ดาวน์โหลดแอป ฮิต
หน้าแรก / โรแมนติก / ลิขิตแค้นแสนรัก
ลิขิตแค้นแสนรัก

ลิขิตแค้นแสนรัก

4.9
229 บท
264K ชม
อ่านเลย

เกี่ยวกับ

สารบัญ

เมื่อสามปีก่อน ครอบครัวมัวร์ได้คัดค้านการแต่งงานของชาร์ลสกับไรลีย์ผู้หญิงที่เขารัก และบังคับเขาให้แต่งงานกับสการ์เล็ตต์ แต่ชาร์ลสไม่ได้รักสการ์เล็ตต์ อันที่จริงเขาไม่ชอบหน้าเธอด้วยซ้ำไป ไม่นานหลังจากที่พวกเขาแต่งงานกัน สการ์เล็ตต์ก็ได้รับจดหมายตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยที่เธอใฝฝัน ซึ่งทำให้เธอปลื้มปิติเป็นอย่างมาก สามปีต่อมาไรลีย์ป่วยหนัก ชาร์ลส์ตัดสินใจเรียกสการ์เล็ตต์ให้กลับมา และขอหย่ากับเธอเพื่อทำตามความปรารถนาสุดท้ายของไรลีย์ การตัดสินใจอย่างกะทันหันของชาร์ลส์ทำให้สการ์เล็ตต์ปวดใจเป็นอย่างมาก แต่เธอก็เลือกที่จะเซ็นใบหย่า และปล่อยเขาไป ทว่าชาร์ลส์กลับชะลอการหย่า ทำให้สการ์เล็ตต์รู้สึกสับสน และไม่พอใจ ขณะนี้ความลังเลของชาร์ลส์ ทำให้สการ์เล็ตต์ยังไม่ได้รับอิสระ เธอจะหลุดพ้นจากเขาได้หรือไม่? แล้วสุดท้ายชาร์ลส์จะรู้ตัว และสามารถเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองได้หรือไม่?

บทที่ 1 กลับมาเพื่อหย่า

ซือเจียเหลย:

ฉันออกมาจากห้องน้ำโดยสวมชุดนอนกระโปรงเซ็กซี่ตัวหนึ่ง เป็นผ้าลูกไม้ที่มีความโปร่งบางและเย้ายวน เป็นแบบโลว์คัท โชว์ช่วงเอว กระโปรงสั้นจนปิดได้แค่บั้นท้าย

เฉินหลีซือที่ยืนอยู่ด้านหน้าของหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานหันหน้ากลับมา เขาสวมชุดคลุมอาบน้ำลายทางสีดำตัวหนึ่ง ผูกปมที่เอวไว้อย่างลวก ๆ ที่แผงอกอันกำยำของเขาเปลือยครึ่งท่อน

สายตาของเขาจับจ้องมาที่ตัวของฉัน แล้วทันใดนั้นแววตาของเขาก็ลุกเป็นไฟขึ้นมา

ฉันจึงรู้ได้ทันทีว่า ฉันดึงดูดความสนใจจากเฉินหลีซือสำเร็จแล้ว

ฉันแต่งงานกับเฉินหลีซือมาสามปีแล้ว แต่ฉันกับเขาไม่เคยได้เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ เลย

ฉันรู้ว่าเขามีคนที่เขาชอบอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ฉัน ดังนั้นหลังจากที่แต่งงานกัน ฉันจึงไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสทันที

เมื่อหลายวันก่อน คุณย่าของเฉินหลีซือโทรมาหาฉัน และบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่ตระกูลเฉินจะต้องมีเด็กเพิ่มขึ้นมาสักที

ฉันเข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร ถ้าให้พูดตามตรง ฉันก็ไม่ได้รู้สึกไม่โอเคอะไรเลย แถมยังรู้สึกยินดีเสียด้วยซ้ำ

เพราะ ในที่สุดฉันก็มีเหตุผลที่จะได้กลับไปหาเฉินหลีซือแล้ว

ผู้ชายที่ฉันคิดถึงมาตลอดสามปี

ฉันเดินไปหยุดอยู่ต่อหน้าเฉินหลีซือช้า ๆ โดยเอามือทั้งสองข้างไพล่หลังเอาไว้ แล้วก็ปล่อยให้เขามองมาที่ฉันจากระยะไกลได้อย่างเต็มที่

ฉันเห็นถึงความตกตะลึงในแววตาของเขา

“มานี่มา” เสียงของเฉินหลีซือมีความแหบแหบเล็กน้อย ราวกับถูกกระดาษทรายบาดเส้นเสียงอย่างไรอย่างนั้น

ฉันกัดริมฝีปากล่างเบา ๆ แล้วก็ค่อย ๆ เดินเข้าใกล้เขา จากนั้นก็เอามือทั้งสองข้างโอบรอบคอของเขาเอาไว้

ฝ่ามือของเฉินหลีซือที่ร้อนระอุแตะมาที่เอวของฉัน เขาโน้มตัวเข้ามาที่ข้างหูของฉันและพูดว่า “นี่คุณกำลังอ่อยผมอยู่เหรอ?”

ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขารดอยู่ที่ข้างหูของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

“แล้ว ฉันทำสำเร็จไหมล่ะ?”

เฉินหลีซือหรี่ตามองฉัน แล้วทันใดนั้นเขาก็เผยรอยยิ้มออกมา “นี่คือสิ่งที่คุณได้เรียนรู้มาจากที่ฝรั่งเศสตลอดหลายปีที่ผ่านมางั้นเหรอ?”

“คุณชอบรึเปล่า?” ฉันตั้งหน้าตั้งตารอคำตอบ หัวใจของฉันเต้นแรงผิดจังหวะ

“ซือเจียเหลย คุณสวยมาก” เสียงของเขาเบาและนิ่งมาก

เขากำลังชื่นชมฉันอยู่ หมายความว่า ในใจของเขามีฉันอยู่แล้วใช่ไหม?

“เฉินหลีซือ พวกเรา......”

“ซือเจียเหลย เราหย่ากันเถอะ!”

เราสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน

สมองของฉันมันว่างเปล่าไปหมด คำพูดที่ฉันยังไม่ได้พูดออกมามันถูกชะงักไปทันที

ฉันกำลังจะบอกว่า เฉินหลีซือ เรามามีลูกกันเถอะ......

แต่เขากลับต้องการที่จะหย่ากับฉัน

เฉินหลีซือถอยหลังไปสองก้าว ราวกับจงใจเว้นระยะห่างจากฉัน “ร่างกายของเหรินธากำลังจะยื้อไม่ไหวแล้ว ผมต้องการแต่งงานกับเธอ”

ที่แท้ ข่าวในสื่อต่าง ๆ ที่บอกว่าเขากับเหรินธากำลังจะแต่งงานกันมันก็เป็นเรื่องจริงทั้งหมด

ฉันเองนั่นแหละเป็นคนที่คิดไปเองฝ่ายเดียวว่า นักข่าวเขียนข่าวขึ้นมาแบบมั่ว ๆ

“หลังจากหย่ากันแล้ว ผมจะให้เงินชดเชยคุณเพิ่มอีกหนึ่งร้อยล้านตามเนื้อหาในสัญญา” น้ำเสียงของเขาเบาและสงบนิ่งมาก แต่ฉันกลับไม่สามารถที่จะโต้แย้งอะไรได้เลย

น้ำตาร้อน ๆ ไหลออกมาจากเบ้าตาของฉัน ฉันรีบก้มหน้าลงทันที ไม่อยากให้เฉินหลีซือเห็นความเปราะบางนี้ของฉัน

“คุณเป็นอะไรรึเปล่า?”

ฉันรีบเช็ดหน้าตัวเองอย่างรวดเร็ว แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกว่า “ฉันไม่ได้เป็นอะไร ฉันแค่รู้สึกดีใจน่ะ”

ในแววตาของเฉินหลีซือดูสงสัยอย่างมาก:“ดีใจอะไรเหรอ?”

“ในที่สุดก็ไปจากคุณได้สักที แล้วจะไม่ให้ฉันดีใจได้ยังไงล่ะ?” ฉันพูดไปด้วยน้ำเสียงติดตลก ด้วยความที่กังวลว่าเขาจะไม่เชื่อฉัน ฉันจึงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะยิ้มออกมาให้ดูสดใสที่สุด

ทันใดนั้น สีหน้าของเฉินหลีซือก็มืดมนลง แล้วเขาก็พูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “หึ คุณคงจะคิดได้แล้วสินะ”

ฉันพยายามฝืนยิ้มออกมาอย่างเต็มที่ “แล้วมีอะไรให้ต้องคิดไม่ได้อีกล่ะ?”

ลมเย็น ๆ พัดเข้ามาทางหน้าต่าง กระโปรงของฉันปลิวขึ้นเล็กน้อย

ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ฉันยังสวมชุดนอนที่แสนเซ็กซี่อยู่นี่นา

ช่างน่าตลกสิ้นดี

ฉันหาเสื้อโค้ทตัวหนึ่งมาคลุมตัวเอาไว้ เพื่อปกปิดร่างกายของฉันส่วนที่มันโชว์อยู่ ราวกับว่าทำเช่นนี้แล้วจะทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาได้บ้าง

“ถ้าคุณแต่งงานกับเหรินธา ฉันก็จะได้ไปตามจีบคนที่ฉันชอบสักที ถือว่าเป็นเรื่องดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นเนาะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยไง”

เฉินหลีซือขมวดคิ้ว แล้วก็ถามขึ้นมาว่า “คุณมีคนรักตั้งแต่เมื่อไหร่?”

ฉันพยายามฝืนทนเก็บความเจ็บปวดเอาไว้ แล้วก็จงใจพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายว่า “ประมาณเมื่อหลายปีก่อนแล้วล่ะ......”

ฉันอยากบอกเขาตรง ๆ มากว่า คนที่ฉันรักก็คือเขานั่นแหละ

“บอกชื่อเขามา!”

ฉันไม่คาดคิดเลยว่า เขาจะถามลึกขนาดนี้ วินาทีนั้นฉันจึงไม่รู้ว่าควรจะตั้งชื่อคน ๆ นั้นว่าอะไรดี

ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมา

“เหรินธา? มีอะไรเหรอ?” เฉินหลีซือรับสาย แล้วก็เดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

เมื่อเขาเดินออกมาอีกครั้ง เขาก็ทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว กำลังผูกหูกระต่ายอยู่หน้ากระจกยาวแบบเต็มตัว

“เหรินธามีเรื่องจึงให้ผมไปหา ผมไปก่อนนะ รอผมกลับมา เราค่อยคุยกันอีกที”

หลังจากพูดจบ เขาก็ออกไปทันทีโดยที่ไม่ได้รั้งรออะไรเลย

เหมือนกับเรียกตอนไหนก็มาตอนนั้นได้เลยจริง ๆ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของฉันก็ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย

“เฉินหลีซืออยู่รึเปล่า?” มีเสียงที่หวานหยาดเยิ้มดังมาจากปลายสาย ซึ่งมาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อน ๆ ทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกอึดอัดมาก

แม้ว่าฉันจะไม่ได้ติดต่อเธอมาหลายปี แต่ฉันก็ยังจำเสียงของเหรินธาได้เป็นอย่างดี

ฉันกัดริมฝีปากล่าง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

“เฉินหลีซืออยู่ไหน? เขาสัญญาว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนกับฉันคืนนี้” เหรินธาพูดไปเรื่อยอยู่คนเดียว น้ำเสียงของเธออ่อนหวาน แต่กลับเป็นแหลมแทงใจของฉันมาก

“คุณโทรหาเขาแล้วไม่ใช่รึไง?” ฉันอดไม่ได้ที่จะพูดเหน็บแนมออกไป

“อุ๊ย ฉันลืมไปเลย”

เหรินธาหัวเราะชอบใจออกมา ราวกับเป็นเสียงระฆังที่ดังแสบแก้วหู “ซือเจียเหลย ฉันขอโทษด้วยจริง ๆ นะ ที่ขอให้สามีของคุณมาอยู่กับฉันกลางดึก......”

“สรุปแล้วคุณจะทำอะไรกันแน่?”

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่อยากจะโทรมาทักทายคุณเฉย ๆ แล้วก็อยากจะถามคุณด้วยว่า เฉินหลีซือได้ขอหย่ากับคุณรึยัง?”

จู่ ๆ ก็มีเสียงดังจอแจดังมาจากในโทรศัพท์ เป็นเสียงของเฉินหลีซือที่ดังขึ้นมาจากในสาย “เหรินธา คุณโอเคไหม?”

ช่างเป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนซะจริง ๆ ฉันยังไม่เคยได้ยินเฉินหลีซือพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเช่นนั้นมาก่อนเลย

โทรศัพท์ถูกตัดสายไป

ฉันนอนไม่หลับเลยทั้งคืน

การยั่วยุของเหรินธามันทำให้ฉันนอนไม่หลับ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันเจ็บปวดยิ่งกว่านี้ก็คือ ความเฉยเมยของเฉินหลีซือ

ตลอดทั้งคืน เขาไม่ได้โทรมาหาฉันเลยแม้แต่สายเดียว!

ก็ใช่นะสิ ตอนนี้เฉินหลีซือก็อยู่กับเหรินธาด้วย แล้วเขาจะมาคิดถึงฉันได้ยังไงล่ะ?

ฉันเจ็บปวดมาก ได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสว่าง

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา

เป็นเฉินหลีซือที่ไม่ได้กลับมาเลยทั้งคืน

“วันนี้ไปเจอกับเหรินธาสักหน่อยนะ” น้ำเสียงของเฉินหลีซือไม่ปล่อยให้ฉันปฏิเสธได้เลย

ใต้ขอบตาของเขาดำนิดหน่อย เมื่อคืนเขากับเหรินธาทำทั้งคืนเลยรึไง......

“ฉันต้องทำอะไรบ้าง?” ฉันฝืนยิ้มออกมา

“อย่าทำให้เธอโทษตัวเองและรู้สึกผิด บอกเธอว่า คุณมีคนที่คุณชอบอยู่แล้ว เธอจะได้สบายใจ” เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน แล้วจ้องมองตาฉัน

“ได้”

สีหน้าของเฉินหลีซือดูประหลาดใจ ราวกับว่าเขาไม่คาดคิดว่าฉันจะตอบตกลงอย่างง่ายดายขนาดนี้

“คุณไปอาบน้ำก่อนเถอะ ผมจะไปรอคุณข้างล่าง” เฉินหลีซือพูดจบแล้วก็เดินออกไปทันที

ทันใดนั้นโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นมา เป็นเถียนน่าเพื่อนรักของฉันเอง

“ฮัลโหล เถียนน่า!”

“เพื่อนรัก ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะจ้ะ!”

“ขอบใจนะ”

“คราวนี้จะกลับมาแล้วยังจะไปอีกไหม?”

“ว่าจะยังไม่ไปตอนนี้นะ”

“งั้นก็มาที่สถานีโทรทัศน์ของพวกเราสิ! เธอเรียนนิเทศศาสตร์มา มีเสียงไพเราะ แล้วหน้าตาก็ดี เธอเหมาะมากเลยนะ!”

“ได้สิ”

“ได้เจอเฉินหลีซือรึยัง?” ทันใดนั้น เสียงของเถียนน่าก็เบาลง ราวกับว่าเธอกำลังกระซิบถามหยั่งเชิงดู

“อื้ม”

“เขาบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องนังผู้หญิงเลวคนนั้นไหม?”

“อื้ม”

“หน้าไม่อายจริง ๆ เลย! เขายังจะมีหน้ามาบอกเธออีกเหรอ”

“เขาขอให้ฉันไปเจอกับเหรินธาวันนี้ด้วย”

“เธอจะไปเจอนังเลวนั่นเนี่ยนะ? นังนั่นมันจะต้องเกลี้ยกล่อมให้เฉินหลีซือหย่ากับเธอแน่ ๆ แล้วก็ให้เขาไปแต่งงานกับมันแทน! ตระกูลเฉินเมื่อสามปีก่อนไม่ยอมรับมันยังไง ตอนนี้ก็ยังไม่ยอมรับมันเหมือนเดิมนั่นแหละ!” เสียงของเถียนน่าที่พูดด้วยความโมโหดังมาจากในสาย

“มันเป็นอดีตไปแล้วล่ะ” ฉันยิ้มออกมาเล็กน้อย

“อดีตงั้นเหรอ? ซือเจียเหลย เธอยังรักเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

ฉันไม่ได้ตอบ ต้องรักอยู่แล้วสิ ก็รักมาตั้งหลายปีขนาดนั้น

“ซือเจียเหลย?” เสียงของเถียนน่าดังมาจากปลายสาย ทำให้ฉันดึงสติกลับมาได้

“ฉันกำลังจะออกไปข้างนอกแล้ว ไว้เจอกันวันหลังนะ”

อ่านต่อ
img ไปดูความคิดเห็นเพิ่มเติมที่แอป
ออกใหม่ล่าสุด: บทที่ 229 ผมน่ากลัวกว่า   12-25 16:27
img
ดาวน์โหลดแอป
icon APP STORE
icon GOOGLE PLAY