ทำไมคนอื่นถึงได้ไปพบฮองเต้ แต่ทำไมเธอกลับได้พบแต่เจ้าพ่อ ไม่ใช่เจ้าพ่อตลาด แต่เป็นเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ เขาทั้งดุ ทั้งโหด ทั้งหื่น แล้วเธอจะทนไหวไหม ถาม ตอบ!
ทำไมคนอื่นถึงได้ไปพบฮองเต้ แต่ทำไมเธอกลับได้พบแต่เจ้าพ่อ ไม่ใช่เจ้าพ่อตลาด แต่เป็นเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ เขาทั้งดุ ทั้งโหด ทั้งหื่น แล้วเธอจะทนไหวไหม ถาม ตอบ!
กรรณิกา หรือตัวเธอในตอนนี้ก็คือ ชิงเถา ลูกสาวคนสุดท้องของสกุล หลี ตอนที่ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองได้ตายจากอดีตชาติที่แล้วไม่รู้ตัว รู้เพียงว่าเธอมาเที่ยวเมืองจีนโรงถ่ายละครเหิงเตี้ยน กำลังเดินอยู่ถนนเมืองกวางโจว ฮ่องกงสมัยที่เขาถ่ายละครเซี่ยงไฮ้
แล้วเจอกับผู้หญิงสาวสวยใส่ชุดจีนกี่เพ้า เดินผ่านเรียกได้ว่าสวยจนเธอต้องมองตามหลัง หญิงสาวมีรูปร่างที่ผอมเพรียว
ผิวขาวกระจ่าง ดวงตาเรียวยาว จมูกเล็ก ปากได้รูป คิ้วโค้งสวยมน
เธอจำได้ว่าเธอเพียงหยุดนิ่งดูความสวยของเธอ อีกฝ่ายก็หันมามองเธอเช่นกัน จากนั้นหญิงสาวก็ส่งยิ้มให้เธอ ทำให้เห็นรักยิ้มตรงแก้มสองข้าง หากบอกว่าเธอเป็นดาราจีนมาถ่ายทำหนังเธอจะเชื่อโดยไม่สงสัย
หญิงสาวคนนั้นโค้งคำนับ ก่อนส่งสร้อยประคำในมือในเธอ กรรณิกาปฏิเสธไม่รับจากเธอ แต่หญิงสาวยืนยันจะให้จนได้ ก่อนดึงมือแล้วสวมสร้อยประคำหยกสีเขียวให้ ก่อนเดินจากไป
กรรณิกาหันมองสร้อยข้อมือ หากมองให้ชัดจะเห็นเกล็ดสีทองอยู่ภายในเหมือนมันกำลังวิ่งไปมาคล้ายกับสายน้ำ ของมีค่าแบบนี้ไม่ควรให้คนอื่นง่าย ๆ เมื่อเงยหน้ามองก็ไม่เห็นหญิงงามแล้ว จึงเดินต่อไปจนกระทั่งถึงสะพานกำลังจะไปดูพระราชวังต้องห้าม จากนั้นก็มาโผล่ตรงนี้
มันคืออะไร เธอฟื้นมาได้หนึ่งเดือนแล้ว เริ่มทำใจได้ว่าทุกอย่างไม่ใช่ฝัน แต่เป็นเรื่องจริง ตอนแรกคิดว่าจะฟื้นมายุคจิ๋นซีจะได้เป็นฮองเฮา กุ้ยเฟย ซูเฟย หรือไม่ก็ได้กิ๊กกับท่านอ๋อง แต่ทำไมถึงได้มาโผล่เอาแค่ครึ่งทาง แถมมายังตอนที่เจ้าพ่อครองเมืองในเมืองกวางโจว ณ นครเซี่ยงไฮ้
และที่น่าเจ็บใจก็คือ ตอนนี้เธออยู่ในร่างผู้หญิงที่ให้สร้อยประคำแก่เธอ
มันคืออะไร เธอจะบ้าตาย ขอตายแล้วไปเกิดเป็นฮองเฮาได้ไหม ไม่เอาแบบนี้อยากเจอท่านอ๋อง อยากรักฮ่องเต้ ไม่ใช่เป็นคนขายผัก
ไม่ทันขาดคำเสียงอาม่าชิงหลินในร่างนี้ก็เรียกเธอ
“ชิงเถา ตื่นได้แล้ว ตะวันจะตรงหัวแล้ว” เธอมองไปยังฟ้ายังไม่สว่างเลย ตอนนี้คงประมาณตี 5 อยู่ ถ้าสมัยเธอเรียกว่ายังไม่เช้า แต่ที่นี่เรียกว่าสาย
ว่าแล้วก็ลุกจากเตียงหันมองพี่สาวอีกสองคนที่ตอนนี้แต่งตัวเสร็จแล้วพร้อมสำหรับไปทำงานรดน้ำผัก พรวนดินตอนเช้า
พี่สาวของเธอ คนโตชื่อว่า ชิงลี่ คนที่สองชื่อชิงหรู ส่วนเธอที่อยู่ในร่างเป็นลูกสาวคนสุดท้อง ชื่อ ชิงเถา มีป๊าหรือบิดาชื่อชิงลู่ ครอบครัวนี้มีเพียงห้าคน ส่วนมารดาของร่างนี้จากไปตั้งแต่ยังเล็ก
ว่าด้วยบิดาของร่างชิงเถานั้น มีอาชีพขายผักในตลาด
ซึ่งทุกเช้าตรู่จะตัดผักใส่รถเข็นส่งตามร้านอาหาร ไนต์คลับ จากนั้นที่เหลือก็จะตั้งขายในถนนกวางโจวที่เธอเคยเดินเที่ยวในชาติก่อน
เธอหันมองพวกพี่สาวที่เรียกให้รีบ ก่อนที่จะโดนอาม่าเฆี่ยนหากไม่ลงจากเตียงอีก ใครใช้ให้เธอเป็นหญิงใช้แรงงานกัน ว่าแล้วก็รีบลุกเพราะยังจำรสของหวายพิฆาตของอาม่าได้ดี
ตอนที่เธอฟื้นขึ้นมาพบว่าร่างนี้ตกน้ำตรงสะพานที่เธอข้ามภพชาติที่แล้ว และเมื่อนอนซมด้วยพิษไข้ไม่นานก็ตาย ส่วนเธอก็มาสวมร่างนี้แทน ตอนแรกพวกเขาต่างตกลงแล้วว่าจะไม่รักษาเพราะบ้านหลังนี้ไม่มีแม้แต่ซื้อข้าวสารกรอกหม้อ เรียกได้ว่าจนแสนจนได้อีก
และเมื่อเธอฟื้น เธอก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี พอหายไข้พวกเขาก็ใช้งานเธอเหมือนเดิม ยังจำได้ว่าวันแรกเธอต้องถอนวัชพืชอยู่ครึ่งวัน มันเป็นอะไรที่น่าจดจำมากที่สุดมองสองมือที่สากก็บอกได้ว่าร่างนี้ทำมาตั้งแต่เด็ก
ทำไมเธอไม่สังเกตว่ามือเธอหยาบ จะได้ระวังตัวไว้ก่อน ทำไมไม่เจอกุ้ยเฟยแต่เจอลูกสาวคนขายผัก เธอไม่เข้าใจ สวรรค์บอกฉันที!
“ชิงเถารีบหน่อยอาม่าออกมาแล้ว” เท่านั่นแหละ คนที่คร่ำครวญโทษสวรรค์ก็รีบลุกจากเตียงแล้วรีบวิ่งออกไปรับผักจากพี่สาวทั้งสอง มองไปยังบิดาที่กำลังนั่งจิบชาอย่างสบายใจ
เฮ้อ เบื่อระบบผู้ชายเป็นใหญ่จัง หลังจากตัดผักใส่รถเข็นเต็มแล้ว ก็ได้เวลาบิดาลุกขึ้นแล้วลากรถเข็นไปตามทาง วันนี้เป็นวันแรกที่เธอได้ตามบิดาออกไปขายผัก เพราะพี่สาวทั้งสองคนเกิดเป็นประจำเดือนพร้อมกัน คนที่ไม่มีประจำเดือนอย่างเธอเลยถูกใช้งานแทน ใช่เด็กสาวร่างนี้อายุแค่สิบสามปี ที่ยังไม่โตเป็นสาว
ว่าด้วยอายุเธอในยุคก่อน อายุยี่สิบห้าแล้ว ต่างกับในร่างนี้ถึง 12 ปี สวรรค์เมตตาเธอมากเลยอยากให้เธอใช้ชีวิตลำบากเพื่อทดสอบชีวิต
เธออยากตาย เข็นไปพลางก็โทษสวรรค์ไปพลาง จนถึงร้านอาหารที่เป็นลูกค้าประจำจึงวางมือ กรรณิกามองมือที่แดง ระเรื่อ หันมองเถ้าแก่เนี้ยออกมารับผัก ก่อนส่งเงินให้บิดา เมื่อได้เงินบิดาก็รีบเก็บเข้าในแขนเสื้อ
จากนั้นเธอก็เข็นรถที่เต็มไปด้วยผักไปส่งยังไนต์คลับต่อ มองไปยังไนต์คลับใหญ่ที่สุดในถนนกวางโจว เหมือนกับในหนังที่เธอเคยผ่านตา ทางด้านที่พวกเขามาเป็นถนนเส้นหลัง ซึ่งเป็นทางออกประตูหลังสำหรับพวกคนงาน พ่อครัว และนักร้องที่ใช้เดินเข้าออกเท่านั้น
เธอมองกลุ่มนักร้องสาวสวยชุดสีแดงกี่เพ้าจีนที่ออกมาจากหลังประตู พวกเธอสวยละลานตามองไปยังสีปากแดง และผมที่ดัดเข้าทรง
ทำไมเธอไม่เข้าร่างพวกเธอนะ เฮ้อ! ว่าแล้วก็ได้ยินเสียงบิดาดังจึงจับรถเข็น เข็นมันต่อไป
เมื่อออกจากซอย บิดาเธอก็ชี้ให้เห็นถึงแผงขายที่ประจำ เธอจึงเข็นข้ามถนน หันมองอีกทีก็ตอนได้ยินเสียง เอี๊ยดดดด ยาวลากพร้อมเสียงแตรรถ เธอหันมองยืนค้างแล้วปิดตา โครมไม่ทันแล้ว เมื่อลืมตาจึงเห็นรถเข็นถูกชนจนล้อหลุด ผักที่เหลือที่จะขายก็เทลงบนพื้นไม่เหลือ
“ข้ามถนนมองทางบางสิ” ว่าแล้วรถคันที่ว่าก็เลี้ยวออกไปอีกทาง
คิดจะหนีแม่เหรอ ไม่รู้จักฤทธิ์เจ้าแม่ในชาติที่แล้วซะแล้ว เธอวิ่งตามรถจนกระทั่งถึงไนต์คลับมองไปยังเจ้าของรถที่ลงมา จึงรีบเข้าไปหาความรับผิดชอบ แต่โดนขวางจากพวกชุดดำเสียก่อน ถึงกั้นเธอก็มีปาก ว่าแล้วเธอก็ตะโกนลั่นถนน
“คนไม่รับผิดชอบ คิดจะชนแล้วหนีใช่ไหม ขับรถหรูแต่จิตใจต่ำตม ไม่ต่างจากขอทานข้างถนน แต่งตัวดีเสียเปล่าคนเฮงซวย คน…” กำลังจะด่าแต่ดันเห็นปืนพวกที่ขวางเธอไว้ เมื่อเงยหน้ามองคนในรถที่คิดว่าเป็นเจ้านายลงจากรถแล้ว
เธอกลืนน้ำลายมองเจ้าพ่อตัวจริง สวมใส่ชุดสูทสีดำยาว สวมหมวกสีดำ เมื่อเจ้าพ่อหันมา เธอมองตาค้างมองเจ้าพ่อที่หล่อเหมือนหยางหยางหลุดจากมาจากละคร ชายหนุ่มหันมองเพียงปลายตาก่อนกระซิบกับคนที่อยู่ข้างตัว แล้วเดินเข้าไนต์คลับ
ฟางเทียนฉิน เดินมาหาเธอแล้วล้วงเข้าไปในเสื้อ เท่านั้นแหละเธอรีบยกมือขึ้นกั้นใบหน้า อย่ายิงใบหน้าเชียวนะ ขอฉันตายแบบสวย ๆ
“คุณ คุณ” ได้ยินเสียงเขาเรียก กรรณิกาจึงลดมือลง มองเงินปึกใหญ่จำนวนหนึ่งในมือเขา ถ้าเธอรับเรียกได้ว่าสบายไปเดือนหนึ่ง หญิงสาวรับมาคำนวณค่าเสียหายแล้วหยิบออกมาสิบใบ ก่อนส่งกลับให้ชายหนุ่ม
“ฉันไม่เคยเอาเปรียบใคร ที่คุณให้มันมากกว่าค่าเสียหายที่ฉันได้รับ” เมื่อได้เงินพอที่จะซื้อรถเข็นคันใหม่เธอก็หันหลังทันที
ฟางเทียนฉินมองร่างบางที่สวมเสื้อกี่เพ้าเก่าเดินจากไป คนแบบนี้เขาพึ่งเคยเจอ คนที่ไม่โลภโดยเฉพาะคนจน ปกติแล้วมักจะมีคนเข็นรถมาขวางประจำ แต่เจ้านายของเขาก็ไม่เคยเอาเรื่อง เพียงแต่ให้เงินไป แต่ทุกรายเมื่อได้เงินปึกนี้ก็จะขอเพิ่มอีก แต่วันนี้หญิงสาวคนนี้กลับส่งเงินคืนให้ เป็นเรื่องแปลกแบบนี้เขาไม่พลาดที่จะรายงานเจ้านายของเขา มองไปยังเจ้านายที่กำลังนั่งอยู่ด้านบนตรงห้องส่วนตัวกับคุณเจียวมิ่ง คนคุ้มไนต์คลับแห่งนี้ ตอนนี้เจ้านายกำลังมองไปยังตัวเลขบัญชี
จางเฟยหมิง หรี่ตามองจนแทบจะถึงจมูกก็ยังไม่เข้าใจตัวเลขที่เจียวมิ่งเขียนมาให้ สายตามองไปยังคนที่แน่นทุกคืน แต่ไอ้หมอนี่ดันสรุปว่าขาดทุน
ปัง! เสียงสมุดถูกวางลงโต๊ะเสียงดัง
“ไปหานักบัญชีมา”
“ครับ” เจียวมิ่งหยิบสมุดขึ้นมาแล้วรีบออกไปทันที มองไปยังผู้ช่วยฟางเทียนฉินที่เดินสวน เขารีบตรงไปเทเหล้าให้เจ้านาย ก่อนส่งซิก้าจุดส่งให้เจ้านายแล้วล้วงเงินที่เหลือบนโต๊ะ
จางเฟยหมิงมองไปยังผู้ช่วย รอคำจากเขา
“ลูกสาวคนขายผักบอกว่าเธอรับเฉพาะที่เสียหายเท่านั้น นอกนั้นเธอไม่รับ”
ชายหนุ่มหันมองผู้ช่วยเขาวางซิก้าลง ก่อนยกเหล้าขึ้นมาดื่มไม่ได้สนใจลูกสาวขายผักอีก ตอนนี้เขากำลังสนใจนักร้องกลางเวที
เจียลู่ฟาง นักร้องคนดังประจำคลับที่สวมชุดกี่เพ้าสีแดง กำลังโพกพัดสีแดงที่มีขนนกระย้า ยั่วยวนแขกอยู่หน้าเวที ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วสั่งผู้ช่วย
“ให้ลู่ฟางไปพบฉันที่บ้านด้วย”
“ครับ” เขามองนักร้องสาวแสนสวย ก่อนมองเจ้านายหนุ่มที่เดินออกไปแล้วจึงหันไปสั่งเจียวมิ่ง ก่อนตามออกไป
“ไม่ต้องตาม ฉันจะขับเอง” เมื่อมีเรื่องสำคัญจางเฟยหมิงจะไม่ยอมให้ใครติดตามแม้สักคนเดียว เขามองคืนวันนี้เป็นเดือนมืดสนิท รู้สึกห่วงเจ้านายมากกว่าปกติ
จางเฟยหมิงขับรถออกจากถนนกวางโจวไปตามเส้นทางถนนลูกรัง มองไปรอบข้างทางมีเพียงพืชสวนและนาข้าว เมื่อไปถึงเนินเขาสูงก็มีคนที่นัดหมายรออยู่แล้ว เสียงรถที่ค่อนข้างดังทำให้คนที่คอยหันมอง ขยับมือเข้าไปยังเสื้อสูทยาวเพื่อเตรียมการเมื่อแสงไฟถูกปิดลง จึงได้เห็นว่าเป็นคนที่นัดเจอ
คนพึ่งมาลงจากรถ สองมือล้วงกระเป๋าเดินไปหาจางเฟยหลง น้องชายคนสุดท้องของบ้านที่กำลังยืนพิงรถตัวเองอยู่ เขาเดินไปแล้วเอาหลังพิงรถเช่นกัน ก่อนรับซิก้าจากน้องชาย
“เรื่องไปถึงไหนแล้ว”
“ใกล้แล้ว รอเพียงใกล้เป้าหมายอีกนิด”
“รีบหน่อยไม่เช่นนั้นพวกมันจะหาเรื่องมาอีก” เขาย้ำอีกครั้งก่อนอธิบายแผนการกำลังคุยไปได้ครึ่งหนึ่ง จู่ ๆ ก็มีเสียงปืนดัง ปัง!
“หลบเร็ว” ทั้งสองหลบลงด้านล่าง จางเฟยหมิงมองดูแขนที่เต็มไปด้วยเลือดบอกให้น้องชายรีบหนีไป
จากนั้นเสียงปืนก็ดังไปทั่ว เขาหันมองป่าไผ่ข้างทางจึงวิ่งเข้าไปเพื่อเป็นตัวล่อไม่ให้พวกมันตามน้องชายตัวเอง หันมองไปยังป่าไผ่เสียงฝีเท้าพวกมันเข้ามาใกล้จากนั้นพวกมันก็โผล่หัวออกมา
ตอนนี้เขาถูกล้อมโดยพวกชายชุดดำปิดหน้าปิดตา เขามองไปยังอาวุธดาบที่ถือ พวกเหมาเจ๋อตง
“คิดจะฆ่าคนอื่น แต่ไม่กล้าเปิดหน้าเปิดตา ช่างมีศักดิ์ศรีดีจริง ๆ” เสียงจางเฟยหมิงเอ่ยเย้ยพวกมัน ก่อนเห็นคนที่อยู่ตรงหน้าส่งเสียงฮึ แล้วใช้ดาบฟันทันที
เขาพยายามสู้กลับแต่จะสู้พวกมันที่มีถึงสามคนได้ยังไง หลังจากถูกฟันไป 5 ครั้ง เขาพยายามวิ่งหลบเข้าป่าไผ่และแอบซ่อนตัว อาจเพราะเป็นคืนเดือนมืดพวกมันจึงหาเขาไม่เจอ ชายหนุ่มทรุดลงที่บ้านเก่าโทรมหลังหนึ่ง มองไปยังแสงเทียนกำลังจะยกมือเรียกให้ช่วยแต่ก็สลบไปก่อน
ลู่เจียหง นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังในยุคปัจจุบัน จับผลัดจับพลูลงลิฟต์ก็โผล่ไปยังยุคโบราณ แถมยังอยู่ในชุดเจ้าสาวอีก ถ้าประหลาดแค่นั้นไม่พอคงไม่เป็นไร ถ้าไม่พบว่าตัวเองกำลังถูกตามล่าจากว่าทีสามีที่ยังไม่ทันเข้าหอ งานนี้นางถือคติไม่ยุ่งเกี่ยวต่างคนต่างอยู่ แต่ท่านอ๋องผู้นั้นก็เอาแต่วนเวียนอยู่ข้างตัวนางไม่หยุด แบบนี้นางจะหย่าสำเร็จได้ตอนไหนกัน!!
นายหัว(เถื่อน) กระหายรัก เพราะเป็นลูกมาเฟียถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก จู่ๆ ก็ถูกแม่ตัดหางปล่อยวัดให้เผชิญชะตากรรมด้วยตนเอง เผชิญชะตากรรมไม่ว่า แต่วันแรกเธอก็ทำคนตายแล้ว เหตุการณ์ในวัยเด็กทำให้เธอไร้สติหยั่งคิด เผลอเข้าร้านหรูจนกินไวน์ราคาแพงหมดไปสองแสน แม้จะจำนำของในตัวจนหมดแต่ก็ไม่พอ เพราะกลัวว่าพ่อกับแม่จะรู้ เธอจึงเลือกใช้กายชดใช้แทน แต่ใครคิดว่าหลังจากสิ้นคิดคืนนั้น เธอก็ต้องพบปัญหาไม่รู้จบ
นางถูกขับไล่ออกจากสกุลสามี คนพวกนั้นให้เหตุผลว่านางเป็นตัวซวยทำให้สามีสอบไม่ผ่าน หากแต่ออกมาได้สามวัน เขากลับแขวนโคมไฟสีแดง รับเกี้ยวเจ้าสาวเข้าจวน!!
เจียซินที่อยู่ในชีวิตปั่นปลายนั้น กลับต้องรู้สึกเสียใจที่เลือกเส้นทางรักผิด เมื่อเลือกหนทางใหม่ได้ เธอก็จะเลือกหนทางที่ดีที่สุด และเขาชายที่เธอเคยละทิ้งไปก็กลายมาเป็นคู่ชีวิต ที่พร้อมจะร่ำรวยไปด้วยกัน
ชมดาวต้องทนรับสภาพสถานะเลขาของเจ้านายและสถานะบนเตียงมาตลอดห้าปี เธอคิดว่าอีกไม่นานเขาก็จะขอเธอแต่งงาน หากแต่ว่าเขากลับเห็นเธอเป็นเพียงสถานะรองเท่านั้น จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ต้องแต่งงาน ไม่ใช่กับเธอแต่เป็นคนอื่น เธอจะเลือกจำยอมอยู่ในความลับต่อไป หรือเลือกที่จะเดินออกมาพร้อมกับเด็กในท้อง!!
ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
หล่อนเป็นแค่เมียคั่นเวลา คอยปลดปล่อยความใคร่ให้กับเขายามที่ตัวจริงไม่อยู่ ไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียง และไม่เคยมีค่าในสายตาของเขาเลย อลินดา จำต้องเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าบ่าวแทนพี่สาวฝาแฝดที่หนีตัวไปอย่างลึกลับในคืนวันแต่งงานอย่างไม่มีทางเลือก หล่อนคิดว่าเมื่อจบสิ้นพิธีการแล้ว หน้าที่ของตัวเองก็จะหมดไปเช่นกัน แต่หล่อนคิดผิด เมื่อเจ้าบ่าวใช้ร่างกายของหล่อนเป็นตัวแทนของเจ้าสาวตัวจริงตลอดทั้งค่ำคืน แซคคารีย์ แฮซมิลตัน รู้สึกราวกับถูกเหยียบหน้าเมื่อเจ้าสาวตัวจริงหายหน้าไป พร้อมกับที่ญาติพี่น้องฝ่ายหญิงอุปโลกน์น้องสาวฝาแฝดขึ้นมาเป็นเจ้าสาวตัวแทน เขาโมโหจนเลือดขึ้นหน้า และแน่นอนว่าจะต้องมีใครสักคนรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากแม่เจ้าสาวตัวแทนที่จะต้องรองรับความหื่นกระหายของเขา จนกว่าเจ้าสาวตัวจริงจะกลับมา
แต่งงานมาแล้วสี่ปีแต่เพิ่งได้มีอะไรกับสามีไม่นาน เฉียวหนานซีก็ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจขึ้นมา เธอดีอกดีใจคิดจะบอกข่าวดีแก่สามี แต่กลับพบว่า เขามีคนอื่นที่คอยอยู่ข้างๆ มานานแล้ว และหญิงสาวคนนั้นก็มีลูกของเขาด้วยเช่นกัน เพราะรักมาก เธอจึงยอมทนต่อทุกการละเลยของเขา พร้อมคืนที่ต้องอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่เมื่อเขายอมให้แฟนเก่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยไม่ปรานีและประกาศว่า "ซินฉือท้องลูกของตระกูลฟู่" เฉียวหนานซีจึงตื่นรู้ว่า รักที่มีมาสี่ปีนั้นกลับสูญเปล่า ในเมื่อเขาไม่ซื่อตรง เธอจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป ในข้อตกลงการหย่า เฉียวหนานซีเน้นข้อความหนาว่า "สี่ปีของการแต่งงานที่ไร้เพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายไม่สามารถทำหน้าที่สามีได้" หลังจากนั้น เธอก็จากไปอย่างสง่างาม ทำวิจัย เปิดแกลเลอรี งานของเธอเจริญรุ่งเรือง และคนที่เคยแอบรักเธอก็มาปรากฏข้างๆ ฟู่จิงหวยมองผู้หญิงใต้แสงแฟลชที่แสงสว่างเจิดจ้าเต็มไปด้วยความอิจฉา จากนั้นก็กอดเธอในอ้อมกอดแล้วถามว่า "เฉียวหนานซี เธอลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นสามีของเธอ " เฉียวหนานซียิ้มเย้ยหยัน "ฉันโสด ไม่ต้องมายุ่ง"
หลิวซือซือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่นอกจากรูปร่างหน้าตาที่สวยหยดย้อยแล้ว แทบจะไม่มีความสามารถหรือความโดดเด่นในเรื่องอื่น และหากจะว่ากันไปหญิงสาวก็เป็นคนที่ค่อนข้างใสซื่อบริสุทธิ์อยู่ไม่น้อย เพราะได้รับการรับเลี้ยงประดุจไข่ในหินจากผู้เป็นพ่อและแม่ที่มีฐานะไม่ธรรมดา เธอรักในอาชีพนักแสดงแม้พ่อแม่จะคัดค้านแต่สุดท้ายก็ตามใจเธอเพราะไม่ต้องการให้ลูกสาวเสียใจ อยู่มาวันหนึ่งด้วยบทบาทที่ต้องแสดงในซีรีส์ย้อนยุค ทำให้พ่อของเธอหาขลุ่ยโบราณเล่มหนึ่งมาให้ ตั้งแต่ได้รับขลุ่ยมาหลิวซือซือก็มักฝันประหลาด ว่าเธอได้พบผู้ชายคนหนึ่งในเขาเป็นแม่ทัพอยู่ระหว่างสงครามอีกทั้งตนเองยังมีโอกาสช่วยเขาหลายครั้ง ที่น่าประหลาดใจคือ ฝันนั้นของเธอเหมือนจะเป็นความจริงไปแล้ว เขาคือใครและเกี่ยวข้องกับเธอด้วยเหตุใด ทำไมเธอจึงมักฝันประหลาดเช่นนี้???
เพื่อทำตามข้อตกลง ทำให้เธอต้องตั้งท้องลูกของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง แต่แล้วเธอก็ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายที่ได้หมั้นหมายกับเธอไว้ตั้งแต่เด็ก พวกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงแค่การตกลงเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น แต่ทั้งสองกลับต้องตกหลุมรักอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะถึงเวลาคลอด วันหนึ่ง เขายื่นข้อตกลงการหย่าให้เธอ ทำให้เธอตื่นจากความฝันทันที แต่แล้ว เขาก็มาบอกกับเธอว่า ที่รักจ๋า คนที่ผมรักคือเธอตลอด
© 2018-now MeghaBook
บนสุด
GOOGLE PLAY