่างกินยังได้ประโยชน์มากกว่าอีก”
“กา กา ใจร้าย ใจร้าย”
ตะโกนร้องไปเลย อย่างไรนางก็ไม่สน เพราะถึงเจ้าตงตงจะช่วยนาง แต่ก็ยังแอบมาแย่งอาหารนางกินอยู่ดี นกอะไร ตัวเท่านี้ แต่กินยังกับควายหนึ่งตัว บ้าไปแล้ว!!
ลู่เจียหง นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังในยุคปัจจุบัน จับผลัดจับพลูลงลิฟต์ก็โผล่ไปยังยุคโบราณ แถมยังอยู่ในชุดเจ้าสาวอีก ถ้าประหลาดแค่นั้นไม่พอคงไม่เป็นไร ถ้าไม่พบว่าตัวเองกำลังถูกตามล่าจากว่าทีสามีที่ยังไม่ทันเข้าหอ งานนี้นางถือคติไม่ยุ่งเกี่ยวต่างคนต่างอยู่ แต่ท่านอ๋องผู้นั้นก็เอาแต่วนเวียนอยู่ข้างตัวนางไม่หยุด แบบนี้นางจะหย่าสำเร็จได้ตอนไหนกัน!!
นายหัว(เถื่อน) กระหายรัก เพราะเป็นลูกมาเฟียถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก จู่ๆ ก็ถูกแม่ตัดหางปล่อยวัดให้เผชิญชะตากรรมด้วยตนเอง เผชิญชะตากรรมไม่ว่า แต่วันแรกเธอก็ทำคนตายแล้ว เหตุการณ์ในวัยเด็กทำให้เธอไร้สติหยั่งคิด เผลอเข้าร้านหรูจนกินไวน์ราคาแพงหมดไปสองแสน แม้จะจำนำของในตัวจนหมดแต่ก็ไม่พอ เพราะกลัวว่าพ่อกับแม่จะรู้ เธอจึงเลือกใช้กายชดใช้แทน แต่ใครคิดว่าหลังจากสิ้นคิดคืนนั้น เธอก็ต้องพบปัญหาไม่รู้จบ
นางถูกขับไล่ออกจากสกุลสามี คนพวกนั้นให้เหตุผลว่านางเป็นตัวซวยทำให้สามีสอบไม่ผ่าน หากแต่ออกมาได้สามวัน เขากลับแขวนโคมไฟสีแดง รับเกี้ยวเจ้าสาวเข้าจวน!!
เจียซินที่อยู่ในชีวิตปั่นปลายนั้น กลับต้องรู้สึกเสียใจที่เลือกเส้นทางรักผิด เมื่อเลือกหนทางใหม่ได้ เธอก็จะเลือกหนทางที่ดีที่สุด และเขาชายที่เธอเคยละทิ้งไปก็กลายมาเป็นคู่ชีวิต ที่พร้อมจะร่ำรวยไปด้วยกัน
ชมดาวต้องทนรับสภาพสถานะเลขาของเจ้านายและสถานะบนเตียงมาตลอดห้าปี เธอคิดว่าอีกไม่นานเขาก็จะขอเธอแต่งงาน หากแต่ว่าเขากลับเห็นเธอเป็นเพียงสถานะรองเท่านั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ต้องแต่งงาน ไม่ใช่กับเธอแต่เป็นคนอื่น เธอจะเลือกจำยอมอยู่ในความลับต่อไป หรือเลือกที่จะเดินออกมาพร้อมกับเด็กในท้อง!!
มิรา กนกชนากาญจน์ดีไชเนอร์ชื่อก้องโลกของห้องเสื้อแบรนด์ดังจากมิลาน อดีตทายาทมหาเศรษฐีคนเดียวของเจ้าสัวปราณ เธอกลับมาบ้านในรอบสิบสองปีหลังจากถูกยื่นคำขาดจากท่านเจ้าสัวว่าจะยกทุกอย่างให้ปถวีกับหลานสาวฝาแฝดของเธอมิราจำต้องพับเก็บความโกรธและทิฐิมานะเอาไว้ รีบกลับมาทวงคืนมรดกหลายพันล้านคืน เธอจะไม่ยอมให้ใครฮุบสมบัติที่เป็นของเธอไปอย่างเด็ดขาด ไม่แม้แต่จะยอมให้สักเศษเสียวกระเด็นไปถึงทายาทนอกสายเลือดอย่างเขา เหมืองปราณปุราอดีตเหมืองใหญ่ที่สุดของเมืองกาญจน์ที่ล่มสลายลงหลายสิบปีถูกกลับมารื้อพื้นขึ้นมาอีกครั้งจากน้ำมือของ “ปถวี”เขาพลิกพื้นผืนดินที่ปล่อยทิ้งร้างมานานให้กลายเป็นฟาร์มปศุสัตว์ครบวงจร ขยายไร่จากสองพันไร่ให้เป็นห้าพันไร่ภายในระยะเวลาเจ็ดปี “ไม่แต่งก็ได้...แต่สมบัติจะถูกแบ่งตามพินัยกรรม” ชายชราบอกด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ “ไม่ได้! หนูไม่ยอมให้สมบัติไปตกอยู่ในมือปลิงเปลือกทองอย่างหมอนั่นเด็ดขาด” “ถ้าอย่างนั้นแกก็ต้องแต่ง ปู่ให้เลือกว่าจะจดทะเบียนกันเงียบๆ หรือ จัดพิธีใหญ่โตที่สุดแต่ไม่ต้องจดทะเบียนก็ได้”
เมื่อสองปีที่แล้ว เพื่อช่วยคนรักในใจ พระเอกถูกบังคับให้แต่งงานกับนางเอก ในใจของเขา เธอเป็นคนน่ารังเกียจและแย่งคนรักของคนอื่น เขาเลยเย็นชาต่อเธอมาตลอด แต่กลับอ่อนโยนและเอาใจใส่กับคนรักในใจถึงเป็นเช่นนี้ เธอยังคงรักเขาอย่างเงียบ ๆ เป็นเวลาสิบปี ต่อมาตอนที่เธอรู้สึกเหนื่อยและอยากจะท้อแท้นั้น เขากลับตื่นตระหนก... เมื่อเธอกำลังจะตายขณะตั้งท้องลูกของเขา ในที่สุดเขาก็ตระหนักว่าผู้หญิงที่เขายอมเอาชีวิตตัวเองไปแลกนั้นก็คือเธอโดยตลอด
นางจิ้งจอกสาวบำเพ็ญตบะมาห้าร้อยปีจนกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ เพื่อให้คงความอมตะ จึงต้องดูดพลังชีวิตของบุรุษ นางจึงใช้ร่างกายงดงามของนางยั่วยวนเหยื่อ ให้หลงเสน่ห์ยอมให้นางจับกิน!
หล่อนเป็นแค่เมียคั่นเวลา คอยปลดปล่อยความใคร่ให้กับเขายามที่ตัวจริงไม่อยู่ ไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียง และไม่เคยมีค่าในสายตาของเขาเลย อลินดา จำต้องเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าบ่าวแทนพี่สาวฝาแฝดที่หนีตัวไปอย่างลึกลับในคืนวันแต่งงานอย่างไม่มีทางเลือก หล่อนคิดว่าเมื่อจบสิ้นพิธีการแล้ว หน้าที่ของตัวเองก็จะหมดไปเช่นกัน แต่หล่อนคิดผิด เมื่อเจ้าบ่าวใช้ร่างกายของหล่อนเป็นตัวแทนของเจ้าสาวตัวจริงตลอดทั้งค่ำคืน แซคคารีย์ แฮซมิลตัน รู้สึกราวกับถูกเหยียบหน้าเมื่อเจ้าสาวตัวจริงหายหน้าไป พร้อมกับที่ญาติพี่น้องฝ่ายหญิงอุปโลกน์น้องสาวฝาแฝดขึ้นมาเป็นเจ้าสาวตัวแทน เขาโมโหจนเลือดขึ้นหน้า และแน่นอนว่าจะต้องมีใครสักคนรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากแม่เจ้าสาวตัวแทนที่จะต้องรองรับความหื่นกระหายของเขา จนกว่าเจ้าสาวตัวจริงจะกลับมา
หวังฉีหลิน อายุ 25 ปีสาวเจ้าหน้าที่การเกษตรและพ่วงมาด้วยเจ้าของสวนสมุนไพรรายใหญ่ เสียชีวิตกระทันหันหลังจากกลับมาจากท่องเที่ยวพักผ่อนและเธอได้เก็บเอาก้อนหินสีรุ้งมาจากพระราชวังโปตาลามาได้เพียงสามเดือน ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ หากตายไปแล้วก็ไม่เป็นไรเพราะเธอเองเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนกระทั่งมีอายุได้ 18ปี ถึงได้ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองตอนนี้เธอ ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้ว เพียงแต่เสียดายที่เธอยังไม่ได้ทำตามความฝันของตัวเองเลย เฮ้อ ชีวิตคนเรานั้นมันแสนสั้น อายุ25 แฟนไม่เคยมี สามียังอยากได้ ไหนจะลูกๆที่ฝันอยากจะมีอีก คงต้องหยุดความหวังและความฝันเอาไว้เท่านี้ เหนือสิ่งอื่นใด ตายแล้วตายเลยจะไม่ว่า แต่ดันตื่นขึ้นมาในร่างหญิงชาวนายากจน ชื่อหวังฉีหลินเช่นเดียวกับเธอพ่วงมาด้วยภาระชิ้นใหญ่ อย่างสามีที่ป่วยติดเตียงและลูกชายฝาแฝดทั้งสอง แถมยังมีภาระชิ้นใหญ่ม๊ากกกมาก กอไกล่ล้านตัวอย่างพ่อแม่สามีและน้องๆของสามี ที่โดนบ้านสายหลักกดขี่ข่มเหงรังแก เอารัดเอาเปรียบและบังคับแยกบ้านหลังจากที่สามีของนางได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุที่หวังฉีหลินต้องมาตายไปนั้นเพราะโดนลูกสะใภ้บ้านสายหลักผลักตกเขาระหว่างที่กำลังยื้อแย่งโสมคนที่หวังฉีหลินขุดมาได้
ผู้ชายหล่อๆ ใครก็ชอบมอง.. โดยเฉพาะผู้หญิง.. ไม่ว่าจะเป็นสาวแก่ แม่ม่าย หากได้เจอคนรูปหล่อ ขอได้มอง ได้อยู่ใกล้ๆ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว.. และยิ่งถ้าได้ร่วมรักกับเขาด้วย จะมีความสุขมากขนาดไหน..
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY